เปิดเบื้องลึก BBS ทุ่ม 3 แสนล้าน "เมืองการบิน-อู่ตะเภา


โดย PPTV Online

เผยแพร่




หลังจากที่ คณะกรรมการคัดเลือกเอกชนร่วมลงทุน โครงการพัฒนาสนามบินอู่ตะเภาและเมืองการบินภาคตะวันออก ออกมายืนยันว่า โครงการนี้ กลุ่มกิจการร่วมค้า บีบีเอส เป็นผู้ชนะการประมูล หลังจากเสนอราคาให้ประเทศชาติสูงสุดถึง 3 แสนล้านบาท แต่ศักยภาพแท้จริงของกลุ่มบีบีเอสจะเป็นอย่างไร มีความเป็นไปได้มากน้อยขนาดไหน

การประมูลที่ยืดเยื้อของ โครงการพัฒนาสนามบินอู่ตะเภา และเมืองการบินภาคตะวันออก มูลค่ากว่า 290,000 ล้านบาท ที่ต้องเผชิญทั้งการฟ้องร้องศาลปกครองจากกรณียื่นเอกสารล่าช้า 9 นาที

บีบีเอส ชนะ ซีพี ขาด "เมืองการบินอู่ตะเภา"

คณะกรรมการคัดเลือกเอกชนร่วมลงทุน โครงการพัฒนาสนามบินอู่ตะเภาและเมืองการบินภาคตะวันออก  ได้ออกมาประกาศ ผลการประมูลเรียบร้อยแล้ว โดยกิจการร่วมค้า บีบีเอส เป็นผู้ยื่นข้อเสนอที่ให้ผลตอบแทนให้แก่ภาครัฐดีที่สุด ซึ่งจะเชิญกลุ่มกิจการร่วมค้าบีบีเอส มาจัดทำรายละเอียดร่างสัญญา และรายละเอียดด้านเทคนิค คาดว่ากระบวนการจะแล้วเสร็จในเดือนมี.ค. 2563 

หากเจาะไปที่ศักยภาพของ กลุ่มกิจการร่วมค้า บีบีเอส ที่ทำการเสนอราคาสูงถึง 3 แสนล้านบาท ซึ่งสูงกว่าคู่แข่งทั้ง 2 รายถึง 2 เท่าตัว เหตุผลที่กลุ่ม บีบีเอส ทำการเสนอราคานั้น ด้วยเหตุผลการต่อยอดธุรกิจ และความเชี่ยวชาญของบริษัทในกลุ่มที่มีศักยภาพความเชี่ยวชาญมากกว่ากลุ่มอื่นๆ เริ่มที่ บริษัท การบินกรุงเทพ จำกัด(มหาชน)  หรือ สายการบินบางกอกแอร์เวย์ส  ที่ถือครองสัดส่วนการลงทุน 45% ซึ่งมองว่าสนามบินอู่ตะเภาจะเป็น เอวิเอชันฮับแห่งใหม่ จะเข้าเป็นฐานการต่อยอดธุรกิจการบินให้กับทาง บางกอกแอร์เวย์ได้อีกมหาศาล

รวมถึงโอกาสทางธุรกิจจากปัญหาความแออัดของสุวรรณภูมิ ทำให้การเพิ่มไฟลต์บินหรือการเปิดสายการบินใหม่ไม่คึกคักเหมือนในอดีต ซึ่งการไปเปิดธุรกิจที่สนามบินอู่ตะเภาก็จะเป็นการต่อยอดทั้งการแข่งขันเชิงพาณิชย์ พื้นที่ดิวตี้ฟรี พื้นที่ค้าปลีก ไปจนถึงการขยายตัวของสายการบินไปที่อู่ตะเภามากขึ้น ด้วยการเชื่อมโยงการเดินทางจากรถไฟฟ้าความเร็วสูง 3 สนาบิน

ขณะที่ผู้ถือครองสัดส่วนธุรกิจ 35% ในกลุ่ม บีบีเอส คือ บริษัท บีทีเอส กรุ๊ป โฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน) ที่แม้จะทำธุรกิจรถไฟฟ้าเป็นหลัก แต่ยังทำธุรกิจสื่อโฆษณาอย่าง วีจีไอ ธุรกิจขนส่งกับเคอรี่ เอ็กซ์ เพรส ไปจนถึงธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ที่เป็นเจ้าของธุรกิจโรงแรม จึงเป็นจิ๊กซอชิ้นสำคัญที่สอดรับกับโมเดลธุรกิจของ บริษัท การบินกรุงเทพ ได้เป็นอย่างดี

BBS - Grand Consortiam ผ่านเทคนิค “อู่ตะเภา – เมืองการบิน”

ส่วนผู้ถือหุ้นรายที่ 3 ถือครองสัดส่วน 20% อย่าง บริษัท ซิโน-ไทย เอ็นจิเนียริ่ง แอนด์ คอนสตรัคชั่น จำกัด (มหาชน)  ก็ถือเป็นบริษัทก่อสร้างยักษ์ใหญ่ที่มีรายได้ 1 ใน 3 ของประเทศ จึงถือเป็นบริษัทที่มีเพาเวอร์ในการควบคุมต้นทุนการก่อสร้างได้เป็นอย่างดี ก็รับหน้าที่เรื่องการก่อสร้างทั้งหมดของโครงการไป

ฉะนั้นเมื่อนำเอกชนทั้ง 3 รายนี้มาประกอบเป็นภาพใหญ่ เราจะเป็นได้ว่าศักยภาพของทั้ง 3 รายต่างเกื้อกูลกันและกัน ทั้งยังเป็นผู้นำในแต่ธุรกิจที่ตนเองมีความเชี่ยวชาญ หากผนวกกับโอกาสการทำธุรกิจในโครงการพัฒนาสนามบินอู่ตะเภา และเมืองการบินภาคตะวันออก ที่ไม่ได้มีเพียงรายได้เชิงพาณิชย์ที่จะเกิดขึ้นภายในอาคารผู้โดยสารหลังที่ 3 เท่านั้น เพราะการขยายเฟสแรกจะรองรับผู้โดยสารได้ 15 ล้านคนในช่วง 5 ปีแรก เฟส 2 รองรับได้ 30 ล้านคน และเฟส 3 รองรับ 60 ล้านคน ไปจนถึงสิทธิในการจัดเก็บรายได้ในส่วนพื้นที่เชิงพาณิชย์ที่อยู่นอกอาคารผู้โดยสารอย่างศูนย์ธุรกิจการค้า ที่เอกชนสามารถออกแบบพื้นที่ใช้งานได้หลายฟังก์ชัน

ที่สำคัญศูนย์ธุรกิจการค้านี้ ยังคิดเป็น 2 ใน 3 ของพื้นที่จะอยู่ในเขตการพัฒนาอุตสาหกรรม MRO และชิ้นส่วนอากาศยาน  และที่สำคัญยังได้พันธมิตรที่จะมาบริหารสนาม อย่างสนามบินนานาชาตินาริตะ ซึ่งเป็นผู้บริหารสนามบินอันดับใหญ่ 1 ใน 3 ของโลกด้วย

ทั้งหมดนี้ จึงเป็นการตอบโจทย์ใหญ่ ว่าเหตุใดกลุ่ม BBS จึงสามารถทุ่มทุนเสนอประโยชน์ให้กับประเทศชาติได้สูงสุดถึง 3 แสนล้านบาท กับอายุสัมปทาน 50 ปี

คกก.คัดเลือกฯ เรียก BBS จัดทำร่างสัญญา “เมืองการบิน” ก่อนลงนาม มี.ค.นี้

คกก.คัดเลือกฯอู่ตะเภา ให้กลุ่มบีบีเอสชนะประมูลเมืองการบิน

PR - ตารางคะแนน-2_B PR - ตารางคะแนน-2_B
TOP ประเด็นร้อน
วิดีโอยอดนิยม
เรื่องที่คุณอาจพลาด

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ