พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้แถลงชี้แจงร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2559 ต่อที่ประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) โดยใช้เวลากว่า 2 ชม. จากนั้นสมาชิกได้อภิปรายกันอย่างกว้างขวาง โดยคาดว่าจะมีการลงมติเพื่อรับหลักการวาระแรกในวันพรุ่งนี้ (22 พ.ค. 58)
สำหรับร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2559 ได้กำหนดกรอบวงเงินไว้ที่ 2,720,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากงบปี 2558 จำนวน 145,000 ล้านบาท หรือคิดเป็นร้อยละ 5.6
รายละเอียดของงบประมาณ แยกดังนี้
O รายจ่ายประจำ กำหนดไว้ที่ 2,100,836.3 ล้านบาท คิดเป็น ร้อยละ 77.2 ของวงเงินงบประมาณ เพิ่มขึ้นจากงบปี 2558 จำนวน 72,977.5 ล้านบาท หรือคิดเป็นร้อยละ 3.6
O รายจ่ายลงทุน ตั้งไว้ที่ 543,635.9 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 20 ของวงเงินงบประมาณ เพิ่มขึ้นจากงบปี 2558 จำนวน 94,160.1 ล้านบาท หรือคิดเป็นร้อยละ 20.9
สำหรับยุทธศาสตร์การจัดสรรงบประมาณประกอบด้วย 8 ยุทธศาสตร์ 51 แผนงาน โดยยุทธศาสตร์ความมั่นคงแห่งรัฐได้รับการจัดสรรงบทั้งสิ้น 240,418.3 ล้านบาท หรือคิดเป็นร้อยละ 8.8 ของวงเงินงบประมาณ
ทั้งนี้ แผนงานแก้ไขปัญหาและพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้อยู่ในยุทธศาสตร์เร่งรัดวางรากฐานการพัฒนาที่ยั่งยืนของประเทศ ได้รับการจัดสรรงบทั้งสิ้น 30,886.6 ล้านบาท นับว่าสูงที่สุดตั้งแต่ปี 2547 ซึ่งมีปัญหาความไม่สงบเกิดขึ้นในพื้นที่เป็นต้นมา
งบประมาณที่จำแนกตามหน่วยงานที่หลายฝ่ายจับตาในยุครัฐบาลจากการรัฐประหาร คืองบของหน่วยงานด้านความมั่นคง ปรากฏว่าได้รับการจัดสรรเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด เริ่มจากกระทรวงกลาโหมได้รับการจัดสรรจำนวน 207,718.9 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากงบปี 2558 จำนวน 14,769.8 ล้านบาท คิดเป็นเพิ่มขึ้นร้อยละ 7.7
ขณะที่ งบกองทัพได้รับการจัดสรรงบเพิ่มขึ้นทุกเหล่าทัพ โดยเฉพาะกองทัพบกที่ได้งบเกิน 100,000 ล้านบาท
เช่นเดียวกับกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) ที่ได้รับการจัดสรรงบถึง 10,241.2 ล้านบาท เพิ่มจากงบปี 2558 ที่ได้รับการจัดสรร 8,906.5 ล้านบาท นับเป็นปีแรกที่ กอ.รมน.ได้รับการจัดสรรงบเกิน 10,000 ล้านบาท ตั้งแต่มีพระราชบัญญัติจัดตั้งหน่วยงานตั้งแต่ปี 2551
สำหรับการจัดสรรงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2559 พบว่า 5 หน่วยงานที่ได้รับการจัดสรรงบประมาณมากที่สุดประกอบด้วย
กระทรวงศึกษาธิการ 520132.2 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 3.8
งบกลาง 402,139.4 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 7
กระทรวงมหาดไทย 343,707.3 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 1
กระทรวงกลาโหม 207,718.9 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 7.7
กระทรวงการคลัง 199,328.8 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 7.3
ขณะที่กระทรวงที่ได้รับจัดสรรงบประมาณน้อยที่สุด คือ กระทรวงพลังงาน 2045.4 ล้านบาท
นอกจากนี้ มีรายงานจากกระทรวงการคลังเกี่ยวกับผลการรับสมัครบุคคลเพื่อเข้ารับการพิจารณาคัดเลือกเป็นผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย ตั้งแต่วันที่ 6 - 20 พ.ค. 58 สรุปว่ามีบุคคลที่สนใจยื่นใบสมัครจำนวนทั้งสิ้น 5 คน ประกอบด้วยคนในธนาคารแห่งประเทศไทย 2 คน คือ นางทองอุไร ลิ้มปิติ รองผู้ว่าการ ด้านเสถียรภาพสถาบันการเงิน และนายไพบูลย์ กิตติศรีกังวาน เป็นรองผู้ว่าการ ด้านบริหาร
ส่วนอีก 3 คน ได้แก่ นายศุภวุฒิ สายเชื้อ กรรมการผู้จัดการฝ่ายวิจัย บริษัทหลักทรัพย์เมอร์ริลลินช์ภัทร จำกัด นายวิรไท สันติประภพ นักเศรษฐศาสตร์ ซึ่งเป็นที่ปรึกษาสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย หรือทีดีอาร์ไอ และเป็นคณะกรรมการนโยบายและกำกับดูแลรัฐวิสาหกิจ (คนร.) สุดท้าย นายเกียรติชัย โสภาเสถียรพงศ์ อดีตผู้อำนวยการฝ่ายนโยบายสถาบันการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย