สำนักงานเพื่อการประสานงานด้านมนุษยธรรมแห่งสหประชาชาติ (OCHA) แบ่งพื้นที่ที่ต้องเฝ้าระวังออกเป็น 2 จุด จุดแรกอยู่ในรัศมี 14 กม.รอบภูเขาไฟ มีประชาชนอาศัยอยู่เกือบ 4 แสน 6 หมื่นคน ส่วนจุดที่ 2 ครอบคลุมรัศมี 17 กม. รอบภูเขาไฟ มีประชาชนรวมทั้งสิ้น 9 แสน 3 หมื่นคน
อย่างไรก็ตาม สถาบันธรณีวิทยา และภูเขาไฟวิทยาฟิลิปปินส์ เรียกร้องให้ทางการสั่งอพยพประชาชนทั้งหมดในรัศมี 17 กม. รอบภูเขาไฟ เพื่อความปลอดภัย
จนถึงขณะนี้ มีประชาชนอพยพออกมาอยู่ตามศูนย์พักพิงแล้วเกือบ 2 หมื่นคน แต่คาดว่าตัวเลขผู้อพยพจะสูงขึ้นอีก เบื้องต้น กองทัพส่งกำลังคนและรถทหาร 20 คัน เข้าไปช่วยอพยพประชาชน รวมถึงเตรียมเฮลิคอปเตอร์ไว้พร้อมสำหรับการอพยพฉุกเฉิน ส่วนเที่ยวบินที่สนามบินนานาชาติในกรุงมะนิลา เมืองหลวงของประเทศ ซึ่งอยู่ห่างออกไป 60 กม. เริ่มทยอยกลับมาให้บริการตามปกติแล้ว
ผู้เชี่ยวชาญประเมินว่า หากภูเขาไฟตาอัลระเบิดรุนแรง จะก่อให้เกิดคลื่นสึนามิ เนื่องจากภูเขาไฟลูกนี้ตั้งอยู่กลางทะเลสาบ นอกจากนี้ ยังมีความเสี่ยงจากแก๊สพิษอันตราย รวมถึงเถ้าภูเขาไฟที่เต็มไปด้วยเศษหินขนาดเล็ก สามารถลอยไปได้ไกลถึง 100 กม. และปนเปื้อนอยู่ในอากาศ ซึ่งเป็นอันตรายต่อปอด และยังปนเปื้อนในแหล่งน้ำอีกด้วย