องค์กรต่อต้านคอร์รัปชั่น หรือ ACT เรียกร้องให้รัฐบาลและสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) เร่งผลักดันกฎหมายอีก 4 ฉบับ เพื่อแก้ปัญหาการทุจริตในวงราชการอย่างครบวงจร หลังจากที่ผ่านมามีการผ่านกฎหมายที่เป็นประโยชน์ต่อการปราบโกงแล้ว 2 ฉบับในยุครัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา
กฎหมาย 4 ฉบับที่รัฐบาลควรเร่งผลักดันในช่วงเวลาของการปฏิรูปประเทศ เพื่อแก้ไขปัญหาการทุจริตคือ
1. ร่างพระราชบัญญัติจัดซื้อจัดจ้างฉบับใหม่ เพื่อคุมกลไกการจัดซื้อจัดจ้างไม่ให้รั่วไหลและภาคประชาชนมีส่วนร่วมตรวจสอบ
2. ร่างพระราชบัญญัติสำนักงบประมาณประจำรัฐสภา เพื่อแก้ปัญหานักการเมืองเล่นแร่แปรธาตุกับงบประมาณและวิเคราะห์ตรวจสอบการใช้งบในโครงการประชานิยม
3. พระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสารของราชการฉบับใหม่ เพื่อปรับปรุงช่องโหว่ช่องว่างของฉบับปี 2540 ที่ไม่เอื้อให้ประชาชนเข้าถึงข้อมูลข่าวสารเพื่อตรวจสอบทุจริตของหน่วยงานอย่างแท้จริง
4. พระราชบัญญัติการโฆษณาประชาสัมพันธ์ภาครัฐ เพื่อทำให้สื่อเป็นอิสระจากอิทธิพลของผู้มีอำนาจที่ใช้งบประมาณของรัฐเข้าไปซื้อสื่อ
ส่วนกฎหมายอีก 2 ฉบับที่มีความคืบหน้าไปมากและจะส่งผลต่อการแก้ไขปัญหาการคอร์รัปชั่นอย่างมาก คือ พระราชบัญญัติการอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตของทางราชการ พ.ศ.2558 ซึ่งประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้ว และจะมีผลบังคับใช้ในเดือน ก.ค.นี้ โดยกฎหมายดังกล่าวจะทำให้การขอใบอนุญาตต่างๆ จากทางราชการลดขั้นตอนลงและปิดช่องทางการเรียกรับสินบนในการขออนุญาตประกอบธุรกิจในประเทศไทยที่ทำให้ต่างชาติไม่อยากเข้ามาลงทุน
อีกฉบับหนึ่งคือ ร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต เพื่ออนุวัตการอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการต่อต้านการทุจริต ค.ศ.2003 (United Nations Convention against Corruption: UNCAC) ซึ่งจะส่งผลให้ผู้ต้องหาหรือจำเลยในคดีทุจริตคอร์รัปชั่นอยู่ในข่ายการส่งผู้ร้ายข้ามแดนทั่วโลก ขณะนี้ผ่านการพิจารณาของสภานิติบัญญัติแห่งชาติแล้ว อยู่ระหว่างรอประกาศในราชกิจจานุเบกษา