พีพีทีวี แจงทำข่าวตรวจสอบหน้ากากตามมาตรฐานสื่อ หลัง "สิระ"โยงเป็นขบวนการใส่ร้าย

โดย PPTV Online

เผยแพร่

จากกรณีที่นายสิระ นำหน้ากากอนามัยไปแจกให้ประชาชน และถูกวิจารณ์ว่า เป็นหน้ากากอนามัยที่ไม่ได้มาตรฐาน ล่าสุดเจ้าตัวแจ้งความดำเนินคดีกับอ.อ๊อด กล่าวหาทำลายชื่อเสียง ขณะที่พีพีทีวี แจงปมต้องตรวจสอบหน้ากาก เพราะมีลักษณะบางกว่าที่ขายตามท้องตลาด

วันนี้ 13 มี.ค. 2563 ทันทีที่นายสิระ เจนจาคะ ส.ส.กรุงเทพฯ พรรคพลังประชารัฐ เดินทางไปถึงที่สน.ทุ่งสองห้อง ก็เดินเข้าไปหารองศาสตราจารย์ วีรชัย พุทธวงศ์ อาจารย์ภาควิชาเคมี คณะศิลปศาสตร์และวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ก่อนจะต่อว่า รองศาสตราจารย์ วีรชัย ทำให้ตนเองเสียชื่อเสียง ซึ่งตลอดการถูกต่อว่ารองศาสตราจารย์ วีรชัย ไม่ได้โต้ตอบใดๆ

สำหรับการเดินทางไปที่สน.ทุ่งสองห้องของรองศาสตราจารย์วีรชัย วันนี้ เพื่อเป็นพยานในคดีที่นายสิระ ดำเนินคดีกับผู้ขายหน้ากากอนามัย ที่นายสิระไปแจ้งความไว้ก่อนหน้านี้ว่าขายหน้ากากอนามัย ไม่ได้มาตรฐานให้ พร้อมมอบผลการตรวจสอบหน้ากากอนามัยของนายสิระ กับ แบบทั่วไป ที่ตรวจสอบไว้ ให้เป็นหลักฐานกับตำรวจ โดยหลักฐานนี้สะท้อนว่า หน้ากากอนามัยของนายสิระ ไม่สามารถกันเชื้อไวรัส หรือ แบคทีเรียได้อย่างแน่นอน

ส่วนประเด็นเรื่องหน้ากากทำให้เป็นมะเร็งหรือไม่ นายวีรชัย ระบุว่า ในหน้ากากมีสาร "เสี่ยง" ต่อการเกิดมะเร็ง ซึ่งระหว่างการสอบปากคำตำรวจให้เวลากับเรื่องนี้มาก ทั้งนี้ รองศาสตราจารย์วีรชัย ตั้งข้อสังเกตว่า สถานะของตัวเองขณะนี้อาจไม่ต่างจากแอดมินเพจแหม่มโพธิ์ดำ ที่ออกมาให้ข้อมูล แต่กลับถูกดำเนินคดี

นอกจากนี้ยังระบุว่า ที่ผ่านมาก็ใช้ห้องแล็บตรวจสอบเรื่องที่สังคมให้ความสนใจมาแล้วหลายเรื่อง ทั้ง ประเด็นกระทะชื่อดัง น้ำมันหล่อลื่นเครื่องยนต์

ทั้งนี้หลังรองศาสตราจารย์วีรชัย เดินทางกลับ นายสิระ ลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐานกับตำรวจ สน.ทุ่งสองห้อง เพื่อเอาผิด รองศาสตราจารย์วีรชัย เนื่องจากมองว่า เป็นการทำลายชื่อเสียงและใช้เครื่องมือของมหาวิทยาลัย ในลักษณะผิดวิสัย จากนักวิชาการอื่นทั่วไป มองว่าเป็นการกระทำที่ละเมิดกฎหมาย และหากในอนาคตรองศาสตราจารย์วีรชัย มาขอโทษ นายสิระ ระบุว่าจะไม่ยอมความเพราะต้องการสร้างบรรทัดฐานใหม่ให้สังคม

จากนั้นเดินทางกลับมายังสภาผู้แทนราษฏร เพื่อแถลงข่าวย้ำว่า รองศาสตราจารย์ วีรชัย ทำให้เสียชื่อเสียงอย่างมาก เพราะการนำหน้ากากอนามัยที่นำมาบริจาคไปตรวจและให้ข่าวว่ามีสารก่อมะเร็งทำให้ประชาชนแตกตื่น และถูกฝ่ายการเมืองโจมตี

นอกจากนี้ยังอ้างอีกว่าหลังเข้าพบตำรวจ นายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่อ อาชญากรรมโทรมาข่มขู่ตำรวจนครบาลทุ่งสองห้องพร้อมกล่าวทิ้งท้ายว่า “อ.อ๊อด หรือ รองศาสตราจารย์วีรชัยเป็นเด็กตนเอง” ประเด็นนี้ นายอัจฉริยะ ยอมรับว่าโทรศัพท์ไปหาตำรวจจริง แต่เป็นเพราะ รองศาสตราจารย์วีรชัย เป็นลูกความของตัวเองและมองว่า ตำรวจมีพฤติกรรมยื้อเวลาให้รองศาสตราจารย์วีรชัย พบกับนายสิระ ซึ่งเป็นสิ่งที่ไม่เหมาะสม

นายสิระ ยังตั้งข้อสังเกตถึงสถานีโทรทัศน์พีพีทีวี ว่า เป็นสื่อมวลชนที่นำหน้ากากไปให้รองศาสตราจารย์ วีรชัย ตรวจสอบและผลออกมาภายใน 2 ชั่วโมง รวมถึง วันนี้ สถานีโทรทัศน์พีพีทีวี  ก็ เป็นสำนักข่าวเดียวที่เดินทางไปทำข่าวที่สน.ทุ่งสองห้อง จึงมองว่าเป็นขบวนการทำลายตนเองหรือไม่

สำหรับหน้ากากอนามัยที่เป็นประเด็นนี้ นายสิระนำไปแจกให้กับประชาชนในพื้นที่ เมื่อวันที่ 3 มี.ค.ที่ผ่านมา โดยแจ้งหมายข่าวให้สื่อมวลชน ทำให้มีสื่อเดินทางไปทำข่าวหลายสำนัก หนึ่งในนั้นคือพีพีทีวี ซึ่งหลังนำเสนอข่าวเสร็จ ทีมข่าวสังเกตเห็นว่า หน้ากากอนามัยที่นายสิระแจก มีลักษณะบางกว่าที่ขายตามท้องตลาด

ทีมข่าวจึงประสานงานไปที่รองศาสตราจารย์ วีรชัย เพื่อขอให้ตรวจสอบหน้ากากอนามัยดังกล่าว ก่อนจะพบว่า วัสดุที่ใช้คือผ้าสปันบอนด์ ที่เกิดจากเส้นใยสังเคราะห์ที่เป็นไมโครพลาสติก ย่อยสลายยาก และหากสูดดมเข้าไปในร่างกายเป็นเวลานานมีโอกาสเสี่ยงทำให้เป็นโรคมะเร็งได้

ซึ่งหลังจากตรวจสอบทีมข่าวก็ได้สัมภาษณ์อ.อ๊อด ประกอบ เหมือนกับกระบวนการทำข่าวประเด็นอื่นๆ

นอกจากให้สัมภาษณ์แล้ว รองศาสตราจารย์ วีรชัย ยังนำผลการตรวจสอบหน้ากากอนามัย ไปโพสต์ในเฟซบุ๊ก พร้อมระบุว่า สามารถนำข้อมูลนี้ไปเผยแพร่ได้เนื่องจากเป็นการวิเคราะห์เชิงวิชาการ โดยมีสื่อมวลชนอีกหลายแขนงนำไปอ้างอิงในการนำเสนอข่าว 

ขณะที่ล่าสุด รองศาสตราจารย์วีรชัย โพสต์ข้อความในเฟซบุ๊ก ระบุว่าจะห้องกลับจากสิระ และ ตำรวจทุ่งสองห้อง ฐานกักขังหน่วงเหนี่ยวด้วย

"อ.อ๊อด" ลั่น ใช้หน้ากากอนามัยที่ "สิระ" แจกเสี่ยงโรคมะเร็ง

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ