ตำรวจนำตัว นายวสันต์ อินทรจักร์ หรือ “นายไข่” อายุ 43 ปี ผู้ต้องหามาชี้จุดและทำแผนประกอบคำสารภาพ หลังก่อเหตุยิง นางสาวกมลทิพย์ สบกระสิบ อายุ 40 ปี และนายเจริญ มะณี อายุ 50 ปี แล้วนำศพทั้งสองใส่ถุงพลาสติก ทิ้งไว้ในสวนมะม่วงข้างบ้าน
ก่อนทำแผนฯ “นายไข่” ผู้ต้องหาได้จุดธูปกราบขอขมาศพ นางสาวกมลทิพย์ และขอขมาญาติพี่น้องของผู้ตาย ท่ามกลางชาวบ้านที่มาช่วยจัดงานศพต่างตะโกนสาปแช่งตลอดเวลา
จากนั้นตำรวจนำตัวไปชี้จุดเริ่มจากบริเวณโต๊ะนั่งกินข้าว ที่โรงจอดรถ ซึ่งเป็นจุดที่ลงมือยิงนางสาวกมลทิพย์เสียชีวิต คืนวันที่ 23 พฤษภาคม โดยใช้โทรศัพท์ของ นางสาวกมลทิพย์ ส่งข้อความลวงให้ นายเจริญ มาพบที่บ้านในช่วงเช้ามืดวันที่ 24 พฤษภาคม ระหว่างที่นายเจริญ เปิดประตูเข้าไปในบ้านและกำลังจะปิดประตู “นายไข่” ที่หลบซ่อนตัวอยู่ก็ใช้ปืนยิงจากด้านหลัง จนล้มลงเสียชีวิต
หลังจากนั้นได้ทำการอำพรางศพของทั้งสองคนด้วยการนำไปซุกไว้ในสวนหลังบ้าน และใช้สายยางฉีดล้างทำความสะอาด ก่อนจะหลบหนีไป
โดย “นายไข่” อ้างว่าทำเพราะรักมาก และหึงหวงที่ฝ่ายหญิงจะตีตัวออกห่าง ซึ่งตั้งใจว่าหลังก่อเหตุ “นายไข่” ตั้งใจฆ่าตัวตาย โดยได้เขียนจดหมายทิ้งไว้ที่บ้านพัก บอกให้ทำศพสองวันแล้วเผา แต่บังเอิญเห็นภาพถ่ายของบิดาที่เสียชีวิตไปแล้ว จึงเปลี่ยนใจจะไปบวชเพื่อไถ่บาป แต่ยังไม่ทันได้บวชถูกตำรวจตามจับกุมได้ก่อน
เบื้องต้นตำรวจแจ้ง 5 ข้อหาหนัก คือ ข้อหาฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา ฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน มีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต พกพาอาวุธและเครื่องกระสุในหมู่บ้านและที่สาธารณะ และข้อหาปกปิดอำพรางซ่อนเร้นศพ