นายสุริยัณห์ หงษ์วิไล โฆษกศาลยุติธรรม เปิดเผยถึงกรณีการออกหมายจับ นายวรยุทธ หรือบอส หลังจากที่เกิดความสับสนในสังคมว่าถูกออกหมายจับทั้งหมดกี่ข้อหา โดยเบื้องต้นทางโฆษกศาลยุติธรรม ยืนยันว่า จากการตรวจสอบในช่วงเช้ากับทางเจ้าหน้าที่ในส่วนงานออกหมายจับพบว่า หมายจับของนายวรยุทธ มีทั้งหมด 3 ข้อหา ประกอบด้วย
1.ขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้เฉี่ยวชนรถผู้อื่นเสียหายมีผู้ถึงแก่ความตาย
2.ขับรถในทางก่อให้เกิดความเสียหายแก่บุคคลไม่หยุดรถและให้ความช่วยเหลือตามสมควรแก่ผู้ได้รับความเสียหายไม่แจ้งต่อเจ้าพนักงานในทันที
3.เสพสารเสพติดประเภท 2 (โคคาอีน) โดยผิดกฎหมาย
โดยเบื้องต้นศาลได้เพิกถอนหมายจับเดิม และออกหมายจับใหม่ ซึ่งข้อหาหนักสุดมีอายุความ 15 ปี และเป็นการนับอายุความต่อจากหมายเดิม คือวันที่ 3 ก.ย. ปี 2555 และหากนับอายุความถัดไป 15 ปี ก็จะเท่ากับว่าหมายจับหมดอายุความวันที่ 3 ก.ย. 2570 แต่ทั้งนี้ข้อหาในแต่ละส่วนจะมีอายุความแตกต่างกัน
ส่วนกรณีที่เมื่อวานนี้ มีข่าวยืนยันว่าเป็นการออกหมายจับแค่ 2 ข้อหานั้น นายสุริยัณห์ หงษ์วิไล โฆษกศาลยุติธรรม ยอมรับว่าเป็นเพราะเกิดจากความผิดพลาดทางธุรการ เนื่องจากตอนแรกได้มีการออกหมายจับ 2 ข้อหาจริงๆ
แต่ภายหลังมีการแก้ไข ซึ่งยังไม่สามารถตรวจสอบทางระบบได้ ทำให้ต้องไปตรวจสอบที่ตัวเอกสารโดยตรง ซึ่งปกติแล้วศาลจะมีการออกหมายจับ 2 รูปแบบ คือ ระบบอิเล็กทรอนิกส์ และ เอกสารโดยตรง และการออกหมายจับนายวรยุทธ ครั้งใหม่นี้เป็นการขอผ่านทางเอกสาร ทำให้จึงไม่สามารถตรวจสอบจากในระบบได้
ขณะที่นายประยุทธ เพชรคุณ รองโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด เปิดเผยว่า เหตุผลที่ต้องมีการเพิกถอนหมายจับเดิม และออกหมายจับใหม่ เนื่องจากเป็นไปตามกฎหมายที่บัญญัติว่า เมื่อมีคำสั่งถึงที่สิ้นสุดไม่ฟ้องคดีแล้วห้ามมิให้มีการสอบสวนเกี่ยวกับบุคคลนั้นในเรื่องเดียวกันนั้นอีก เว้นแต่จะได้พยานหลักฐานใหม่ฯซึ่งน่าจะทำให้ศาลลงโทษผู้ต้องหานั้นได้
ส่วนการนับอายุความในแต่ละข้อหา จะต้องเริ่มนับตั้งแต่วันที่เกิดเหตุคือในปี 2555 จึงทำให้แต่ละข้อหาตามที่ออกหมายจับใหม่ มีอายุความไม่เท่ากัน โดยคดีเสพยาเสพติดฯ จะหมดอายุความในปี 2565 ส่วนคดีขับรถโดยประมาทฯ จะหมดอายุความในปี 2570 ส่วนคดีไม่หยุดรถให้ความช่วยเหลือฯ มีอายุความเพียง 5 ปี จึงหมดอายุความไปแล้ว
ส่วนขั้นตอนต่อไปหลังจากที่ตำรวจทำสำนวนคดีที่สั่งให้สอบสวนเพิ่มเติมเสร็จสิ้นแล้ว อัยการก็จะเร่งนำเรื่องนี้เข้าที่ประชุมคณะทำงานทันที โดยจะดูว่าที่ให้พนักงานสอบสวน ไปทำการสอบสวนเพิ่มเติมตามที่สั่งการไปนั้น
มีน้ำหนักเพียงพอต่อการฟ้องคดีหรือไม่ เช่น เป็นไปตามข้อเท็จจริงที่ปรากฎต่อสังคมก่อนหน้านี้หรือไม่ ทั้งนี้ถ้าหากมีน้ำหนักเพียงพอที่จะฟ้องได้แล้ว ก็จะเร่งรัดเรื่องการติดตามจับกุมตัวผู้ต้องหามาดำเนินคดีต่อไป ส่วนเรื่องการออกหมายจับสากลนั้นเป็นหน้าที่ของตำรวจในการประสานงาน ซึ่งเป็นคนละส่วนกับความรับผิดชอบของอัยการ ยกเว้นแต่หากได้ตัวนายบอส หรือสืบทราบแหล่งที่อยู่ที่ชัดเจนแล้ว เพื่อเข้าสู่ขั้นตอนกระบวนการขอส่งตัวผู้ร้ายข้ามแดนต่อไป
ด้าน พ.ต.ท. ธนาวุฒิ สงวนสุข รองผู้กำกับการสอบสวน สน.ทองหล่อ เปิดเผยว่า จะมีการประสานไปที่สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองในวันนี้ เพื่อประสานต่อไปที่อินเตอร์โพล หรือตำรวจสากล ให้ขึ้นบัญชี นายวรยุทธ หรือบอส
ในหน้าหมายแดงของเว็บไซต์ คือเป็นบุคคลเฝ้าระวังที่ถูกออกหมายจับจากประเทศสมาชิก และขอความร่วมมือไปยังเจ้าหน้าที่ตำรวจของประเทศต่างๆทั่วโลก เพื่อให้ดำเนินการติดตามจับกุมตัวบุคคลดังกล่าว และขอส่งตัวในฐานะผู้ร้ายข้ามแดนต่อไป
อย่างไรก็ตามมีรายงานข่าวว่า แม้หมายจับนายวรยุทธ จะมี 3 ข้อหาก็จริง แต่ในทางกฎหมายสำหรับข้อหาขับรถในทางก่อให้เกิดความเสียหายแก่บุคคลไม่หยุดรถและให้ความช่วยเหลือฯหมดอายุความตั้งแต่ปี 2560 และเมื่อคดีขึ้นมาสู่ชั้นศาล ศาลก็อาจจะไม่มีการพิจารณาในส่วนนี้
ส่วนข้อหาขับรถประมาทและการกระทำนั้นเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย และเสพยาเสพติดโคเคน ซึ่งทั้ง 2 ข้อหานี้จะหมดอายุความในปี 2570 และ 2565 ตามลำดับ ซึ่งถือว่าคดียังไม่ขาดอายุความ
สตม.แจง ถอนชื่อ “บอส อยู่วิทยา” จากบัญชีเฝ้าระวัง เป็นไปตามขั้นตอนกม.