ทุกเช้าเมื่อนักเรียนมาถึงโรงเรียน การเล่นเกมส์ และการทำกิจกรรมร่วมกัน ก่อนถึงเวลาเคารพธงชาติ เป็นภาพที่เกิดขึ้นเป็นประจำที่โรงเรียนวัดบวรนิเวศ การทำกิจกรรมลักษณะนี้ เป็นกิจกรรมที่เกิดขึ้นเพื่อมุ่งสู่การเป็นโรงเรียนปลอดการบ้าน ตามเป้าหมายในปีการศึกษา 2563 ที่กำลังจะมาถึงในเดือนพฤษภาคมนี้
ผู้อำนวยการโรงเรียนวัดบวรนิเวศอธิบายว่า การเล่นเกมส์และทำกิจกรรมอื่นๆนอกห้องเรียน ควบคู่กับการเรียนการสอนในห้องเรียน เกิดขึ้นจากแนวคิดห้องเรียนกลับด้าน ที่มุ่งเน้นการเรียนรู้ด้วยตนเองตามทักษะและความสามารถของเด็กแต่ละคน นักเรียนมีเวลาสำหรับทำกิจกรรมมากขึ้นขณะที่โรงเรียนจะมุ่งเน้นสนับสนุนการทำกิจกรรมที่หลากหลายรูปแบบในเวลาหลังเลิกเรียนด้วย
แนวคิดโรงเรียนปลอดการบ้านนี้ ส่งผลดีโดยตรงต่อนักเรียน อย่างเด็กนักเรียนชั้น มัธยมศึกษาปีที่ 2 คนนี้ ที่มองว่าเมื่อนำแนวคิดโรงเรียนปลอดการบ้านมาใช้ เขามีโอกาสได้ฝึกทำการบ้าน แก้โจย์วิชาต่างๆร่วมกับเพื่อนและได้ใช้เวลาหลังเลิกเรียนไปพัฒนาศักยภาพของตัวเองได้มากขึ้น
สอดคล้องกับความเห็นของครูผู้สอนวิชาฟิสิกส์คนนี้ เล่าให้เราฟัง ว่า ช่วงที่ผ่านมาได้เริ่มนำแนวคิดเรื่อง “ปลอดการบ้าน”มาปรับใช้ โดยใช้วิธีให้นักเรียน ทำการบ้าน หรือแบบฝึกหัดด้วยกันในห้องเรียน หากนักเรียนไม่เข้าใจ หรือมีข้อสงสัย ครูจะสามารถอธิบาย และทำแบบฝึกหัดข้อนั้นด้วยกัน ถือเป็นการสร้างการเรียนรู้ร่วมกันของนักเรียนทุกคน โดยมีครูทำหน้าที่เป็นผู้สนับสนุน
ในประเด็นนนี้ นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ยืนยันว่า กระทรวงศึกษาธิการเปิดกว้างให้นำแนวคิดการเป็นโรงเรียนปลอดการบ้านมาใช้ได้ ไม่มีข้อจำกัด โดยยอมรับว่ามีการใช้แนวคิดนี้อย่างแพร่หลายในต่างประเทศ แต่สำหรับประเทศไทยถือเป็นเรื่องใหม่ สิ่งที่ต้องให้ความสำคัญคือรายละเอียดวิธีการทดสอบและประเมินผลการศึกษานั้นครอบคลุมตามมาตรฐานหรือไม่ และที่สำคัญมกที่สุดคือความรับผิดชอบต่อตัวเองตลอดจนการจัดสรรเวลาเพื่อให้เกิดประโยชน์และนำไปสู่การพัฒนาศักยภาพของผู้เรียนอย่างแท้จริง