วันนี้ (27 ก.พ.63) บริษัท กรุงเทพดุสิตเวชการ จำกัด (มหาชน) หรือ BDMS แจ้งตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เตรียมทำคำเสนอซื้อหลักทรัพย์ทั้งหมด (เทนเดอร์ ออฟเฟอร์) หุ้น รพ.บำรุงราษฎร์ (BH) ราคา 125 บาทต่อหุ้น จำนวน 546.32 ล้านหุ้น หรือคิดเป็นสัดส่วน 74.83% และหุ้นบุริมสิทธิจำนวน 1.21 ล้านหุ้น หรือสัดส่วน 0.17% รวมถึงหุ้นแปลงสภาพทั้งหมด โดยเป็นเงินกว่า 8.5 หมื่นล้านบาท ซึ่งหลังจากที่ทำคำเสนอซื้อหลักทรัพย์ครั้งนี้แล้วจะทำให้ บริษัท กรุงเทพดุสิตเวชการ จำกัด (มหาชน) กลายเป็นผู้ถือใหญ่ ใน รพ.บำรุงราษฎร์
ทั้งนี้ ราคาเสนอซื้อหลักทรัพย์อาจถูกปรับขึ้นได้ในอัตราไม่เกินร้อยละ 20 ของราคาเสนอซื้อ (กรณีมีการปรับราคาเสนอซื้อมูลค่ารวมการทำคำเสนอซื้ออยู่ระหว่าง 85,612,731,500 - 102,735,277,800 บาท) การปรับราคาเสนอซื้อบริษัทจะพิจารณาจากความเหมาะสมของสภาวะตลาดของตลาดหลักทรัพย์ และราคาซื้อขายหุ้น BH ในขณะนั้น ซึ่งบริษัทจะแจ้งราคาเสนอซื้อสุดท้ายอีกครั้ง ภายหลังจากเงื่อนไขที่บังคับก่อนจะกำหนดไว้สำเร็จครบถ้วน
ปัจจุบัน BDMS ถือหุ้น BH คิดเป็นสัดส่วน 24.99% ของจำนวนหุ้นที่ออก และจำหน่ายได้แล้ว โดยเหลือหุ้นที่มีความประสงค์ทำคำเสนอซื้อเป็นหุ้นสามัญจำนวน 546.32 ล้านหุ้น หรือสัดส่วน 74.83% และหุ้นบุริมสิทธิจำนวน 1.21 ล้านหุ้น หรือสัดส่วน 0.17% รวมถึงหุ้นแปลงสภาพทั้งหมด
นอกจากนี้ ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัท ยังได้อนุมัติเพิ่มทุนจดทะเบียนแบบมอบอำนาจทั่วไป (General Mandate) จำนวน 79,460,009.50 บาท จากทุนจดทะเบียนเดิม 1,589,200,189.50 บาท เป็นทุนจดทะเบียน 1,668,660,199 บาท โดยการออกหุ้นสามัญเพิ่มทุน 794,600,095 หุ้น มูลค่าตราหุ้นไว้ละ 0.10 บาท เพื่อเสนอขายให้กับบุคคลในวงจำกัด (พีพี)
ขณะเดียวกันได้อนุมัติจ่ายเงินปันผลปี 2562 ในอัตรา 0.55 บาทต่อหุ้น ซึ่งมีการจ่ายปันผลระหว่างกาลแล้ว 0.25 บาทต่อหุ้น คงเหลือปันผลจ่ายอีก 0.30 บาท ต่อหุ้น โดยกำหนดวันที่ไม่ได้สิทธิรับเงินปันผล (XD) วันที่ 11 มี.ค.2563 และกำหนดจ่าย 24 เม.ย.2563
สำหรับผลการดำเนินงานปี 2562 บริษัท กรุงเทพดุสิตเวชการ จำกัด (มหาชน) มีกำไรสุทธิ 15,517 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 69% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 9,191 ล้านบาท เนื่องจาก มีรายได้จากการดำเนินงานรวม 83,774 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 7 % จากปีก่อน โดยรายได้ที่เพิ่มขึ้นมาจากผู้ป่วยชาวไทยและต่างชาติ รวมทั้งการเพิ่มขึ้นของผู้ป่วย และค่ารักษาพยาบาลตามความซับซ้อนของโรค และการเติบโตของลูกค้ากลุ่มประกันสุขภาพ
ขณะเดียวกัน บริษัทยังมีรายได้พิเศษจำนวน 5,464 ล้านบาท เป็นกำไรจากการขายเงินลงทุนในบริษัท โรงพยาบาลรามคำแหง จำกัด (มหาชน) หรือ RAM