เหตุการณ์ระหว่างที่รถบรรทุก 6 ล้อ กำลังใช้เชือกสลิงเพื่อลากรถบัสออกจากบริเวณสี่แยกไฟแดงฝั่งทางด้านซ้ายมือ ซึ่งระหว่างนั้นได้มีกลุ่มรถจักรยานยนต์ขับซิ่งมาด้วยความเร็วในทางตรง และคาดว่ากลุ่มรถจักรยานยนต์มองไม่เห็นลวดสลิงที่ขึงอยู่ จึงพยายามขับแทรกเข้าไปตรงกลางระหว่างรถบัสและรถบรรทุก
จึงทำให้ถูกเชือกสลิงเกี่ยวล้มคว่ำระเนระนาดกลางถนน เหตุการณ์นี้ทำให้มีผู้เสียชีวิตในที่เกิดเหตุ 2 คน และได้รับบาดเจ็บอีก 1 คน เหตุเกิดที่บริเวณถนน 340 เเยกสามโก้ข้างโรงพยาบาลศรีประจันต์ จ.สุพรรณบุรี
ล่าสุด นายสวิง อินทรจร อายุ 56 ปี พ่อของหนึ่งในกลุ่มผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์ที่เสียชีวิตจากเหตุการณ์ครั้งนี้ คือนายวรากร อินทรจร อายุ 21 ปี ได้นำศพลูกชายมาบำเพ็ญกุศลที่วัดคงคา พร้อมเปิดเผยว่าตนมีลูก 2 คน คนโตเป็นผู้หญิง ส่วนคนตายเป็นน้องชายมีนิสัยชอบขี่รถจักรยานยนต์มาตั้งแต่อายุ 14 ปี ซึ่งพ่อได้เคยพยายามห้ามไม่ให้ขี่แต่ก็ไม่ฟัง ในวันเกิดเหตุลูกชายได้นัดกับกลุ่มเพื่อนๆ จัดทริปนำของไปทำบุญร่วมบริจาคสิ่งของและเงินช่วยเหลือที่วัดกลางชูศรีเจริญสุข จ.สิงห์บุรี ก่อนหน้านี้ลูกชายได้โพสต์เฟซบุ๊กเป็นลางว่า "วันนี้นอนน้อยคืนสุดท้าย" ซึ่งตอนแรกตนก็ไม่ได้คิดอะไร จนกระทั่งมาประสบอุบัติเหตุดังกล่าวทำให้ลูกชายเสียชีวิต
ส่วนงานศพของลูกได้จัดให้มีพิธีสวดอภิธรรมศพเป็นเวลา 2 วัน ก่อนที่จะเผาในวันพรุ่งนี้ (11 ส.ค.) พร้อมอยากฝากเตือนผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์ทุกคนให้ใช้ความระมัดระวังให้ดี ส่วนรถที่ลากจูงก็ต้องใช้ความระมัดระวัง ควรใช้ผ้าแดงหรือป้ายสัญญาณเตือน เพราะไม่มีใครรู้ว่ากำลังใช้เชือกสลิงลากจูงรถอีกคันหนึ่งอยู่
ส่วนเรื่องคดีความขณะนี้ยังไม่มีความคืบหน้าใดๆ เพราะว่าทางเจ้าหน้าที่ตำรวจยังไม่ได้มีการเรียกสอบปากคำ และก็ยังไม่ได้มีการพูดคุยกับทางฝั่งคู่กรณี รวมทั้งยังไม่มีการติดต่อเข้ามาเพื่อแสดงความรับผิดชอบใดๆ ซึ่งคงต้องรอให้เจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินการตามกฎหมายต่อไป