สำหรับ 5-6 ข้อที่จะทำให้เมืองถูกเลือกให้เป็นเมืองต้นแบบ ได้พูดคุยกับ ดร. ภาสกร ประถมบุตร รองผู้อำนวยการ สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล บอกว่า ต้องมีวิสัยทัศน์ที่เป็น สมาร์ทซิตี้ มีแผนการทำโครงสร้างพื้นฐาน เช่น ถนน รวมถึงการนำเทคโนโลยีมาใช้ เช่น Wifi ดาต้า เซ็นเตอร์ ไปจนถึง Citi Data Platform ที่สามารถเข้ามาช่วยอำนวยความสะดวกให้คนในชุมชนได้ เช่น vie bus application ซึ่งเชื่อมต่อกับรถโดยสารประจำทางเพื่อบริการ Bus stop / Solution smart parking ซึ่งได้ประโยชน์จาก city possible รวมถึง ความยั่งยืนของเมือง เช่น ธุรกิจโมเดลและหนึ่งใน 27 เมืองที่ถูกให้เป็นการนำร่อง city possible คือ...
เมืองยะลา เมืองที่ได้รับการประกาศเขตเป็นเมืองน่าอยู่อัจฉริยะ เริ่มมีความเปลี่ยนแปลงจากความพยายามของนายกเทศมนตรีในการพัฒนาเมืองยะลาให้กลายเป็นเมืองน่าอยู่อัจฉริยะ เมืองยะลานำความสำเร็จของแพลตฟอร์ม City Key ของเมืองโฮโนลูลูเป็นแรงบรรดาลใจ ทำให้ยะลาเห็นถึงขีดความสามารถของเทคโนโลยีในการนำมาใช้เพื่อหาทางออกที่ครอบคลุมทั้งชุมชน เมื่อชาวยะลามีความภูมิใจในเมืองที่ตนเองอาศัยอยู่ มันจะช่วยดึงดูดความสนใจจากคนภายนอกให้อยากมาอาศัยและท่องเที่ยว รวมถึงทำธุรกิจ
ทางด้าน มิเกล กามิโน จูเนียร์ รองประธานกรรมการบริหารเมืองระดับสากล มาสเตอร์การ์ด บอกถึง การเกิดขึ้นของ City Possible โดย มาสเตอร์การ์ด จุดประสงค์สำคัญคือ การสร้างเครื่องมือด้านเทคโนโลยีอันทรงพลังเพื่อช่วยพัฒนาเศรษฐกิจและคุณภาพชีวิตของคนในเมืองให้ดีขึ้น มอบการเข้าถึงเครือข่ายระดับโลกที่เชื่อมต่อผู้นำเมืองต่างๆ ธุรกิจในภาคอุตสาหกรรม สถาบันการศึกษา รวมถึงองค์กรภาครัฐและเอกชนจากทั่วทุกมุมโลก ซึ่งสมาชิกโครงการจะได้รับเชิญให้เข้าร่วมงานสัมมนาเพื่อแลกเปลี่ยนความรู้และนวัตกรรม รวมถึงเข้าร่วมการประชุมเชิงปฏิบัติการเพื่อร่วมกันวิเคราะห์ความท้าทายและปัญหาที่ทุกเมืองต้องเผชิญเพื่อหาทางออกที่ยั่งยืน
นอกจากนั้นแล้วยังเกิดสายสัมพันธ์ระหว่างเมืองหนึ่งสู่เมืองหนึ่ง ทั้งการแบ่งปันข้อมูลระหว่างกัน แบ่งปันทรัพยากร ทั้งหมดเพื่อการตอบสนองความต้องการของประชาชน ซึ่งต้องทำร่วมกับหลายๆ หน่วยงานในประเทศไทย และ เมืองน่าอยู่อัจฉริยะ ก็เป็นจุดเริ่มต้นในการริเริ่มสิ่งเหล่านั้น เพื่อสร้างโครงข่ายระหว่างเมือง
“ในความเป็นจริง เมืองทั่วโลกเผชิญกับความท้าทายที่เหมือนๆ กัน หากแต่ต่างฝ่ายต่างแก้ไขปัญหา City Possible จึงทำหน้าที่เสมือนตัวกลางเชื่อมต่อเมืองสมาชิกจากทั่วโลกด้วยข้อมูลและทรัพยากร ทำให้การดำเนินงานเร็วขึ้นและก่อให้เกิดการปกครองเมืองอย่างอัจฉริยะ”
ขณะที่ จูเลียน โลห์ กล่าวเสริมว่า เมืองน่าอยู่อัจฉริยะ ของเมืองไทย ถูกนำมาประยุกต์ใช้จากแพลตฟอร์มที่เกิดจากความร่วมมือกับเมืองโฮโนลูลู (City of Honolulu) เมืองหลวงของรัฐฮาวาย ซึ่งมาสเตอร์การ์ดกำลังมองหาช่องทางในการนำกุญแจเมืองมาสเตอร์การ์ด (Mastercard City Key) มาประยุกต์ใช้ เช่น การระบุตัวตนมาผูกกับการชำระเงินเพื่อช่วยให้ประชากรสามารถเข้าถึงบริการของเมืองได้อย่างมีประสิทธิภาพและทั่วถึงมากขึ้น เพราะ City Key ถือเป็นความสำเร็จโดยตรงจากความร่วมมือและกิจกรรมร่วมที่เกิดจากการสนับสนุนโดยโครงการ City Possible
ขณะเดียวกัน ยังได้หยิบยกประเด็นเรื่องนักท่องเที่ยวล้นเมือง ซึ่งสำหรับประเทศไทยกรุงเทพมหานครถือเป็นจุดมุ่งหมายของนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก มิเกล กามิโน จูเนียร์ รองประธานกรรมการบริหารเมืองระดับสากล มาสเตอร์การ์ด กล่าวเสริมว่า ดังนั้น การทำงานต้องกระจายไปตามเมืองต่างๆ ด้วย เช่น พัทยา พระนครศรีอยุธยา และขยายและไปส่งเสริมเมืองต่างๆ ให้ง่ายขึ้น เช่น การสนับสนุนการเชื่อมต่อด้านการเดินทาง การใช้จ่ายท่องเที่ยว รวมถึงการทำกิจกรรมต่างๆ ในแต่พื้นที่ เป็นการสนับสนุนการท่องเที่ยวในอีกแง่มุมหนึ่ง
ในท้ายที่สุดแล้ว การพัฒนาประเทศให้กลายเป็นเมืองอัจฉริยะคือเสาหลักของนโยบายไทยแลนด์ 4.0 ของรัฐบาลไทย เพื่อเปลี่ยนประเทศไทยให้กลายเป็นกลุ่มประเทศที่มีรายได้สูงและส่งเสริมคุณภาพชีวิตของคนในเมืองให้ดีขึ้น
และในตอนนี้หลายพื้นที่ใน 27 เมืองที่ได้รับการประกาศเขตเป็นเมืองน่าอยู่อัจฉริยะเริ่มเห็นความเปลี่ยนแปลงทั้ง 7 องค์ประกอบของการเป็นเมืองน่าอยู่อัจฉริยะแล้ว อันได้แก่ การสัญจร ชุมชน เศรษฐกิจ สิ่งแวดล้อม การปกครอง อาคาร และพลังงาน เช่น ยะลา เชียงราย อุดรธานี นครราชสีมา นนทบุรี ภูเก็ต ปัตตานี เป็นต้น