เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เฉลิมพระเกียรติ จ.บุรีรัมย์ ลงพื้นที่ตรวจสอบเหตุคนร้ายสวมหมวกไหมปิดบังใบหน้า เข้าไปฉกกระเป๋าเงินร้านขายของชำของสองตา-ยาย ในหมู่บ้านตะโก ต.อิสานเขต อ.เฉลิมพระเกียรติ ได้เงินไปหลายพันบาท
ที่เกิดเหตุเป็นบ้านปูนชั้นเดียวเปิดเป็นร้านขายของชำ โดยมีนายสำเรียง ประสงค์ทรัพย์ อายุ 78 ปี และนางเสวียน ประสงค์ทรัพย์ อายุ 73 ปี เป็นเจ้าของร้าน จากการสอบถามยายเสวียน ผู้เป็นภรรยา เล่าให้ฟังว่า ช่วงสายได้มีลูกค้าซึ่งเป็นผู้หญิงอายุประมาณ 30 – 35 ปี รูปร่างท้วม สูงประมาณ 150 – 160 เซนติเมตร สวมหมวกไหมพรมปิดบังใบหน้า ส ขับขี่รถมอเตอร์ไซต์ ฮอนด้าเวฟ สีดำ-แดง มาจอดที่หน้าร้านโดยไม่ดับเครื่อง
จากนั้นหญิงคนดังกล่าวก็ทำทีเข้ามาเดินเลือกซื้อของในร้าน แล้วพูดหลอกล่อ บอกว่าตัวเองทำงานที่ปั้มน้ำมันแห่งหนึ่ง พร้อมถามยายว่าสนใจจะเล่นหวยหุ้นหรือไม่ แต่ยายปฏิเสธบอกว่าเล่นไม่เป็น จากนั้นหญิงคนดังกล่าวก็ไปเดินเลือกของในร้านอีก พอยายเผลอก็แอบเข้าไปฉกกระเป๋าเงินที่เก็บไว้บริเวณด้านหลังร้าน
ยายเข้าไปเห็นพอดี จึงตัดสินใจกระโดดเข้ากระชากหมวกไหมพรมที่คนร้ายสวมใส่ แล้วใช้มืออีกข้างพยายามตบตีคนร้ายเพื่อไม่ให้เอากระเป๋าเงินไป จนสามารถกระชากหมวกไหมที่คนร้ายสวมใส่ปิดบังใบหน้าออกได้ คนร้ายตกใจเพราะยายเห็นหน้าจึงรีบแย่งกระเป๋าวิ่งออกไปขึ้นรถมอเตอร์ไซต์ ที่จอดติดเครื่องไว้หน้าร้านขับหลบหนีไป ได้เงินไปหลายพันบาทซึ่งเป็นเงินที่เก็บสะสมไว้จากการขายของ
คุณยายยังเล่าอีกว่า ช่วงที่สู้กับคนร้ายก็ตะโกนเรียกให้ตาซึ่งก็อยู่ในบ้านช่วย แต่คุณตากลับนั่งมองเหมือนเฉยเหมือนกับคนโดนสะกดจิต แต่ยังเคราะห์ดีที่คนร้ายไม่มีอาวุธจึงไม่ได้รับอันตรายอะไร
ขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจ ตรวจสอบที่เกิดเหตุ พร้อมนำหมวกไหมพรมที่คุณยายกระชากจากศรีษะคนร้ายจนหลุด ไปตรวจสอบหาร้านที่คนร้ายไปซื้อเพราะยังอยู่ในสภาพใหม่ รวมถึงจะได้ตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดบริเวณใกล้เคียงจุดเกิดเหตุ เนื่องจากร้านที่เกิดเหตุไม่ได้ติดกล้อง เพื่อจะได้เร่งติดตามตัวผู้ก่อเหตุชิงทรัพย์มาดำเนินคดีอย่างเร่งด่วน