คลิปเสียงดังกล่าว เป็นการสนทนาระหว่าง พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ กับ พล.ต.อ.วิระชัย ทรงเมตตา รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ในช่วงเดือนมกราคม เนื้อหา คล้าย พล.ต.อ.จักรทิพย์ ต่อว่า พล.ต.อ.วิระชัย เรื่องการไปทำคดีลอบยิงรถของพล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล ที่ปรึกษาพิเศษประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เนื่องจากมีผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ดูแลอยู่แล้ว
แม้จะล่วงเลยมานาน 6 เดือน แต่ล่าสุด มีรายงานว่า สัปดาห์ที่ผ่านมา พล.ต.อ.จักรทิพย์ มอบหมายให้ กองคดี สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวนกองปราบปราม ให้ดำเนินคดีกับ พล.ต.อ.วิระชัย ฐานกระทำความผิดตาม พ.ร.บ.การประกอบกิจการโทรคมนาคม พ.ศ.2544 ในประเด็นเกี่ยวกับการเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล และประกาศคณะปฏิรูปการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตรย์ทรงเป็นประมุข ฉบับที่ 21 เรื่องห้ามการดักฟังทางโทรศัพท์หรือข้อมูลสื่อสารอื่นใดมีโทษ จำคุกไม่เกิน 5 ปี และปรับไม่เกิน 200,000 บาท หรือ ทั้งจำทั้งปรับ
ส่วนสาเหตุที่ ต้องการดำเนินคดี เนื่องจาก การปล่อยคลิปเสียงดังกล่าว เข้าข่ายเป็นความผิดต่อสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพราะทำให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติได้รับความเสียหาย
ขณะที่ล่าสุด พล.ต.ต.จิรภพ ภูริเดช ผู้บังคับการปราบปราม เปิดเผยว่า พล.ต.อ.จักรทิพย์ ส่งฝ่ายกฎหมายแจ้งความดำเนินคดีกับ พล.ต.อ.วิระชัย ตั้งแต่เมื่อ 3 วันที่ผ่านมา ขณะนี้ได้มอบเรื่องให้รองผู้บังคับการกองปราบปรามดำเนินการแล้ว แต่เนื่องจากคดีดังกล่าวมีนายตำรวจชั้นผู้ใหญ่เกี่ยวข้อง
จึงส่งเรื่องให้กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลางจัดตั้งคณะทำงานสอบสวนในคดีนี้ และจะมีนายตำรวจระดับรองผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง เป็นหัวหน้าพนักงานสอบสวน คาดว่าจะใช้เวลาจัดตั้งไม่นาน
จากนั้นเมื่อได้คณะทำงานก็จะประชุมเพื่อขออนุญาตสอบสวนบุคคลที่เกี่ยวข้องกับคดี ยืนยันว่าตำรวจกองปราบไม่มีความหนักใจกับการทำคดีนี้ เพราะทุกอย่างเป็นไปตามระเบียบและคำสั่งของผู้บังคับบัญชา