ผู้ต้องหาในคดีอุ้มบุญทั้งหมดถูกนำตัวไปฝากขังที่ศาลอาญา หลังเมื่อวานนี้ถูกสอบปากคำจนถึงตี 3 กว่า ของเช้าวันนี้ เบื้องต้นผู้ต้องหาสัญชาติจีน 3 คน ยังให้การปฎิเสธว่าไม่ได้จัดหาคนอุ้มบุญ ส่วนกลุ่มผู้ร่วมขบวนการชาวไทยยอมรับว่าทำหน้าที่ต่างๆตามที่ตำรวจพบข้อมูลจริง ทั้งคนที่ขับรถพาหญิงชาวไทยไปฉีดเชื้อที่ประเทศเพื่อนบ้าน และ กลุ่มที่ทำหน้าที่ดูแลหญิงอุ้มบุญระหว่างตั้งท้อง
พล.ต.ต.วรวัฒน์ วัฒน์นครบัญชา ผู้บังคับการปราบปรามการค้ามนุษย์ เรียกประชุมชุดทำงาน พร้อมเปิดเผยข้อมูลว่ากำลังเตรียมขยายผลออกหมายจับผู้ต้องหาเพิ่มเติมอีก 8 คน ในจำนวนนี้เป็นคนจีน 2 คน คนไทย 6 คน ส่วนใหญ่เป็นนายหน้าจัดหาผู้หญิงมาอุ้มบุญ และหลังจากนี้เตรียมตรวจสอบเอกสารทางการเงิน และ เอกสารการเดินทางอีกหลายส่วนที่สามารถขยายผลทางคดีได้ ทั้งนี้เชื่อว่า ขบวนการลักษณะนี้กระจายตัวอยู่ทั่วประเทศ
สำหรับขบวนการอุ้มบุญ จากข้อมูลเบื้องต้น มีแนวโน้มว่า เด็กที่ถูกส่งไปจะถูกนำไปเลี้ยงที่ประเทศจีน ส่วนจะมีการนำอวัยวะไปขายหรือไม่ยังอยู่ระหว่างการตรวจสอบข้อมูล
แหล่งข่าวระดับสูงที่ทำงานเรื่องการปราบปรามการค้ามนุษย์ให้ข้อมูลว่า ผู้หญิงที่ถูกส่งตัวไปฉีดเชื้อที่เมืองเวียงจันทน์ ประเทศลาว มีทั้งที่เดินทางด้วนรถยนต์ออกไปตามด่านชายแดน และ แบบที่นั่งเครื่องบินไปกลับ เมื่อฉีดเชื้อเสร็จจะใช้เวลา 5-7 วัน ตรวจสอบว่าเชื้อที่ฉีดมาติดหรือไม่หากท้องหญิงที่อุ้มบุญจะได้รับเงินเบื้องต้น 5,000 บาท และสามารถกลับไปอยู่ที่บ้านได้ เมื่อถึงกำหนดไปฝากท้องหรือไปตรวจจะมีรถไปรับ
จากนั้นเมื่อท้อง 6-7 เดือน จะต้องเดินทางมาอยู่บ้านพักเพื่อเตรียมทำเอกสารและเดินทางไปคลอดที่ประเทศจีน หรือ หากจะคลอดที่ไทย ก็ต้องอยู่ภายใต้ความดูแลของขบวนการนี้ มีรายงานเพิ่มเติมว่า หลังคลอดจะมีการจ้างพี่เลี้ยงมาดูแลเด็กทันที เพื่อแยกแม่ออกจากเด็กป้องกันความผูกผันที่อาจเกิดขึ้น
สำหรับหญิงอุ้มบุญที่ถูกจับกุมได้เมื่อวานนี้ มี 6 คนจาก 7 คน เพิ่งเดินทางไปฉีดเชื้อมา และอยู่ระหว่างรอตรวจว่า ท้องหรือไม่
แหล่งข่าวยังระบุอีกว่า ตั้งแต่ปี 2556 พบเด็กที่เกิดจากขบวนการอุ้มบุญถูกส่งตัวจากประเทศไทยไปที่ประเทศจีนแล้วอย่างน้อย 14 คน ในจำนวนนี้เป็นเด็กแฝด 3 คู่ ส่วนจะถูกส่งไปที่เมืองใดของประเทศจีนอยู่ระหว่างตรวจสอบ แต่เบื้องต้นพบว่า เด็กทั้งหมดช่วงที่ถูกส่งตัวไปอายุตั้งแต่แรกเกิด จนถึง 6 เดือน ตามเอกสารวีซ่าที่ขอเดินทาง มีชื่อแม่เป็นคนไทย และ พ่อเป็นคนจีน หรือ สิงคโปร์ ซึ่งตามข้อมูลพบว่ามีเด็กหลายคนใน 14 คนนี้มีชื่อพ่อคนเดียวกัน แต่แม่เป็นคนละคน
เบื้องต้น ปคม.ประสานไปที่พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เตรียมประสานตรวจสอบข้อมูลกับประเทศจีน
ส่วนวันจันทร์ที่ 17 ก.พ.นี้ ปคม.จะเชิญทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาร่วมประชุมด้วย โดยเฉพาะกระทรวงสาธารณสุข ซึ่งจะดูเรื่องการตรวจพบยาและเวชภัณฑ์ในพื้นที่ รวมถึง การขยายผลว่ามีสถานพยาบาลร่วมขบวนการหรือไม่
ด้านนายอนุกูล ปีดแก้ว รองอธิบดีกรมกิจการเด็กและเยาวชน กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เปิดเผยว่า เด็กทารก อายุ 22 วัน เด็กทารก อายุ 4 เดือน ขณะนี้อยู่ในความดูแลของกรมกิจการเด็กและเยาวชน กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ จนกว่าจะพิสูจน์หาพ่อแม่เด็กที่ถูกต้องได้ เช่นเดียวกับ ผู้หญิงที่ทำหน้าที่อุ้มบุญ 7 คน ที่อยู่ในความดูแลเช่นเดียวกัน แต่ตามขั้นตอนของกฎหมายทั้ง 7 คน จะต้องรอการสอบสวนให้เสร็จสิ้นเพื่อพิจารณาว่ามีความเกี่ยวข้องกับขบวนการนี้หรือไม่
ด้านทันตแพทย์อาคม ประดิษฐสุวรรณ รองอธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ ให้ข้อมูลว่า การอุ้มบุญเป็นสิ่งผิดกฎหมาย หากจะทำให้ถูกกฎหมายจะต้องได้รับอนุญาตก่อน ซึ่งตามขั้นตอน ผู้ที่มีสิทธิ์ยื่นเรื่องขอให้มีการตั้งท้องแทนกัน จะต้องเป็นแพทย์ที่เรียนจบสาขาเฉพาะทาง คือเรียนแพทย์ 6 ปี จากนั้นต่อสาขาสูตินารีเวชศาสตร์ 3ปี และ เรียนอนุสาขาเภชศาสตร์เจริญพันธุ์ อีก 2 ปี
เปิดเครือข่ายแม่อุ้มบุญใหญ่สุดในไทย จับแล้ว 9 คน พบส่งออกเด็กทารกข้ามชาติ