ราคาน้ำมันโลกปรับตัวลดลง 30% หลัง องค์การกลุ่มประเทศผู้ส่งน้ำมันออก หรือ โอเปก ล้มเหลวในการเจรจาข้อตกลงกับพันธมิตรเกี่ยวกัการลดกำลังการผลิต ทำให้ "ซาอุดิอาระเบียมีแผนเพิ่มกำลังการผลิต และปรับลดราคาน้ำมัน เพื่อเปิดสงครามราคาแย่งชิงสัดส่วนในตลาด"
WTI กำลังก้าวไปสู่ช่วงเวลาที่เลวร้ายที่สุดนับตั้งแต่มกราคม 2534 ในช่วงสงครามอ่าว และเป็นช่วงที่เลวร้ายที่สุดเป็นอันดับ 2 ที่เคยถูกบันทึกไว้ในประวัติศาสตร์ บริษัท Goldman Sachs Group Inc. ยังออกมาเตือนว่า ราคาน้ำมันโลกอาจลดลงไปใกล้ระดับ 20 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
จอห์น คิลดัฟฟ์ (John Kilduff) จาก Again Capital บริษัทที่ปรึกษาการลงทุน กล่าวว่า “ซาอุดิอาระเบียกำลังทำให้สถานการณ์น้ำมันร้อนระอุไปทั้งโลก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในการจัดการกับปัญหาอัตราการผลิตมากเกินไปที่เรื้อรังมาสักพัก (เพราะโควิด 19) ซาอุดิอาระเบียเป็นผู้ผลิตต้นทุนต่ำที่สุดในตอนนี้ มีการคาดการณ์ล่วงหน้าสำหรับผู้ผลิตรายอื่นโดยเฉพาะบริษัทที่ดำเนินงานในธุรกิจหินน้ำมันของสหรัฐฯ”
เมื่อวันเสาร์ (7 มี.ค. 63) ที่ผ่านมา ตามรายงานของสำนักข่าวรอยเตอร์ ซาอุดิอาระเบียประกาศลดราคาขายน้ำมันอย่างเป็นทางการในเดือนเมษายน 2563 และมีรายงานว่าประเทศกำลังเตรียมเพิ่มการผลิตน้ำมันสูงกว่าระดับ 10 ล้านบาร์เรลต่อวัน ปัจจุบันซาอุดิอาระเบียสามารถสูบน้ำมันได้ 9.7 ล้านบาร์เรลต่อวัน แต่สามารถดำเนินการผลิตสูงสุดได้ถึง 12.5 ล้านบาร์เรลต่อวัน
ผลจากโควิด 19 ทำให้ความต้องการน้ำมันในตลาดโลกลดลง ส่งผลให้ตลาดน้ำมันเกิดความความสับสนวุ่นวายจากอุปทานที่มากจนเกินไป ซาอุดิอาระเบียจึงปรับลดราคาลงอย่างเป็นทางการมากที่สุดในรอบ 20 ปี ส่งสัญญาณไปยังผู้ซื้อว่าจะเพิ่มกำลังการผลิต ประกาศเจตนาชัดเจนว่าต้องการเปิดสงครามราคาน้ำมันเพื่อเพิ่มส่วนแบ่งในตลาด
ข้อมูล : financial times