ปธ.เครือสารสาสน์ ยันพร้อมแก้ปัญหาเต็มที่ ลั่นใบวิชาชีพ ไม่ได้กำหนดคุณภาพครู


โดย PPTV Online

เผยแพร่




ปัญหาที่เกิดขึ้นภายในโรงเรียนสารสาสน์วิเทศราชพฤกษ์ ประธานอำนวยการโรงเรียนในเครือสารสาสน์ ยอมรับ ปัญหาที่เกิดขึ้นเป็นความผิดพลาดตั้งแต่ระดับผู้บริหาร พร้อมยืนยันว่าเตรียมทางแก้ไขไว้อยู่แล้ว แต่อาจจะทำตามข้อเรียกร้องของผู้ปกครองไม่ได้ทุกข้อ โดยไม่เห็นด้วยกับแนวทางที่นำสื่อมากดดัน เพราะมองว่าเป็นการทำลายโรงเรียนมากกว่าความพยายามหาทางออก

ผู้ก่อตั้ง 'สารสาสน์ฯ' เปิดใจผ่านหนังสือร่อนถึงทุกสาขา ห้ามแล้วยังละเลย 'ทำร้ายนักเรียน' เกิดประจำ

ปธ.เครือโรงเรียนสารสาสน์ ยันไม่ปิด รร.พร้อมแก้ปัญหาตามความเป็นจริง

เมื่อวันที่ 30 ก.ย. 2563 นายพิบูลย์ ยงค์กมล ประธานอำนวยการโรงเรียนในเครือสารสาสน์ และผู้ก่อตั้งโรงเรียนสารสาสน์ เปิดเผยกับผู้สื่อข่าว PPTV  ว่า พร้อมแก้ปัญหาเต็มที่ โดยจะยกเว้นค่าเทอมเทอมปัจจุบัน ให้กับนักเรียนชั้นอนุบาล 1 ในโรงเรียนสารสาสน์วิเทศราชพฤกษ์ ทั้งหมด ส่วนการเยียวยาส่วนอื่น  ๆ คงต้องดูตามความเป็นจริง เพราะผู้ปกครองบางส่วนก็เรียกร้องเกินจริง และสื่อก็นำเสนอกดดันไปจนถึงขึ้นปิดโรงเรียน ซึ่งตนเองคงทำให้ไม่ได้ เพราะไม่สร้างสรรค์และจะกระทบเด็กอีกหลายพันคนในโรงเรียน

โดยส่วนกรณีครูฟิลิปปินส์ที่ใช้วีซ่านักท่องเที่ยว  นายพิบูลย์ ระบุว่า เป็นการจ้างชั่วคราวเพราะครูที่เคยสอนกลับประเทศไป และติดสถานการณ์โควิด-19 ทำให้ไม่สามารถกลับมาสอนได้ จึงจ้างครูฟิลิปปินส์ที่มีวีซ่านักท่องเที่ยวเข้ามาสอนชั่วคราว ระหว่างที่ไม่มีครูเด็กจะได้ฝึกภาษาอังกฤษ

ขณะที่กรณีพี่เลี้ยงที่ไม่มีใบประกอบวิชาชีพครู นายพิบูลย์ ยืนยันว่า เข้ามาในตำแหน่งพี่เลี้ยงมาช่วยดูแลเด็กเท่านั้น โดยในแต่ละห้องจะมีครูที่มีใบประกอบวิชาชีพอย่างน้อย 1 คนตามกฎหมาย ซึ่งใบประกอบวิชาชีพไม่ใช่ตัวกำหนดคุณภาพของครู เพราะสมัยที่ตนเองเป็นครูไม่จำเป็นต้องมี โดยทางโรงเรียนมีโครงการอบรมครูอนุบาลเพื่อพัฒนาคุณภาพครู

ทั้งนี้นายพิบูลย์ ยืนยันว่า ที่ผ่านมามีการควบคุมคุณภาพโรงเรียนในเครือทั้ง 49 แห่งอย่างเข้มข้น โดยมีการติดตั้งกล้องวงจรปิดและจัดฝ่ายควบคุมคุณภาพ 3 ทีม คอยออกตรวจตราโรงเรียนในเครือทุกวันว่าเอกสารถูกต้องหรือไม่ และคุณภาพการเรียนการสอนเป็นอย่างไร แต่เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เป็นความผิดพลาดที่ผู้บริหารโรงเรียนสารสาสน์วิเทศราชพฤกษ์ ที่ไม่ได้คุณภาพ ขณะที่ฝ่ายควบคุมคุณภาพจากส่วนกลาง ก็ตรวจสอบไม่ถี่ถ้วนและไม่ได้รายงานปัญหาให้ทราบ ทำให้ไม่ได้จัดการก่อนที่จะเป็นข่าว แต่เมื่อทราบเรื่องก็ได้สั่งปลดทั้งทีมผู้บริหารโรงเรียน และฝ่ายที่ควบคุมคุณภาพที่รับผิดชอบโรงเรียนดังกล่าวแล้ว โดยนายพิบูลย์ มองว่า เหตุการณ์นี้จะไม่กระทบกับความเชื่อมั่นของโรงเรียน เพราะสิ่งที่เกิดขึ้นโดยครูเพียงไม่กี่คนไม่สามารถทำลายชื่อเสียงที่โรงเรียนสั่งสมมาหลายปีได้

ทายาทสารสาสน์ ขอโทษ พร้อมยืนยันจะแก้ไขทุกอย่างให้ดีขึ้น

ทีมข่าว PPTV ตรวจสอบข้อมูลโรงเรียนในเครือสารสาสน์ พบว่ามีโรงเรียนสาขาในเครือ 49 แห่ง ทั้งที่เป็นโรงเรียนสามัญ และโรงเรียนอาชีวศึกษา โดยมีการจดทะเบียนภายใต้ บริษัท แสงเงินพัฒนาการ จำกัด ในประเภทการศึกษาอื่น ๆ จดทะเบียนจัดตั้งไว้เมื่อวันที่ 24 เมษายน 2524 โดยมีทุนจดทะเบียน 100 ล้านบาท 

หากดูข้อมูลกำไรขาดทุนที่บริษัทนี้แจ้งต่อกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ ย้อนหลัง 3 ปี ตั้งแต่ปี 2560-2562 พบว่ามีรายได้รวมแต่ละปี ไม่ต่ำกว่า 1 พันล้านบาท และมีกำไรสุทธิไม่ต่ำกว่า 200 ล้านบาท โดยปี 2560 มีกำไรสุทธิกว่า 369 ล้านบาท ปี 2561 กว่า 267 ล้านบาท และปี 2562 กว่า 367 ล้านบาท ทำให้โรงเรียนในเครือสารสาสน์ เคยติดอันดับโรงเรียนที่มีรายได้มากที่สุดในไทย

ด้าน อ.วิริยะ ฤๅชัยพาณิชย์ นักวิชาการอิสระ ด้านการศึกษา มองว่า เป็นเรื่องปกติที่ผู้บริหารโรงเรียนเอกชนในไทยจะมองเรื่องกำไรและผลประกอบการเป็นสำคัญ เพราะผู้ประกอบการต้องแบกรับต้นทุนเอง ต่างจากโรงเรียนรัฐ งบประมาณที่จะเอามาใช้พัฒนาการศึกษาในโรงเรียนจึงขึ้นอยู่กับผลกำไรที่ได้ในแต่ละปี โดยธุรกิจโรงเรียนเอกชน หากผู้ประกอบการไม่ตั้งใจจะทำธุรกิจการศึกษาจริง จะไม่สามารถอยู่ได้ เพราะต้องแข่งขันกับโรงเรียนของรัฐที่ค่าเทอมถูกกว่า ขณะที่แม้รัฐจะมีเงินสนับสนุนรายหัวให้ แต่ก็กำหนดเพดานค่าเทอม ทำให้มีกำไรไม่มากเมื่อเทียบกับธุรกิจอื่น ๆ ส่งผลให้ธุรกิจโรงเรียนเอกชนมีแนวโน้มปิดตัวลงเพิ่มขึ้น

อ.วิริยะ มองว่า รัฐควรให้การสนับสนุนผู้ประกอบการโรงเรียนเอกชนและให้อิสระมากขึ้น เพื่อให้ผู้ประกอบการมีทุนพัฒนาคุณภาพการศึกษาในโรงเรียน และเมื่อการศึกษาแต่ละโรงเรียนดีขึ้น คุณภาพการศึกษาในภาพรวมก็จะดีขึ้นด้วย โดยไม่ต้องเป็นห่วงว่าคุณภาพการศึกษาในโรงเรียนเอกชนจะลดลงตามข้อจำกัดต่าง ๆ เพราะกลไกตลาดจะเป็นตัวคัดเลือกให้เหลือแต่โรงเรียนที่มีคุณภาพเอง กรณีโรงเรียนสารสาสน์ ทำให้ผู้ประกอบการโรงเรียนเอกชนต้องกลับมาวางแผนป้องกันเหตุต่าง ๆ ที่อาจเกิดขึ้นในโรงเรียนและปรับปรุงสภาพแวดล้อมในโรงเรียนให้เหมาะสม เพราะหากรอให้เกิดเหตุแล้วค่อยแก้ ก็จะกระทบความเชื่อมั่นและมีผลในทางธุรกิจ

PR-โปรแกรมผลบอล_B PR-โปรแกรมผลบอล_B
TOP ประเด็นร้อน
วิดีโอยอดนิยม
เรื่องที่คุณอาจพลาด

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ