กมธ.จี้ ตร.เปิดเอกสารแจงเหตุไม่ฟ้อง "บอส" เสพโคเคน


โดย PPTV Online

เผยแพร่




หลังคณะกรรมาธิการการตำรวจ สภาผู้แทนราษฎร แถลงข่าวว่า ผลการตรวจร่างกายพบสารเสพติดชนิดโคเคนในร่างนายวรยุทธ อยู่วิทยา แต่ตำรวจ สน.ทองหล่อ กลับไม่แจ้งข้อกล่าวหา โดยอ้างว่าทันตแพทย์ยืนยันว่าได้ให้ยาที่มีส่วนผสมของโคเคนในการรักษาฟัน ซึ่งเมื่อดื่มแอลกอฮอลล์เข้าไปจะทำให้เกิดสารแปลกปลอมในร่างกาย วันนี้พีพีทีวีพูดคุยกับ นายณัฏฐ์ชนน ศรีก่อเกื้อ โฆษกคณะกรรมาธิการการตำรวจ ระบุว่า เมื่อวาน ประเด็นนี้ตำรวจชี้แจงปากเปล่า จึงเรียกร้องให้ ตำรวจเปิดเผยว่าสารนั้นคืออะไร รวมถึงข้อมูลที่เป็นเอกสาร

รพ.รามาฯ พบ"โคเคน"ในร่างกาย"บอส อยู่วิทยา"แต่ไม่มีในสำนวน

ตร.อ้างพยานหมอฟัน ชี้ 'โคเคน' ใน 'บอส อยู่วิทยา' เกิดจากยารักษาฟัน !

ความเห็นของ นายณัฏฐ์ชนน ศรีก่อเกื้อ โฆษกคณะกรรมาธิการการตำรวจ ข้อสงสัยสำคัญที่กรรมาธิการได้ซักถามพนักงานสอบสวน ว่าทำไมไม่แจ้งข้อหาพบสารแปลกปลอมที่เกิดจากยาเสพติดในร่างกายนายวรยุทธ ทั้งที่มีผลตรวจทางนิติเวชวิทยายืนยันจากการตรวจเลือดของนายวรยุทธ โดยพนักงานสอบสวนให้เหตุผลว่า มีทันตแพทย์ให้การว่าได้ให้ยาที่มีส่วนผสมของโคเคนในการรักษาทำฟัน เมื่อดื่มแอลกอฮอล์เข้าไปผสมจะทำให้เกิดสารแปลกปลอม แต่พนักงานสอบสวนไม่ได้ให้รายละเอียดที่ชัดเจน และไม่มีใบรับรองแพทย์ยืนยันว่าสารดังกล่าวเกิดจากการรักษาฟังจริงหรือไม่ เป็นการชี้แจงปากเปล่าเท่านั้น

เพจหมอฟัน แจง โคเคน ใช้ทำฟันเมื่อ 150 ปีก่อน

นายณัฏฐ์ชนนบอกว่า ส่วนตัวเห็นว่าสำนักงานตำรวจแห่งชาติต้องออกมาชี้แจงและตอบคำถามสังคมให้ชัดเจน เพราะถือเป็นประเด็นสำคัญ  สำหรับการให้ข้อมูลเมื่อวานนี้ พล.ต.ท.จารุวัฒน์ ไวศยะ ผู้ช่วย ผบ.ตร. พล.ต.ท.สมชาย พัชรอินโต ผู้บัญชาการสำนักงานกฎหมายและคดี เป็นผู้ให้ข้อมูลกับคณะกรรมาธิการการตำรวจ

ขณะที่คณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงตำรวจ ที่นำโดยพลตำรวจเอก ศตวรรษ หิรัญบูรณะ ที่ปรึกษาพิเศษสำนักงานตำรวจแห่งชาติ  ยืนยันว่าจากการตรวจเลือดของนายบอสตั้งแต่ตอนแรก เมื่อวันที่ 3 กันยายน 2555 จากโรงพยาบาลรามาธิบดี​ประกอบกับการสอบถามนิติเวชตำรวจ พบสารทั้งหมด 4 ชนิด

ชนิดแรกคือคาเฟอีน ที่พบทั่วไปในกาแฟ ตัวที่2 คือ อัลพาโซแลม พบได้ในยานอนหลับ  ตัวที่ 3 คือ Benzoylecgonine และตัวที่ 4 คือ Cocaethylene ซึ่งสาร 2 ตัวหลังนี้ เป็นที่ได้จากการสลายตัวของโคเคอีนผสมกับแอลกอฮอล์ ซึ่งแพทย์ลงความเห็นว่าสารสองชนิดนี้อาตมาจากยาปฎิชีวนะ หรือมาจากการเสพโคเคน

ซึ่งตอนนั้นนายบอสอ้างว่าไปรักษาฟันมา ตำรวจจึงได้เรียกทันตแพทย์​เจ้าของไข้นายบอสมาสอบ แพทย์ยืนยันว่าให้เพียงยาอะม็อกซิลีน ซึ่งไม่มีส่วนผสมของสารเสพติดใดๆ ซึ่งข้อเท็จจริงนี้ปรากฎในสำนวนของตำรวจตั้งแต่แรกอยุ่แล้ว แต่ที่มีกระแสข่าวเมื่อวานจาก โฆษก กมธ.ตำรวจ ว่าไม่แจ้งข้อหายาเสพติดเพราะโคเคนที่พบมาจากการรักษาฟันนั้น อาจจะเกิดจากการเข้าใจผิด

โดยสาเหตุที่ไม่แจ้งข้อกล่าวหาเรื่องยาเสพติดตั้งแต่ตอนนั้น น่าจะเป็นเพราะสารที่ตรวจพบไม่ได้เป็นโคเคอีนโดยตรง จึงไม่สามารถแจ้งข้อกล่าวหาได้ เบื้องต้นคณะกรรมการชุดนี้เตรียมตรวจสอบที่มาของสารดังกล่าวเพิ่มเติมว่ามาจากการเสพโคเคนหรือไม่ ซึ่งอาจนำไปสู่หารปจ้งข้อกล่าวหาเพิ่มในอนาคต

ส่วนกรณีการเสียชีวิตของนายจารุชาติ มาดทอง พยานที่ให้การในคดีนี้  พล.ต.อ.ศตวรรษ ยืนยันว่าไม่ส่งผลต่อการสอบสวนข้อเท็จจริงของตำรวจ แต่หารเสียชีวิตของนายจารุชาติมีเบื้องหลังผิดปกติหรือไม่ ตำรวจภูธรเชียงใหม่จะเป็นผู้สืบสวนข้อเท็จจริง

สำหรับนายจารุชาตินั้น เป็นพยานปากที่เข้าใจว่าเพิ่มเข้ามาในสำนวนภายหลัง แต่ทางคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง ยืนยันว่านายจารุชาติ เข้ามาให้การกับตำรวจตั้งแต่ตอนแรกปี 2555 โดยให้การว่าเห็น ด.ต.วิเชียร เปลี่ยนเลนกะทันหัน แต่ไม่ได้ให้การเรื่องความเร็วของรถนายบอส เพิ่งมาให้การภายหลังในปี 2562 ว่านายบอสน่าจะขับรถมาไม่เกิน 80กิโลเมตรต่อชั่วโมง.

 

PR-โปรแกรมผลบอล-2_B PR-โปรแกรมผลบอล-2_B
TOP ประเด็นร้อน
วิดีโอยอดนิยม
เรื่องที่คุณอาจพลาด

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ