เมื่อวันที่ 17 มี.ค.2563 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เจ้าหน้าที่ต้องประสานรถดับเพลิงจากสถานีใกล้เคียงมากกว่า 30 คันและเรือดับเพลิงอีก 3 ลำ เข้าสกัดเพลิงในครั้งนี้ ซึ่งต้องใช้เวลากว่า 40 นาที จึงสามารถควบคุมเพลิงเอาไว้ได้
นางตวงพร วงษ์โพธิ ชาวบ้านในชุมชน เปิดเผยว่า เมื่อช่วงเวลาประมาณ 04.00 น. ได้กลิ่นเหม็นลักษณะคล้ายสายไฟไหม้มาจากโรงเลื่อย จึงได้ลุกขึ้นไหว้พระสวดมนต์ จนกระทั่งช่วงเวลาก่อน 07.00 น. ลูกชายได้ตะโกนบอกว่า มีเปลวไฟมาจากโรงเลื่อย จึงได้ช่วยกันเก็บข้าวของเครื่องใช้ขนออกจากตัวบ้าน
นายธีรยุทธ ภูมิภักดิ์ รองผู้อำนวยการสำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เปิดเผยว่า จากเหตุการณ์เพลิงไหม้ได้ประสานไปยังสถานีดับเพลิงที่อยู่บริเวณใกล้เคียง 7-8 สถานี ให้ส่งรถดับเพลิงมากกว่า 30 คัน เข้ามาช่วยทำการสกัดเพลิงไหม้ ซึ่งอุปสรรคการดับเพลิงในครั้งนี้คือบ้านเรื่อนประชาชนและโรงเลื่อย มีกองไม้อยู่เป็นจำนวนมาก ประกอบกับมีลมแรงจึงให้การดับเพลิงเป็นไปด้วยความอยากลำบาก
ส่วนกรณีที่สถานีดับเพลิงบางอ้อ ที่มีผู้เข้าข่าย 1 คน และอยู่ระหว่างการเฝ้าระวังโรค โควิด 19 นั้น ขณะนี้สถานดับเพลิงบางอ้อ ได้หยุดปฎิบัติหน้าที่ชั่วคราว จึงได้สั่งการให้สถานีดับเพลิงพื้นที่ใกล้เคียงเข้ามาเตรียมพร้อมในพื้นที่บางอ้อแทน ทั้งนี้ ยืนยันว่า การดับเพลิงไม่ได้เป็นปัญหาแต่อย่างใด
เบื้องต้นจากเหตุการณ์เพลิงไหม้ดังกล่าวไม่มีใครได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต โดยหลังจากนี้เจ้าหน้าที่เตรียมประสานเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐานเข้าตรวจสอบอย่างละเอียดอีกครั้ง เพื่อหาสาเหตุต่อไป ส่วนเรื่องการเยียวยาของผู้ที่ได้รับผลกระทบหลังจากนี้ จะมีการแจกข้าวสารอาหารแห้ง และจะเยียวยาตามสิทธิที่ได้รับตามกฎหมายต่อไป