วันนี้ (15 มิ.ย. 2558)นายรังสรรค์ ศรีวรศาสตร์ ปลัดกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า ค่าเงินบาทของไทยที่อ่อนค่าลงจากประมาณ 31 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ มาอยู่ที่ 33-34 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ ส่งผลดีกับเศรษฐกิจไทยค่อนข้างมาก ทำให้มูลค่าการส่งออกของไทยเพิ่มขึ้น โดยกระทรวงการคลังประเมินว่า เงินบาทที่อ่อนค่าในปัจจุบันจะทำให้มูลค่าการส่งออกของไทยเพิ่มขึ้น 5 แสนล้านบาท
นอกจากนี้กระทรวงการคลังยังได้เร่งการลงทุนภาครัฐ ด้วยการเร่งรัดการเบิกจ่ายโครงการลงทุนต่างๆ ทั้งของหน่วยงานรัฐและรัฐวิสาหกิจ ทั้งจากเงินงบประมาณและเงินกู้ เพื่อให้เม็ดเงินเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจมากที่สุด เพราะหนี้สาธารณะในขณะนี้ยังอยู่ในระดับต่ำที่ 43%ของจีดีพี ทำให้สามารถกู้เพื่อการลงทุนได้อีกมาก
ทางด้าน นายกฤษฎา จีนะวิจารณะ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง บอกว่า แม้การส่งออกยังมีปัญหาแต่เศรษฐกิจไทยจะขยายตัวได้ดี คาดว่าขยายตัวได้ตามเป้าหมาย 3.7% ต่อปี ตามที่ตั้งไว้ อย่างไรก็ตามในเดือน กรกฎาคมนี้จะทบทวนปรับประมาณการใหม่อีกครั้ง เนื่องจากการส่งออกที่ประมาณการไว้จะขยายตัวได้ 1.4% ต่อปี ต้องมีการปรับลดลง แต่ก็มีปัจจัยบวกด้านอื่นๆ ที่ดีกว่า ทั้งการเบิกจ่าย การบริโภค และการท่องเที่ยว