ที่ทำเนียบรัฐบาล ก่อนการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า น.ส.มนัญญา ไทยเศรษฐ์ และนายประภัตร โพธสุธน รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ (กษ.) พร้อมคณะผู้บริหาร เข้าพบพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม (กห.) เพื่อประชาสัมพันธ์กิจกรรมการขับเคลื่อนการผลิตและการตลาดสินค้าเกษตร “พะเยาโมเดล” เพื่อนำร่องสินค้าข้าวหอมมะลิ ปีการผลิต 2562/2563 โดยนายกฯ ขอให้ต่อยอดโมเดลดังกล่าวไปยังจังหวัดอื่นด้วย
ต่อมานายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) พร้อมคณะผู้บริหาร เข้าพบนายกรัฐมนตรี เพื่อแสดงนิทรรศการวิสาหกิจดิจิทัลเริ่มต้น (Digital Startup) ด้านเทคโนโลยีเพื่อการศึกษา (EdTech) โดยพล.อ.ประยุทธ์ ได้ทดลองฝึกขับรถขนาดใหญ่เสมือนจริง โดยการใช้ดิจิทัลคอนเทนต์ให้ผู้ฝึกได้รับการฝึกก่อนจะขับจริง เพื่อแก้ไขปัญหาการเกิดอุบัติเหตุและเพิ่มสมรรถนะและฝีมือแรงงาน พร้อมกล่าวว่า เรื่องการขับรถที่ใช้ทางการเกษตรก็สำคัญ วันหน้าต้องเป็นอาชีพโดยเฉพาะ ไม่ใช่คนขับรถอะไรก็ได้ อาจจะต้องแยกประเภทการขับรถใช้เพื่อการเกษตรและการขนส่ง พร้อมระบุในใบขับขี่ เพราะจะเป็นการเพิ่มมูลค่ารายได้ให้กับเขาในอนาคตว่ามีความชำนาญในการขับด้านนี้ ค่าจ้างก็จะแพงขึ้น เพราะการขับขี่รถบางประเภทยากกว่า
จากนั้นพล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า วันนี้เราต้องขับเคลื่อนโลกสมัยใหม่ของเราด้วยวิทยาการก้าวหน้า และดีใจที่ทางด้านเกษตรได้มีโมเดลออกมาทั้งในเรื่องข้าว เรื่องเกษตรดูแลทั้งระบบ และในเรื่องดิจิทัลที่ให้บริการในด้านต่างๆ ที่กระทรวงดีอีเอสได้ทำ และมีส่วนเกี่ยวข้องกับกระทรวงศึกษาธิการด้วย เราบอกแล้วว่าจะต้องปฏิรูปการศึกษา ทั้งครูและเด็ก ปฏิรูปการเรียนการสอน และใช้เทคโนโลยีเข้ามาสนับสนุนในเรื่องเหล่านี้ด้วยทั้งหมด รวมถึงการประเมินต่างๆ จะเห็นได้ว่าการแก้ไขปัญหาหลายอย่างมีความสลับซับซ้อน ไม่ใช่คิดทีเดียวแล้วตอบโจทย์ได้ทั้งหมด รัฐบาลก็เอาเรื่องเหล่านี้มาแก้ ต้องใช้เวลาพอสมควร ทุกอย่างต้องมีความก้าวหน้าตามลำดับ
ทั้งนี้สิ่งสำคัญที่สุดคือคนของเรา ก็ต้องเอาใจใส่ และสนใจในสิ่งใหม่ๆ ที่เรานำมาขับเคลื่อน เราจะได้พัฒนาไปสู่เทคโนโลยีสากล หากเราต้องการอย่างเขาแต่ไม่ปรับตัวแล้วจะได้หรือไม่ ต่อให้รัฐบาลไหนก็ทำไม่ได้ ถ้าทุกคนไม่มีความกระตือรือร้นพอที่จะปรับปรุงตัวเอง วันนี้ถึงเวลาที่เราต้องมาช่วยเหลือซึ่งกันและกัน สื่อมวลชนก็ต้องช่วยกัน ขยายสิ่งเหล่านี้ออกไป เพื่อให้คนได้ตื่นตัวและมาทำงานร่วมกัน รัฐมนตรีทำเองคนเดียวไม่ได้ คนที่คิดออกมา แต่ไม่มีใครมาร่วมมือ ไม่มีใครมาใช้ประโยชน์ก็จบหมด แล้วจะคิดมาทำไม เสียเวลามาทำไม ต่างประเทศเขาไปกันไกลมากแล้ว บางประเทศทรัพยากรมีน้อยกว่าเรามาก แต่เขาใช้ดิจิทัลมาขับเคลื่อนประเทศ รัฐบาลเราทำมาทุกอย่าง ใช้เวลาในการเดินหน้ามาหลายปี เพราะต้องใช้ทั้งกฎหมายและกฎระเบียบเยอะแยะ
“เราได้ทำหลายอย่างทั้งของเก่าและอะไรที่ดีอยู่แล้วเราก็ทำต่อ ส่วนใดต้องปรับปรุงก็ปรับปรุงไป ทำงานบูรณาการร่วมกัน ก็จะเกิดผลประโยชน์โดยรวมมากที่สุด ไม่ว่าจะอะไรก็ตาม ทุกรัฐบาลต้องคิดแบบนี้ ฝากพวกเราช่วยติดตามกันด้วย ไม่อย่างนั้นมันไม่เจอกัน” พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว