อเมริกา กับ “หน้ากากอนามัย” : สิทธิเสรีภาพ VS ความรับผิดชอบต่อสังคม


โดย PPTV Online

เผยแพร่




นิวมีเดีย PPTVHD36 ไล่เลียงเหตุความขัดแย้งในอเมริกาช่วงโควิด-19 ที่ยังคงลุกลาม โดยมีสาเหตุจากมุมมองที่ต่างกันในเรื่อง “หน้ากากอนามัย”

นับตั้งแต่สถานการณ์การระบาดของโควิด-19 เริ่มต้นขึ้นเมื่อปลายปี 2019 ไม่มีใครคาดคิดเลยว่า สถานการณ์จะเลวร้ายลงถึงระดับที่มีผู้ติดเชื้อทั่วโลกมากกว่า 13 ล้านราย เสียชีวิตเฉียด 6 แสนราย

ทรัมป์เตือน “ความสัมพันธ์กับจีนเสียหายรุนแรง” ตำหนิจีนไม่หยุดการระบาดของโควิด-19

อย.สหรัฐฯ ไม่รับปากวัคซีนโควิด-19 ทันใช้สิ้นปีนี้ ตามประกาศ “ทรัมป์”

แต่ปัจจัยหนึ่งซึ่งทำให้ความแตกต่างกันในแต่ละประเทศ คือความเข้มงวดของมาตรการ และความร่วมแรงร่วมใจของประชาชนที่จะปฏิบัติตามมาตรการนั้น โดยมาตรการสำคัญในการป้องกันการระบาด ได้แก่ การเว้นระยะห่างทางสังคม การหมั่นทำความสะอาดมืออย่างสม่ำเสมอ การกินอาหารปรุงสุกด้วยภาชนะช้อนส้อมของตัวเอง และที่สำคัญที่จะขาดไปไม่ได้ ก็คือ “การสวมใส่หน้ากากอนามัย”

ภาพการสวมใส่หน้ากากอนามัยกลายเป็นภาพที่เราเห็นกันชนชินตาในประเทศไทยทุกวันนี้ โดยจะเรียกว่าเป็น New Normal หรือชีวิตวิถีใหม่ก็คงจะไม่ผิด เพราะคงไม่มีใครคาดคิดมาก่อนว่า เราจะต้องใส่หน้ากากอนามัยออกมาจากบ้านทุกวันจนเป็นเรื่องปกติ

อย่างไรก็ตาม แต่ละประเทศก็มีระดับความเสียหายแตกต่างกัน โดยผู้ที่รั้งอันดับที่ 1 ของโลกทั้งในด้านจำนวนผู้ติดเชื้อโควิด-19 สะสม หรือจำนวนผู้เสียชีวิตจากโรค ก็คือ “สหรัฐอเมริกา” ซึ่ง ณ วันที่ 17 ก.ค. มีจำนวนผู้ติดเชื้อโควิด-19 สะสมมากกว่า 3.5 ล้านราย เสียชีวิตกว่า 1.3 แสนราย

แน่นอนว่าสาเหตุหลักมาจากมุมมองเรื่องของการสวมใส่หน้ากากอนามัยที่แตกต่างจากไทยและชาติอื่นโดยเฉพาะในประเทศแถบเอเชีย

มากไปกว่านั้น การไม่สวมใส่หน้ากากอนามัยในสหรัฐอเมริกาไม่ใช่เพียงเรื่องเล็ก ๆ เพราะมันบานปลายรุนแรงจนเกิดการประท้วงและการทำร้ายร่างกายในหลายรัฐเลยทีเดียว

นิวมีเดีย PPTVHD36 ไล่เลียงสถานการณ์โควิด-19 ในสหรัฐอเมริกาที่ยังคงรุนแรง และเกิดความรุนแรงซ้ำจากความไม่พอใจเรื่อง “หน้ากากอนามัย”

สหรัฐอเมริกาพบผู้ติดเชื้อโควิด-19 รายแรกเมื่อวันที่ 21 ม.ค. 2020 ซึ่งขณะนั้นสถานการณ์ยังไม่รุนแรง แต่ในช่วงก่อนเดือนเมษายน ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคติดต่อ (CDC) และองค์การอนามัยโลก (WHO) ต่างพากันแนะนำว่า คนที่ต้องใส่หน้ากากอนามัย คือผู้ที่ป่วย ไอ หรือจาม ส่วนผู้ที่มีสุขภาพแข็งแรงดีไม่จำเป็นต้องใส่

แต่เมื่อสถานการณ์เริ่มเลวร้ายลง จำนวนผู้ติดเชื้อโควิด-19 เพิ่มสูงขึ้น ทำให้ CDC กลับลำเมื่อวันที่ 6 เมษายน และออกคำแนะนำให้ประชาชนสวมใส่หน้ากากอนามัยทุกครั้งเมื่อออกมาข้างนอก รวมถึงหลีกเลี่ยงการรวมกลุ่มกันในที่สาธารณะ ทำให้บางรัฐเริ่มประกาศใช้มาตรการบังคับประชาชนให้สวมใส่หน้ากากอนามัยตามคำแนะนำ

ด้านประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐอเมริกา ออกมาแสดงความเห็นในช่วงเวลาดังกล่าวว่า “การสวมใส่หน้ากากอนามัยเป็นเรื่องของความสมัครใจ เขาจะไม่บังคับให้ใครใส่ รวมถึงตัวเขาเองก็จะไม่ใส่เช่นกัน” ซึ่งแน่นอนว่าเรียกเสียงวิพากษ์วิจารณ์ได้ไม่น้อย

“ทรัมป์” ยันการใส่หน้ากากอนามัยเป็นสิทธิส่วนบุคคล

แต่ในทางกลับกันก็มีผู้ที่เห็นด้วยกับทรัมป์เช่นกัน โดยในบางรัฐเริ่มมีการออกมาประท้วงต่อต้านมาตรการจากภาครัฐ โดยผู้ออกมาประท้วงต่างมองว่า มาตรการต่าง ๆ ในช่วงโควิด-19 นั้น กำลังรุกล้ำสิทธิและเสรีภาพเหนือชีวิตและร่างกายของเหล่าอเมริกันชน เกิดกลุ่มต่อต้านการใส่หน้ากากอนามัยอย่าง Freedom to Breathe Agency และ Anti-Mask Task Force ขึ้นมาทั่วประเทศ เพราะมันสะท้อนว่า แม้แต่ผู้นำประเทศเองก็ยังไม่เชื่อในการใส่หน้ากากอนามัย

ผู้ใช้ทวิตเตอร์รายหนึ่งทวีตข้อความ "ฉันเชื่อในเสรีภาพที่จะหายใจ! สหรัฐอเมริกาเป็นประเทศที่ให้ประชาชนมีเสรีภาพ! อย่าบังคับพวกเขาให้ต้องทรมานจากเรื่องราวปาหี่ของพวกฝ่ายซ้ายหัวรุนแรงที่โจ (Joe Biden - คู่แข่งทรัมป์จากพรรคเดโมแครต) เป็นผู้บงการ! ทรัมป์ขอให้สู้เพื่ออิสรภาพและเสรีภาพ เหมือนกับบิดาผู้ก่อตั้งของเรา!" 

ต่อมาในช่วงปลายเดือนเมษายน สายการบินต่าง ๆ ในสหรัฐอเมริกาเริ่มปฏิบัติตามคำแนะนำ โดยขอความร่วมมือผู้โดยสารให้สวมใส่หน้ากากอนามัยตลอดเวลาขณะขึ้นเครื่องหรืออยู่ในสนามบิน

เข้าสู่เดือนพฤษภาคม สถานการณ์การสวมใส่หน้ากากอนามัยเริ่มก่อให้เกิดความรุนแรง โดยเฉพาะระหว่างผู้สนับสนุนประธานาธิบดีทรัมป์ที่มองว่าโควิด-19 เป็นเพียงเรื่องแหกตาและมาตรการข้อบังคับต่าง ๆ เกี่ยวกับโควิด-19 เป็นการกระทำที่ “เผด็จการ” กับฝ่ายประชาชนที่มองว่าโควิด-19 เป็นเรื่องร้ายแรงที่ต้องให้ความสำคัญและระมัดระวัง รวมถึงไปเกิดความรุนแรงกับผู้บังคับใช้กฎระเบียบด้วยเช่นกัน

ที่ซูเปอร์มาร์เก็ต Target ในรัฐแคลิฟอร์เนีย เกิดเหตุชาย 2 คนทำร้ายร่างกายพนักงานรักษาความปลอดภัยของซูเปอร์มาร์เก็ตที่เข้าไปเตือนให้สวมใส่หน้ากากอนามัย โดยพนักงานรักษาความปลอดภัยเป็นฝ่ายถูกทำร้ายก่อน และหนักจนถึงขั้นแขนหัก

ในเดือนเดียวกันนั้น ทรัมป์เดินทางไปเยี่ยมชมโรงงานฟอร์ดมอเตอร์ นอกเมืองดีทรอยต์ รัฐมิชิแกน ซึ่งเปลี่ยนสายการผลิตมาผลิตอุปกรณ์ป้องกันโควิด-19 และเครื่องมือทางการแพทย์ต่าง ๆ แทน โดยขณะที่ตอบคำถามจากสื่อ ทรัมป์กลับไม่สวมใส่หน้ากากอนามัย และปฏิเสธที่จะใส่มัน ทั้งที่เขาก็พกมันมาด้วย และมีภาพปรากฏว่า เมื่อทรัมป์ไม่ได้อยู่ต่อหน้าสื่อแล้ว ทรัมป์กลับใส่หน้ากากอนามัยเสียอย่างนั้น

ทรัมป์ประกาศ “เราจะไม่ปิดประเทศ” หากโควิด-19 ระบาดระลอกสอง

นอกจากทรัมป์แล้ว ยังมีผู้ว่าการรัฐต่าง ๆ ที่ไม่เชื่อในคำแนะนำของ CDC ตลอดจนผู้เชี่ยวชาญด้านารแพทย์และสาธารณสุขต่าง ๆ หนึ่งในนั้นคือ กาย ฟิลลิปส์ (Guy Phillips) สมาชิกสภาเมืองสก็อตต์สเดล (Scottsdale) ซึ่งขึ้นเวทีผู้ชุมนุมต่อต้านการสวมหน้ากาก แล้วพูดว่า “ผมหายใจไม่ออก” ก่อนจะถอดหน้ากากทิ้ง เรียกเสียงเฮจากผู้ชุมนุม

สถานการณ์ในเดือนกรกฎาคมเริ่มเลวร้ายลง เมื่อความเชื่อเกี่ยวกับหน้ากากอนามัยที่แตกต่างกันทำให้เกิดการทำลายข้าวของในซูเปอร์มาร์เก็ตเมื่อมีการเตือนให้ใส่หน้ากาก มีพฤติกรรมประชดประชันด้วยการหยิบกางเกงในขึ้นมาสวมแทนเมื่อถูกเตือน รวมถึงมีการออกบัตรผู้ป่วยปลอมซึ่งระบุว่า ไม่สามารถสวมใส่หน้ากากอนามัยได้ด้วยเหตุผลทางการแพทย์ และยังมีกลุ่มต่อต้านการสวมหน้ากากบุกเข้าไปในร้านอาหารแล้วประกาศว่าจะเลี้ยงข้าวผู้ที่ถอดหน้ากากอนามัยทุกคน

แต่แล้วในวันที่ 11 กรกฎาคม ที่ผ่านมา กลับปรากฏภาพประธานาธิบดีทรัมป์ใส่หน้ากากอนามัยออกสื่ออย่างเป็นทางการเป็นครั้งแรก ระหว่างเดินทางเยือนศูนย์การแพทย์ทหารวอลเตอร์ รีด หลังจากที่ผ่านมาตลอดครึ่งปี ไม่ประกาศขอความร่วมมือให้ชาวอเมริกันสวมเช่นกัน โดยให้เหตุผลว่า เป็นทางเลือกของแต่ละบุคคล แต่จะสวมหน้ากาก ก็ต่อเมื่ออยู่ในสถานที่แออัด หรือไม่สามารถเว้นระยะห่างได้

“ทรัมป์” ยอมใส่หน้ากากออกสื่อครั้งแรกตั้งแต่ โควิด-19 ระบาด

ปัจจุบัน ร้านค้าต่าง ๆ ทั่วอเมริกาหลายเจ้า ได้ประกาศมาตรการชัดว่า ไม่ต้อนรับผู้ใช้บริการที่ไม่สวมใส่หน้ากากอนามัย โดยห้างค้าปลีกและร้านค้าต่าง ๆ เช่น Walmart, Target, CVS, Kroger, Publix, Kohl's, Starbucks, Best Buy, Costco เป็นต้น บังคับให้ผู้เข้าใช้บริการทุกคนต้องสวมใส่หน้ากากอนามัย

ปัจจุบัน ในสหรัฐอเมริกามีอยู่ 29 รัฐ ที่มีมาตรการบังคับให้ประชาชนสวมใส่หน้ากากอนามัย เพื่อสกัดการแพร่ระบาดของโควิด-19 แต่ในหลายรัฐเกิดการต่อต้านอย่างรุนแรง

โดย 10 รัฐที่มีการต่อต้านการสวมใส่หน้ากากอนามัยมากที่สุด ได้แก่

  • แอริโซนา (Arizona) ติดเชื้อสะสม 131,354 ราย เสียชีวิต 2,434 ราย
  • ฟลอริดา (Florida) ติดเชื้อสะสม 297,876 ราย เสียชีวิต 4,521 ราย
  • ไอดาโฮ (Idaho) ติดเชื้อสะสม 12,445 ราย เสียชีวิต 110 ราย
  • เมน (Maine) ติดเชื้อสะสม 3,598 ราย เสียชีวิต 114 ราย
  • มิสซูรี (Missouri) ติดเชื้อสะสม 29,714 ราย เสียชีวิต 1,103 ราย
  • มอนทานา (Montana) ติดเชื้อสะสม 2,218 ราย เสียชีวิต 34 ราย
  • เนวาดา (Nevada) ติดเชื้อสะสม 30,673 ราย เสียชีวิต 643 ราย
  • โอไฮโอ (Ohio) ติดเชื้อสะสม 69,311 ราย เสียชีวิต 3,075 ราย
  • เซาท์แคโรไลนา (South Carolina) ติดเชื้อสะสม 62,245 ราย เสียชีวิต 998 ราย
  • ไวโอมิง (Wyoming) ติดเชื้อสะสม 1,985 ราย เสียชีวิต 22 ราย

สถานการณ์ล่าสุด เมื่อทรัมป์บอกว่ามีข่าวดีเกี่ยวกับวัคซีนโควิด-19 ในทวิตเตอร์ของเขา กลับพบบางความเห็นที่ต่อต้านการบังคับให้ประชาชนต้องได้รับวัคซีน โดยระบุว่าควรเป็นความสมัครใจว่าจะฉีดหรือไม่ฉีด

“ขอแค่ทำให้มั่นใจว่าเฟาซี (Anthony Fauci – ผู้เชี่ยวชาญโรคระบาดที่สนับสนุนการป้องกันการระบาดของโควิด-19) จะไม่ทำให้การฉีดวัคซีนเป็นข้อบังคับก็พอ เพราะนั่นเป็นแผนการของพวกเขา ตัวเขากับ บิล เกตส์ มีผลประโยชน์อยู่ในนั้นมหาศาล”

“ฉันจะไม่รับวัคซีน ลูกชายของฉันก็จะไม่รับ ทำไมต้องผลักดันเรื่องวัคซีนด้วยในเมื่ออัตราการเสียชีวิตมีอยู่แค่ 1 ใน 10,000 มันกำลังเกิดอะไรขึ้นคะท่าน?”

“อะไร วัคซีนอะไร ฉันไม่เชื่อในวัคซีนอะไรทั้งนั้น และด้วยความเคารพ ฉันคิดว่าฉันปลอดภัยดีค่ะท่านประธานาธิบดี ฉันหวังว่าถ้ามันเกิดขึ้นจริง คุณจะรกษาคำพูดที่ว่าจะไม่บังคับให้เราต้องฉีด (วัคซีน)”

ตัวเลขผู้ติดเชื้อโควิด-19 รายวันในสหรัฐอเมริกายังคงพุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเมื่อวาน (16 ก.ค.) เพิ่มขึ้นถึง 75,000 ราย ทำลายสถิติ 71,000 รายของวันก่อนหน้า แต่ท่ามกลางตัวเลขการติดเชื้อ การเสียชีวิต อเมริกันชนทั้งหลายยังคงถกเถียงกันอย่างดุเดือดว่า ระหว่าง “สิทธิเสรีภาพของคน” กับ “ความรับผิดชอบที่ควรมีต่อสังคม” สิ่งใดกันแน่ ที่เป็นสิ่งที่ถูกต้องเหมาะสมในสถานการณ์การระบาดของโควิด-19

วารสารการแพทย์ ส่งจม.เปิดผนึกถึง “ทรัมป์” กรณี “นพ.เฟาซี” ถูกโจมตี

เรียบเรียงจาก CDC, CNN, Daily Mail, Global News, KTNV, New York Times

TOP ประเด็นร้อน
วิดีโอยอดนิยม
เรื่องที่คุณอาจพลาด

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ