คณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติของจีน (NHC) เปิดเผยว่า มีผู้เสียชีวิตจากเชื้อไวรัสโคโรนาในประเทศเพิ่มอีก 38 คน โดยในจำนวนนี้ 37 คน อยู่ในมณฑลหูเป่ย์ ซึ่งเป็นศูนย์กลางการแพร่ระบาดของเชื้อ และอีก 1 คนอยู่ในมณฑลเสฉวน ส่งผลทำให้ยอดผู้เสียชีวิตล่าสุดเพิ่มขึ้นไปอยู่ที่ 170 คนแล้ว ส่วนยอดผู้ติดเชื้อทั่วประเทศอยู่ที่ 7,711 คน ในจำนวนนี้ 1,370 คน อาการยังวิกฤต ส่วนผู้เข้าข่ายต้องสงสัยติดเชื้ออยู่ที่ 12,167 คน และมีผู้ได้รับอนุญาตให้ออกจากโรงพยาบาลแล้ว 124 คน
ทางการท้องถิ่นของเมืองอู่ฮั่น ให้เหตุผลว่าการที่ยอดผู้ติดเชื้อในพื้นที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง สาเหตุหนึ่งมาจากกระบวนการตรวจคัดกรองโรคที่ดีขึ้น จากเดิมต้องรอผลตรวจยืนยันจากกรุงปักกิ่งเท่านั้น
ขณะที่ เขตปกครองตนเองทิเบต ซึ่งเป็นพื้นที่ห่างไกลทางตะวันตกเฉียงใต้ของประเทศ ยืนยันพบผู้ติดเชื้อรายแรก ส่งผลให้การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนาเกิดขึ้นครอบคลุมทุกพื้นที่ของจีนแผ่นดินใหญ่แล้ว
ในตอนนี้ ทางการท้องถิ่นของทิเบตประกาศยกระดับมาตรการฉุกเฉินขึ้นสู่ระดับสูงสุดแล้ว พร้อมสั่งปิดสถานที่ท่องเที่ยว ส่วนผู้เดินทางและนักท่องเที่ยวทุกคนที่จะเข้าไปในทิเบตต้องลงทะเบียนกับเจ้าหน้าที่และถูกกักตัวเป็นเวลา 14 วัน เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อ
สถานการณ์การแพร่ระบาดนอกจีน ล่าสุด ฟิลิปปินส์ยืนยันพบผู้ติดเชื้อคนแรก เป็นหญิงชาวจีน วัย 38 ปี จากเมืองอู่ฮั่น เช่นเดียวกับ อินเดีย ที่พบผู้ติดเชื้อเป็นครั้งแรก โดยเป็นนักศึกษาจากมหาวิทยาลัยอู่ฮั่น
นับจนถึงตอนนี้พบผู้ติดเชื้อเพิ่มในเขตปกครองพิเศษของจีน และอีกหลายประเทศทั่วโลก รวมทั้งสิ้น 105 คน ได้แก่ ไทย 14 คน ฮ่องกง 10 คน ไต้หวัน 8 คน มาเก๊า 7 คน ญี่ปุ่น 11 คน สิงคโปร์ 10 คน มาเลเซีย 8 คน สหรัฐฯ 5 คน ออสเตรเลีย 6 คน เกาหลีใต้ 4 คน เยอรมนี 4 คน ฝรั่งเศส 5 คน เวียดนาม 2 คน แคนาดา 2 คน สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ 4 คน รวมถึง เนปาล ศรีลังกา กัมพูชา ฟิลิปปินส์ และอินเดีย อีกประเทศละ 1 คน