เมื่อวันที่ 30 ก.ค. 2563 จากกรณี นพ.สุขุม กาญจนพิมาย ปลัดกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ลงนามตั้งศูนย์บริหารทรัพยากรกรณีโรคติดเชื้อโควิด-19 เมื่อวันที่ 22 มิ.ย.2563 และตั้ง นพ.ชาญชัย จันทร์วรชัยกุล ผู้อำนวยการโรงพยาบาลขอนแก่น ซึ่งถูกย้ายออกจากโรงพยาบาลขอนแก่น กรณีถูกกล่าวหารับเงินบริจาคจากบริษัทยาเข้ากองทุนพัฒนาโรงพยาบาลขอนแก่น โดยให้มาดำรงตำแหน่งเป็นผู้อำนวยการศูนย์ดังกล่าว
ล่าสุดวานนี้ (29 ก.ค.63) นพ.ชาญชัย ให้สัมภาษณ์ถึงการเตรียมพร้อมหากเกิดการระบาดโควิด-19 รอบสอง ระบุว่า ขณะนี้กำลังเตรียมการประชุมต้นส.ค.นี้ เพื่อวางแผนการบริหารงานว่า หากศูนย์บริหารโควิดอยู่ต่อจะต้องบริหารงานอย่างไร โดยเฉพาะการเตรียมพร้อมรับมือกรณีหากมีการระบาดรอบสอง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องอุปกรณ์ในการทำงาน การบริหารคน ซึ่งเรื่องคนนั้นได้ทำหนังสือขอเพื่อโยกย้ายคนมา หรือจัดสรรเพิ่ม ซึ่งกำลังทำแผนงานปีงบประมาณ แต่ปีงบประมาณ 2564 กระทรวงได้ทำผ่านไปแล้ว อาจต้องใช้งบกลางก่อน อย่างไรก็ตาม สิ่งสำคัญต้องมีการหารือร่วมกับผู้เกี่ยวข้องทั้งหมด ทั้งนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัด โรงพยาบาลต่าง ๆ โดยเฉพาะโรงพยาบาลศูนย์โรงพยาบาลทั่วไป เพราะจะต้องมีการประสานเรื่องโลจิสติกส์
นอกจากนี้ ยังได้สำรวจอุปกรณ์ที่ใช้ไม่ได้ อย่างเครื่องช่วยหายใจ พบว่ามีประมาณ 1,000 เครื่อง ที่รอซ่อมอยู่ หากซ่อมจะสามารถนำกลับมาใช้ใหม่ เพื่อเตรียมพร้อมหากมีการระบาดรอบสอง รวมถึงหน้ากากอนามัย ชุด PPE ซึ่งมีการคำนวณไว้แล้วว่าต้องใช้มากน้อยแค่ไหน หากมีการระบาดรอบสอง โดยนำตัวเลขจากกรมควบคุมโรคมาคำนวณว่า หากระบาดรอบสองจะมีผู้ป่วยเท่าไหร่ต่อเดือน และต้องใช้อุปกรณ์เท่าไหร่อย่างไร ซึ่งขณะนี้กำลังดำเนินการ
“อนุทิน” เรียก ปลัดสธ. แจงย้าย ผอ.รพ.ขอนแก่น
ทั้งนี้ภายหลังการสัมภาษณ์การเตรียมความพร้อมการทำงานศูนย์บริหารทรัพยากรโควิด-19 นพ.ชาญชัย ได้พาชมห้องทำงาน เนื่องจากยังไม่มีอุปกรณ์ หรือเจ้าหน้าที่มาปฏิบัติงานเต็มเวลา เพราะเพิ่งมีการแต่งตั้ง แต่อยู่ระหว่างดำเนินการในเร็ว ๆ นี้ อย่างไรก็ตาม
ด้าน
“เรื่องนี้ผมได้ติดต่อไปยังกลุ่มวินัยของกระทรวงสาธารณสุขมาพักหนึ่งแล้ว ว่า จะทำอย่างไรได้บ้าง ซึ่งผมก็รอมาสัปดาห์กว่า แต่ยังไม่เห็นความคืบหน้าใด ๆ จึงได้ทำหนังสือถึงท่านปลัดกระทรวงสาธารณสุข ช่วยกรุณาตรวจสอบข้อเท็จจริงว่า เอกสารหลุดไปได้อย่างไร และมีผู้ใดกระทำผิด หรือมีเจตนาอะไรหรือไม่ และหากพบผู้กระทำผิดขอให้ท่านทำตามระเบียบวินัยทางราชการ โดยผมได้ยื่นหนังสือไปเมื่อช่วงเช้าวันนี้ (29 ก.ค.63) ที่ผ่านมา เรื่องนี้สำคัญมาก เพราะผมอยู่ในชั้นการสอบสวนวินัยร้ายแรงอยู่ มีคณะกรรมการดำเนินการอยู่ ตรงนี้จึงยังไม่ได้สรุปว่าเป็นผู้กระทำผิด แต่การมาเผยแพร่ข้อมูลแบบนี้ซ้ำไปมา ทั้งที่มีการสอบไปแล้ว และในชั้นสืบสวนก็ตกไปแล้ว แต่กลับเอาข้อคำถามมาเวียนอีก ผมไม่เข้าใจเจตนา ซึ่งเรื่องนี้จงใจให้เกิดความเข้าใจผิดหรือไม่” นพ.ชาญชัย กล่าว
นพ.ชาญชัย กล่าวว่า จริง ๆ ได้ขอข้อมูลผลการสืบสวนจากทางกระทรวงสาธารณสุข ซึ่งก็คือเอกสารที่หลุดไปนั้น เพื่อจะได้นำมาพิจารณาว่า มีประเด็นอะไรที่ต้องใช้ในชั้นสอบสวนวินัยร้ายแรง จะได้เตรียมการแก้ข้อกล่าวหาเราได้ แต่ทางกระทรวงสาธารณสุขบอกว่าให้เราไม่ได้ แต่กลับไปเผยแพร่ในสื่อออนไลน์ จึงเป็นเรื่องน่าแปลกใจ ประกอบกับตนได้มีการดำเนินการฟ้องเรื่องหมิ่นประมาทกรณีปลัดสธ.มีการเผยแพร่ข้อมูลว่า ตนมีความผิดชัดเจนแล้วทั้งที่ยังสอบสวนอยู่ โดยกรณีนี้จะเข้าข่ายผิดพ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ ซึ่งศาลก็กำลังขอข้อมูลตรงนี้อยู่เช่นกัน คาดว่าหมายศาลจะถึงกระทรวงสาธารณสุขเร็ว ๆ นี้ นอกจากนี้ตนกำลังดำเนินการฟ้องร้องขั้นต่อไป ซึ่งเป็นขั้นสุดท้าย จะดำเนินการในเร็วๆนี้
นพ.ชาญชัย กล่าวต่อว่า ส่วนที่ตนได้ร้องนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข กรณีนพ.สุขุม สั่งย้ายตนด้วยข้อกล่าวหา ว่า ต้องออกจากพื้นที่เพราะมีการข่มขู่พยาน ปรากฏว่า มีการตรวจสอบผลคือ อยู่ในอำนาจที่ปลัดสธ.ดำเนินการได้ แม้ตรงนี้จะไม่เป็นไปตามที่ตนคาดหมาย แต่เมื่อผลออกมาเช่นนี้ ตนคงต้องพิจารณาว่าจะดำเนินการอย่างไร เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมที่สุด