ตร.เตรียมขยายผล คดีอุ้มบุญ คาดมี 9 สถานพยาบาลร่วมด้วย

โดย PPTV Online

เผยแพร่

ตำรวจ พบใช้ช่วงว่างทางกฎหมายส่งหญิงอุ้มบุญไปฉีดสเปิร์มในประเทศเพื่อนบ้าน ส่วนประเทศไทย ถูกใช้เป็นสถานที่พักรับรอง 9 เดือน ก่อนจะส่งไปคลอดที่ประเทศจีน เบื้องต้นเตรียมขยายผลตรวจสอบสถานพยาบาล เนื่องจากมีข้อมูลว่าอาจมี สถานพยาบาลร่วมขบวนการนี้ด้วย อย่างน้อย 9 แห่ง

วันนี้ 13 ก.พ. 2563 พล.ต.ต.ต่อศักดิ์ สุขวิมล รองผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง พล.ต.ต.วรวัฒน์ วัฒน์นครบัญชา ผู้บังคับการปราบปรามการค้ามนุษย์ พร้อมด้วย เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ร่วมกันแถลงข่าวปฏิบัติการปิดล้อมตรวจค้นทลายเครือข่ายอาชญากรรมข้ามชาติ กลุ่มทุนจีนว่าจ้างหญิงไทยรับจ้างอุ้มบุญ ที่กองบังคับการตำรวจมหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์ 904

พล.ต.ต.วรวัฒน์ เปิดเผยว่า ขบวนการนี้ทำมาตั้งแต่ปี 2555 หรือ ก่อนที่จะมีการออกพ.ร.บ.คุ้มครองเด็กที่เกิดโดยอาศัยเทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์ทางการแพทย์ หรือ พ.ร.บ.อุ้มบุญ ปี 2558 แต่สาเหตุที่การแกะรอยจำกุมทำได้ยาก เพราะ ขบวนการนี้ปรับเปลี่ยนรูปแบบการจัดหาหญิงสาวทำหน้าที่อุ้มบุญ จากเดิมที่ทั้งขบวนการจะเกิดขึ้นในประเทศไทย เปลี่ยนเป็น

นายทุนจากต่างประเทศ จ้างนายเจ้า หราน สัญชาติจีน นางซู ยิงติง สัญชาติจีน และนางวิลาสินี ซู สัญชาติไทย เป็นเครือข่ายดำเนินการ

โดยมีคนไทยอย่างน้อย 3 คน คือ น.ส.วนิดา หรือ หนิง น.ส.ศิญาพร หรือ แขก และ น.ส.ณัฐกมล หรือ อ้อ ทำหน้าที่เป็นนายหน้าว่าจ้างหญิงไทยมาทำหน้าที่ตั้งท้อง

เมื่อได้ตัวหญิงไทยที่จะทำหน้าที่ตั้งท้อง ขบวนการนี้จะว่าจ้างคนไทยอีกคนขับรถพาหญิงคนดังกล่าวไปฉีดเชื้อ ที่ประเทศลาวหรือกัมพูชา ก่อนจะขับรถกับมาในประเทศไทย เพื่อพาหญิงคนดังกล่าวไปฝากครรภ์ที่โรงพยาบาล จากนั้นตลอด 9 เดือน ผู้หญิงคนที่อุ้มบุญจะถูกพาไปตรวจครรภ์ตามปกติ

แต่เมื่อครบกำหนดคลอด ขบวนการนี้จะพิจารณาว่าจะให้บินไปคลอดที่ประเทศจีน หรือ คลอดในประเทศไทย หากคลอดที่จีน หลังคลอด จะต้องทิ้งเด็กไว้ ส่วนแม่บินกลับประเทศไทย และรับค่าจ้าง แต่หากคลอดที่ไทย จะต้องดูแลเด็กจนครบ 1 เดือน จากนั้น พ่อกับแม่ที่ทำหน้าที่รับรองบุตร จะพาเด็กไปขอวีซ่า จีน เพื่อบินไปประเทศจีน จากนั้น แม่ก็จะบินกลับประเทศไทย และรับค่าจ้าง ซึ่งเท่ากับว่า เสร็จสิ้นภารกิจการอุ้มบุญ 1 ครั้ง โดยผู้หญิงที่ทำหน้าที่อุ้มบุญ จะได้รับค่าจ้างประมาณ 300,000–450,000 บาท

 แต่หากได้ลูกแฝดจะได้เงินเพิ่มขึ้นอีกโดยเจ้าหน้าที่เชื่อว่า ขบวนนี้ที่ถูกทลายในวันนี้ เป็นเครือข่ายที่ใหญ่ที่สุดในประเทศ

ส่วนการตรวจค้นบ้านพักในขบวนการนี้เมื่อเช้าที่ผ่านมา พบว่า บ้านหลังที่มีหญิงสาวอยู่รวมกัน 8 คน ทั้งหมดเป็นหญิงสาวที่จะมารับจ้างอุ้มบุญ โดยขณะเข้าจับกุม มีหญิงคนหนึ่งท้อง 8 เดือน และ มีเด็กทารกแรกเกิด เพศชาย อายุเพียง 10 วัน อยู่ภายในบ้านด้วย

นอกจากนี้ภายในบ้านยังมีเครื่องมือ อบเด็กที่ใช้ในทางการแพทย์ ถังคาร์บอนไดออกไซด์และถังไนโตรเจนจำนวนมากอยู่ในบ้านหลังนี้ด้วย

ส่วนบ้านอีกหลัง ซึ่งอยู่ในซอยทาวน์อินทาวน์ 9 มีลักษณะคล้ายอาคารสำนักงาน ที่ชั้น 2 และ ชั้น 3 ถูกแบ่งเป็นห้องพักฟื้นประมาณ 7 ห้อง ภายในพบเด็กหญิงอายุประมาณ 4 เดือน และมีผู้ชาย 1 คนอยู่ภายในบ้าน ซึ่งเขาอ้างว่า เด็กหญิงคนดังกล่าวเป็นลูกของเขา เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ยังไม่ปักใจเชื่อ พร้อมสั่งให้นำหลักฐานมาแสดง

เปิดขบวนการจับแก๊ง “อุ้มบุญ” ข้ามชาติผิดกฎหมาย

ด้าน พ.ต.อ.มานะ กลีบสัตบุศย์ รองผู้บังคับการกองบังคับการปราบปรามการค้ามนุษย์ ระบุว่า จากข้อมูลพบว่า มีเด็กอย่างน้อย 14 คน ถูกส่งตัวไปที่จีนแล้ว ขณะนี้อยู่ระหว่างการตรวจสอบว่าถูกส่งตัวไปทำอะไร สอดคล้องกับรายงานข่าวที่ระบุว่า ตอนนี้ตำรวจกำลังตรวจสอบว่า เด็กที่ส่งไปถูกส่งไปเพื่อขายให้กับคนจีนที่ต้องการมีลูก หรือ ถูกส่งไปเพื่อขายอวัยวะ

ส่วนการขยายผลในประเทศไทย อยู่ระหว่างการตรวจสอบข้อมูล ว่ามีโรงพยาบาลใดเข้าข่ายร่วมขบวนการหรือไม่ เนื่องจากเบื้องต้นพบว่า อาจมีสถานพยาบาลอย่างน้อย 9 แห่ง เกี่ยวข้องด้วย ส่วนผู้หญิงที่ทำหน้าที่อุ้มบุญในขบวนการนี้ เบื้องต้นพบว่า มีประมาณ 30 คน กระจายอยู่ในพื้นที่ต่าง ๆ ประมาณ 5 จังหวัด ส่วนใหญ่อยู่ใน เขต กรุงเทพฯ ปทุมธานี และ สุโขทัย

บช.ก. บุกค้น 10จุดใน กทม. ทลายแก๊ง “อุ้มบุญ” ข้ามชาติ

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ