พลตำรวจโทเจริญวิทย์ ศรีวนิชย์ ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 4 พร้อมด้วย พลตำรวจโทสมนึก มิควาฬ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดกาฬสินธุ์ เข้าพูดคุยกับผู้ปกครอง และเด็กหญิงที่ถูกตำรวจยศ ร้อยตำรวจโท ลวนลามบนวสถานีตำรวจภูธรสหัสขันธ์ จังหวัดกาฬสินธุ์เมื่อวานนี้ โดยทางผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 4 ได้แสดงความเสียใจและขอโทษผู้เสียหายและครอบครัว ที่ตำรวจประพฤติตัวไม่เหมาะสม พร้อมทั้งยืนยันให้ความเป็นธรรมกับผู้เสียหาย และลงโทษผู้กระทำผิด
การพูดคุยพบว่า สภาพจิตใจของเด็กหญิงทั้งสองคนก็ดีขึ้นแล้ว หลังจากก่อนหน้านี้ตื่นตระหนก และเสียขวัญ ซึ่งตาของเด็กหญิงผู้เสียหายบอกว่า หลังได้พูดคุยกับตำรวจชั้นผู้ใหญ่ ก็รู้สึกอบอุ่นใจและมั่นใจ ว่าจะได้รับความเป็นธรรม ส่วนตัวหากคนก่อเหตุมาขอโทษ ก็จะให้อภัย แต่ในส่วนความผิดทางวินัยและทางอาญา ก็ขอให้ว่ากันไปตามกระบวนการ เพราะตนก็ไม่อยากให้ตำรวจที่ทำหน้าที่ดูแลทุกข์สุขของประชาชน ทำตัวเสียหายภายในโรงพัก
ด้านคดี ตำรวจตรวจสอบวงจรปิดบนโรงพัก พบว่าช่วงเวลาประมาณ 11 นาฬิกา เด็กหญิงผู้เสียหายทั้ง 2 คน เดินเข้ามาบนโรงพักจริง ก่อนที่หนึ่งในเด็กหญิงคนพี่ จะเดินเข้าไปสอบถามเสียค่าปรับข้อหาไม่สวมหมวกกันน็อก ระหว่างนั้น มีตำรวจยศร้อยตำรวจโทคนหนึ่ง ซึ่งเป็นสิบเวร แต่งกายครึ่งท่อน เข้ามาสอบถามผู้เสียหาย และถามว่ามาทำอะไร พร้อมทั้งแนะนำและพาเด็กหญิงทั้งสองคนขึ้นไปเสียค่าปรับที่ชั้น 2
จากนั้น ร้อยตำรวจโทคนดังกล่าวก็พาเด็กหญิงที่เป็นพี่ เข้าไปในห้องเปรียบเทียบปรับ โดยน้องสาวยืนรออยู่ด้านนอก เมื่อเข้าไปในห้องซึ่งไม่มีเจ้าหน้าที่อยู่ เพราะเป็นวันหยุดราชการ “ร้อยตำรวจโท” คนดังกล่าวก็ลวนลามด้วยการโอบเอวเด็กหญิง และขอจับอวัยวะเพศ เด็กหญิงผู้เสียหายก็ตกใจ ร้องไห้ และพยายามผลักประตูออก แล้ววิ่งหนีออกมาพร้อมกับน้องสาว
ส่วนทาง ร้อยตำรวจโท ผู้ก่อเหตุเบื้องต้นยอมรับว่าทำผิดจริง โดยก่อนเกิดเหตุดื่มสุราที่บ้านพัก แล้วเพื่อนมาขอให้ไปเข้าเวรแทน ระหว่างเข้าเวรก็มีอาการเมาเลยก่อเหตุโดยไม่รู้ตัว
เบื้องต้น มีคำสั่งย้ายร้อยตำรวจโทคนดังกล่าว ไปประจำที่ตำรวจภูธรจังหวัดกาฬสินธุ์ และตั้งคณะกรรมสอบสวนวินัยร้ายแรง และตั้งข้อหาอนาจารแก่บุคคลที่อายุต่ำกว่า 15 ปี ซึ่งมีโทษสูงจำคุก 10 ปี และปรับไม่เกิน 2 แสนบาท หากศาลตัดสินผิดและจำคุกก็ต้องดำเนินการไล่ออกจากราชการต่อไป
ด้าน พลตำรวจโทสมนึก มิควาฬ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดกาฬสินธุ์ กำชับให้โรงพักสหัสขันธ์ และโรงพักอื่นๆ ติดตั้งกล้องวงจรปิดตามจุดที่เป็นมุมอับ หรือพื้นที่เสี่ยง เพื่อป้องกันการกระทำผิดในลักษณะนี้ อีกทั้งยังสามารถตรวจสอบและใช้เป็นหลักฐานพยาน หากเกิดการทำผิดขึ้นในโรงพักอีก