จากกรณีนายรวย โพนรัมย์ อายุ 57 ปี และ น.ส.สุนันท์ หะพินรัมย์ อายุ 54 ปี สองสามีภรรยา อยากให้ช่วยตรวจสอบเงินในบัญชีที่หายไป 5,000 บาท หลังวานให้พนักงานโรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่ง เอาบัตร ATM ฝากไปกดเงินมาเป็นค่ารถกลับบ้านระหว่างมาฟอกไต แต่เงินได้หายไปจากบัญชีนั้น
ล่าสุดวันนี้ 24 เม.ย. 2563 น.ส.สุนันท์ หะพินรัมย์ อายุ 54 ปี เปิดเผยว่า ตนเองอาศัยอยู่ที่บ้านกับนายรวย โพนรัมย์ สามี และมีหลานที่ต้องเลี้ยงดูด้วย ฐานะทางบ้านยากจน แต่ละเดือนลูกสาวจะส่งเงินมาเป็นค่าเลี้ยงดูหลานเดือนละ 3,000 บาทบ้าง 5,000 บาทบ้าง
ส่วนเงินที่หายไปจากบัญชีนั้น เกิดขึ้นเมื่อหลายวันก่อน ขณะไปโรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่ง เพื่อฟอกไต ซึ่งต้องทำเป็นประจำ วันเว้นวัน ลูกสาวได้แจ้งว่า โอนเงินมาให้ค่านมลูก 5,800 บาท จึงเอาบัตรเอทีเอ็มให้พนักงานเปลคนหนึ่ง ไปกดเงินมาให้
แต่พนักงงานกลับนำเงินมาให้เพียง 1,000 บาท โดยบอกว่า มีเงินแค่นั้น ตนเองจึงสอบถามลูกสาว ซึ่งลูกสาวก็ส่งเอกสารยืนยันว่า โอนมา 5,800 บาท รวมกับเงินในบัญชีที่มีอยู่เดิม 287 บาท ต้องมีเงินจริง 6087 บาท จึงให้สามีไปกดดูอีกครั้ง แจ้งว่ามีเงินหลือบัญชีเพียง 1,087 บาท จึงกดเอามา 1,000 บาท เหลือติดบัญชี 87 บาท เมื่อนำสมุดไปปรับบัญชีที่ธนาคารพบว่า มีการกดเงินไป 2 ครั้ง ครั้งแรก 5,000 บาท ครั้งสอง 1,000 บาท ทิ้งระยะห่างกันประมาณ 10 นาที จึงสงสัยว่าเงิน 4,000 บาท หายไปไหน
ล่าสุดได้เข้าแจ้งความกับตำรวจสถานีตำรวจภูธรเมืองบุรีรัมย์ไว้แล้ว เพื่อขอดูภาพจากกล้องวงจรปิดของโรงพยาบาลและบริเวณตู้เอทีเอ็มว่า เงินหายไปไหน เพราะตอนนี้เดือดร้อนมาก ร้านค้ามาทวงเงินค่านมหลานที่ไปเซ็นเอาไว้แล้ว ใครเอาเงินไป ให้เอามาคืนด้วย