เมื่อวันที่ 7 ต.ค. 2563 พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้กล่าวปาฐกถาพิเศษภายในงานอาชีวยกกำลังสอง โดยกล่าวชื่นชมกระทรวงศึกษาธิการที่ออกแบบแผนปรับปรุงระบบการศึกษา โดยคำนึงถึงอนาคตและตลาดแรงงานมากขึ้น ซึ่งการศึกษานั้นถือว่าเป็นเครื่องมือหลักในการพัฒนาประเทศชาติ จึงถูกบรรจุไว้ในแผนยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี ไม่ได้มีเจตนาสืบทอดอำนาจตามที่หลายคนกล่าวอ้าง พร้อมเน้นย้ำว่าการพัฒนาระบบการศึกษา หลังจากนี้ต้องพัฒนาทั้งตัวบุคลากรผู้สอนให้มีศักยภาพ และเอาใจใส่ตัวนักเรียนให้กระตือรือร้นศึกษาหาความรู้เพิ่มเติมอย่างสม่ำเสมอ และประคับประคองตัวเองให้ดีเพราะหากทำอะไรไม่ดี พอเรียนจบในอนาคตเมื่อไปสมัครงานตามบริษัทต่าง ๆ เขาก็ดูประวัติย้อนหลังได้หมด แม้ว่ารัฐบาลจะทำหน้าที่สร้างโอกาสให้นักเรียนทุกคนจบออกมามีงานทำก็ตาม แต่หากบ้านเมืองเกิดความวุ่นวายโอกาสต่าง ๆ ก็อาจจะหายไปทันที
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวต่อว่า อย่าทำโอกาสให้เปลี่ยนเป็นวิกฤต เช่น สถานการณ์โรคโควิด-19 ที่ตอนนี้ประเทศไทยสามารถควบคุมได้เป็นอย่างดี ก็ขออย่าให้กลับมาแพร่ระบาดในรอบที่ 2 จนกลายเป็นวิกฤตอีกครั้ง สำหรับงานอาชีวยกกำลังสองครั้งนี้ มีแนวคิดอยู่ 3 ขั้นตอน คือ "ปลดล็อก" แบบเรียนเดิมๆ ที่ก่อให้เกิดช่องว่างทางทักษะ ไม่ตอบโจทย์ความต้องการของตลาดแรงงาน "ปรับเปลี่ยน" เชื่อมโยงทักษะและความรู้ที่ตำเป็นเข้ามาในหลักสูตร และ "เปิดกว้าง" ผนึกกำลังร่วมกับเอกชนเข้ามาช่วยพัฒนาครู และศักยภาพให้ตรงกับความต้องการของตลาดแรงงาน