เมื่อวันที่ 17 ก.พ.2563 เกิดเหตุการณ์ยิงกันภายในซอยเพชรเกษม 48 บริเวณหน้าวัดจันทร์ประดิษฐาราม เมื่อคืนที่ผ่านม าพบกลุ่มวัยรุ่นจำนวนหนึ่งถูกคู่อริยิงถล่มใส่โดยมีผู้ได้รับบาดเจ็บ 2 คน และยังพบปลอกกระสุนปืน ขนาด 9 มม. ตกอยู่ในจุดเกิดเหตุจำนวน 14 ปลอก ซึ่งอยู่
ผู้อยู่ในเหตุการณ์ เล่าว่า ขณะกำลังนั่งดื่มสุรากับพวก ได้มีกลุ่มวัยรุ่นขี่รถจักรยานยนต์มาหลายคน พร้อมกับรถโตโยต้า ฟอร์จูนเนอร์ สีขาว ขับผ่านหน้าวัดไปประมาณ 50 เมตร จากนั้นได้ใช้อาวุธปืนยิงขึ้นฟ้าจำนวน 2 นัด ก่อนที่จะหันมากระหน่ำยิงพวกของตนเอง ซึ่งตอนนั้นได้ยิงเสียงปืนดังสนั่นกว่า 20 นัด ทำให้กระสุนถูก นายวิทยา บัวเทศ ได้รับบาดเจ็บที่บริเวณหัวไหล่ซ้ายและสะบักด้านหลั และนายพิชิต ม่วงงาม ได้รับบาดเจ็บถูกยิงที่บริเวณขาซ้ายหนึ่งนัด เบื้องต้นได้นำตัวส่งโรงพยาบาล
ด้านน้องชายของนายวิทยา ผู้ได้รับบาดเจ็บ วันนี้เดินทางเข้าให้ปากคำกับพนักงานสอบสวน สน.ภาษีเจริญ ซึ่งเป็นการเข้าให้ปากคำต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นโดย พ.ต.อ.นคริทร์ สุคนธวิท รองผู้บังคับการตำรวจนครบาล 9 เดินทางมาร่วมประชุมเร่งรัดคดีด้วยตัวเอง
น้องชายของนายวิทยา เล่าว่า ล่าสุดอาการพี่ชายปลอดภัยและอาการโดยรวมดีขึ้น และมั่นใจว่า กลุ่มที่ก่อเหตุเป็นกลุ่มที่พี่ชายไปมีเรื่องในเฟซบุ๊ก หลังพี่ชายไปต่อว่านายอภิรักษ์ ชัชอานนท์ หรือเสี่ยโป้ ที่ไม่ดูแลลูกน้องซึ่งเป็นพรรคพวกของพี่ชาย ที่ไปที่เรื่องที่ สปป.ลาว ซึ่งมีการขอให้ลบโพสต์และพี่ชายก็ลบโพสต์ไปแล้ว แต่พอช่วงเย็นกลับมีกลุ่มวัยรุ่นขี่รถจักรยานยนต์มาตะโกนหาพี่ชายหน้าวัด ก่อนจะเกิดเหตุการณ์ขึ้น
ทีมข่าวลงพื้นที่ตรวจสอบจุดเกิดเหตุ ได้สอบถามกับ พระไพรัช จารุวังโส พระลูกวัด วัดจันทร์ประดิษฐาราม ระบุว่าบริเวณหน้าวัดมีเหตุทะเลาะวิวาทบ่อยครั้ง แต่ครั้งนี้รุนแรงกว่าเพราะใช้อาวุธปืน ซึ่งจากการสังเกตบริเวณจุดเกิดเหตุพบว่ายังมีร่องรอยของการดื่มสังสรรค์ ที่ผ่านมาพระลูกวัด เคยเตือนกลุ่มวัยรุ่นที่มักมาจับกลุ่มดื่มสุราบริเวณประตูบ่อยครั้งแต่กลุ่มวัยรุ่นก็ไม่ฟัง
ด้านนายอภิรักษ์ เสี่ยโป้ ได้ออกมายืนยันความบริสุทธิ์ผ่านทางรายการโหนกระแสว่า ตนไม่มีส่วนเกี่ยวข้องแต่อย่างใดกับเหตุการณ์รุนแรงครั้งนี้ และเชื่อมั่นการทำงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจสืบสวนพิสูจน์หลักฐานและดำเนินการตามกฎหมายต่อไป
ทั้งนี้ข้อมูลจากชุดสืบสวน ระบุว่า มีการประชุมเพื่อแบ่งงานเเละเร่งรัดคดี โดยมอบให้พนักงานสอบสวนเดินทางไปสอบปากคำผู้เสียหายที่ได้รับบาดเจ็บทั้ง 2 คน อย่างละเอียดที่โรงพยาบาล รวมถึงไล่ภาพกล้องวงจรปิด ซึ่งขณะนี้ตำรวจได้ตรวจสอบบางส่วนแล้ว แต่ยังไม่สามารถระบุรายละเอียดตัวบุคคลหรือจำนวนผู้ก่อเหตุได้ เนื่องจากมีอุปสรรคเรื่องความมืด