เมื่อวันที่ 23 มี.ค.2563 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กราฟที่เปรียบเทียบจำนวนผู้ป่วยในแต่ละประเทศ ซึ่งเมื่อเทียบสัดส่วนแล้ว พบว่าไทย มีอัตราการเพิ่มขึ้นของผู้ติดเชื้อ ประมาณ 33 % ต่อวัน โดยเป็นข้อมูลที่ รศ. ดร.พญ. ภัทรวัณย์ วรธนารัตน์ หัวหน้าภาควิชาออร์โธปิดิกส์ คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวพีพีทีวี ว่า กราฟนี้เคยถูกนำเสนอให้พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี รับทราบมาก่อนหน้านี้แล้ว นัยยะสำคัญของตัวเลขทั้งหมด ในเชิงสถิติ มีโอกาสที่ กลางเดือนเมษายนจะมีผู้ติดเชื้อโควิด-19 ในประเทศไทย ซึ่งประมาณ 350,000 คน ในจำนวนนี้ จะมีคนที่ต้องนอนโรงพยาบาลประมาณ 50,000 คน หากสถานการณ์นี้เกิดขึ้นจริง จะส่งผลให้บุคลากรและอุปกรณ์ทางการแพทย์ไม่เพียงพอ ทำให้บางคนอาจต้องรักษาตัวที่บ้าน และมีโอกาสเสียชีวิตสูงขึ้นจากภาวะแทรกซ้อน
แบบจำลองคณิตศาสตร์การระบาด ‘โควิด-19’ ประเทศไทย
โดยข้อมูลนี้สอดคล้องกับ รองศาสตราจารย์ นายแพทย์ ธีระ วรธนารัตน์ รองหัวหน้าภาควิชาเวชศาสตร์ป้องกันและสังคม คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ระบุว่า จำนวนเตียงผู้ป่วยที่กระทรวงสาธารณสุขแถลงมีความสับสน เพราะว่าจำนวนเตียงและอุปกรณ์รักษาผู้ป่วยอาการหนักที่กระทรวงสาธารณสุขบอกว่ารองรับได้ 2-3 พันคนนั้น น่าจะไม่ได้หักลบกับผู้ป่วยเดิมที่รักษาตัวอยู่แล้วจากโรคอื่น ๆ เพราะจากประสบการณ์ส่วนตัวพบว่า ตามโรงพยาบาลต่าง ๆ มีผู้ป่วยค่อนข้างหนาแน่นอยู่ก่อนแล้ว ส่วนตัวจึงประเมินว่าเตียงผู้ป่วยหนักที่พร้อมรองรับผู้ป่วยเพิ่มอาจเหลือไม่ถึง 100 เตียง
สธ.พบติด “โควิด-19” เพิ่ม 122 ราย รวมสะสม 721 ราย
เปิดความจำเป็นห้ามเดินทาง เหตุลูกหลานตัวนำเชื้อโควิด-19 แพร่พ่อแม่-ผู้สูงวัย
ทั้งนี้ผู้สื่อข่าวพีพีทีวี ได้ข้อมูลจากแหล่งข่าวในวงการแพทย์ ระบุว่า ขณะนี้ เฉพาะในเขตกรุงเทพมหานคร ตรวจสอบพบว่า เหลือเตียงผู้ป่วยที่พร้อมรองรับผู้ติดเชื้อโควิด-19 แบ่งเป็น เตียงในห้องไอซียู ที่จะมีอุปกรณ์ช่วยชีวิตต่าง ๆ รวมถึงเครื่องช่วยหายใจ 13 เตียง, เตียงในห้องความดันลบทั้งแบบจริงและแบบที่ปรับแต่งมา 86 ห้อง, เตียงเพื่อทำการกักตัวผู้ติดเชื้อ 151 เตียง และเตียงสำหรับสังเกตอาการ 599 เตียง ซึ่งตัวเลขทั้งหมดนี้สำรวจมาจากโรงพยาบาล 119 แห่ง ทั่วกรุงเทพมหานคร
สธ.ยันมีเตียง-อุปกรณ์แพทย์ เพียงพอรองรับผู้ป่วยโควิด-19
ขณะที่หากดูจากสถิติพบว่า ผู้ป่วย 100 คน จะมีผู้ป่วยหนักที่ต้องนอนโรงพยาบาล 15 คน ส่วนที่ต้องนอนห้องไอซียูและใช้เครื่องช่วยหายใจ 5 คน ดังนั้นหากอัตราการเพิ่มขึ้นของผู้ป่วยโควิด สูงถึง 1,000 คน จะทำให้มีผู้ป่วยที่ต้องนอนห้องไอซียู 50 คน หรือหากเพิ่มขึ้น เป็น 50,000 คน ในเดือน เมษายน ตามที่แพทย์คาดการณ์ อาจมีผู้ป่วยที่ต้องนอนห้องไอซียู มากถึง 2,500 คน