เมื่อวันที่ 8 ต.ค. 2563 เหตุการณ์การ์ดร้านอาหารชื่อดัง ป.กุ้งเผา สาขาถนนเทพรักษ์ ย่านบางเขน กรุงเทพมหานคร รุมทำร้ายร่างกายนักเที่ยว 3 คน โดย 2 ใน 3 เป็นตำรวจสังกัดกองบังคับการสายตรวจและปฏิบัติการพิเศษ และกองบังคับการตำรวจทางหลวง ล่าสุดผู้ต้องหาข้ามอบตัวครบทั้ง 13 คนแล้ว โดยวันพรุ่งนี้เวลา 09.00 น. พนักงานสอบสวน สน.บางเขน ได้นัดส่งฟ้องต่อศาลแขวงดอนเมือง ศูนย์ราชการ ถนนแจ้งวัฒนะ ในข้อหาร่วมกันทำร้ายผู้อื่นจนเป็นเหตุให้เกิดอันตรายแก่กาย หรือจิตใจของผู้อื่น มีโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปีและปรับไม่เกิน 4,000 บาทหรือทั้งจำทั้งปรับ
โดย พล.ต.ต.พัฒนา เพศยนาวิน ผู้บังคับการตำรวจนครบาล 2 เปิดเผยว่า ผู้ต้องหาทั้ง 13 คน แบ่งเป็นทหารบกชั้นประทวน 6 นาย ที่มาทำงานรักษาความปลอดภัยนอกเวลาราชการ และพลเรือนอีก 7 คน โดยพนักงานสอบสวนสอบปากคำทั้ง 13 คน เรียบร้อยแล้ว ทั้งหมดให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา จากนั้นได้ปล่อยตัวไป โดยนัดให้มาพบพนักงานสอบสวนเพื่อนำตัวส่งฟ้องศาลแขวงดอนเมืองในวันพรุ่งนี้ ส่วนการดำเนินคดีร้าน ป.กุ้งเผา สถานที่เกิดเหตุ จากการตรวจสอบพบว่า ไม่มีใบอนุญาตสถานประกอบการ จึงสั่งปิดให้บริการ พร้อมยืนยันว่าเรื่องที่เกิดขึ้นไม่ทำให้เกิดปัญหากระทบกระทั่งระหว่างทหาร ตำรวจ ถือเป็นเรื่องส่วนตัว และมีการพูดคุยกับผู้บังคับบัญชาระดับสูงของทั้ง 2 ฝ่าย ทั้งหมดเข้าใจและให้ตำรวจดำเนินการตามกฎหมายอย่างเต็มที่
ขณะที่ พ.ต.ท.สราวุธื บุตรดี สารวัตรสอบสวน สน.บางเขน เปิดเผยว่า ล่าสุดได้มีคำสั่งปิดร้าน ป.กุ้งเผา เป็นการชั่วคราว 30 วัน เนื่องจากต้องตรวจสอบตามที่สำนักงานเขตได้แจ้งความร้องทุกข์ว่า ไม่ได้มีการขออนุญาตให้ก่อสร้างอาคารร้าน ป.กุ้งเผา และไม่ได้ขออนุญาตให้เปิดสถานบริการ พนักงานสอบสวนจึงดำเนินคดีกับผู้ดูแลร้าน ป.กุ้งเผา ในข้อหาเปิดสถานบริการโดยไม่ได้รับอนุญาตและพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร
ด้าน พ.อ.หญิงศิริจันทร์ งาทอง รองโฆษกกองทัพบก ชี้แจงว่า กระทรวงกลาโหม ได้มอบให้เหล่าทัพตรวจสอบว่ามีกำลังพลในสังกัดเข้าไปเกี่ยวข้องด้วยหรือไม่ โดยในส่วนของกองทัพบกได้ตรวจสอบแล้วพบว่ามีนายทหารชั้นประทวน 3 นาย สังกัดกองพลทหารปืนใหญ่ต่อสู้อากาศยาน หรือ ปตอ. มีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ครั้งนี้ โดยรับว่าไปทำงานพิเศษนอกเวลาราชการ ที่ร้านอาหารดังกล่าวและอยู่ในเหตุการณ์ เบื้องต้นต้นสังกัดได้ตั้งคณะกรรมการสอบสวนและพิจารณาทัณฑ์ขั้นต้นให้จำขัง 14วัน และบำเพ็ญประโยชน์ต่อสาธารณะอีก 7วัน
พ.อ.หญิงศิริจันทร์ กล่าวต่อว่า กรณีดังกล่าว ผู้บังคับบัญชาให้ความสำคัญ เนื่องจากเป็นพฤติกรรมที่ผิดวินัยทหาร ไม่ปฏิบัติตามคำสั่งผู้บังคับบัญชา โดยเฉพาะการไปทำงานพิเศษที่มีลักษณะไม่เหมาะสม ขัดคำสั่งกองทัพบกเรื่องห้ามกำลังพลเกี่ยวข้องกับสถานเริงรมณ์และแหล่งอบายมุข รวมทั้งมีพฤติกรรมใช้ความรุนแรง ส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ของหน่วยงานโดยรวม ต้องได้รับการดำเนินการทั้งทางกฎหมายและทางวินัยควบคู่กันไป และกองทัพบกมีนโยบายชัดเจน ให้กำลังพลประพฤติปฏิบัติตน อยู่ในระเบียบวินัย เป็นพลเมืองที่ดี
สำหรับประเด็น การ์ด หรือผู้แลความเรียบร้อยในสถานบริการบันเทิง พบว่าเจ้าของสถานบริการนิยมว่าจ้างคนในเครื่องในแบบมาเป็นการ์ด เพราะเป็นคนที่เคยได้รับการฝึกยุทธวิธีการต่อสู้มาแล้ว โดยใช้ผสมกับพลเรือนทั่ว ๆ ไป แต่บางแห่งก็เป็นคนมีสีทั้งหมด สาเหตุที่นิยมเลือกคนมีสี แหล่งข่าวสถานบันเทิงระบุว่า เป็นเพราะคนกลุ่มนี้ค่อนข้างมีอิทธิพลในพื้นที่ อาจเป็นเด็กของนายหรือสามารถประสานกับนายในพื้นที่ได้ และยังเป็นพวกใจถึงและมีฝีมือด้วย ซึ่งคนกลุ่มนี้จะเข้ามาปฏิบัติงานคุมสถานที่ในช่วงเวลานอกเวลาราชการ หรือบางคนก็อาจจะขายเวรมา เพื่อมารับเงินค่าจ้างในการคุมร้านซึ่งมากกว่าเงินค่าเวรจากราชการ ส่วนการได้มา หรือการจัดหาการ์ดคนมีสีเข้ามาคุมร้าน หลัก ๆ มีอยู่ 2 แบบ คือ 1.ก่อนเปิดร้าน เจ้าของมักจะเข้าหาผู้ใหญ่ในพื้นที่ และผู้ใหญ่จะฝากฝังเด็กให้มาทำงานหาลำไพ่พิเศษ 2.เปิดร้านไปสักพัก ก็จะมีคนมีสี มีอิทธิพลในพื้นที่เข้ามาฝากเด็กไว้กับร้าน ซึ่งร้านปฏิเสธไม่ได้ เพราะความเกรงใจและบารมี
ขณะที่ค่าจ้างของคนมีสี ที่จ้างมาเป็นการ์ดนั้น แหล่งข่าวรายนี้ บอกว่า ราคาขึ้นอยู่กับทำเล และความเข้มข้น ของธุรกิจ อย่างเช่น หากเป็นการ์ดคุมบ่อน พวกนี้จะถูกเรียกว่า มือปืนประจำบ่อน ก็จะมีค่าจ้างที่แพงมากกว่าร้านอาหาร ที่เป็นการ์ดทั่วไป และถ้าอยู่ ทำเลอย่างเช่น ทองหล่อ หรือดอนเมือง ราคาก็จะแตกต่างกัน ซึ่งรายได้การ์ดแต่ละคนนั้น จะอยู่ที่ประมาณ 500 ถึง 2,000 บาทต่อวัน
ซึ่งเดิมเส้นทางการ์ดสถานบันเทิงในกรุงเทพมหานครและปริมณฑลส่วนใหญ่อยู่ในการดูแลของอดีตนายทหารใหญ่ 2-3 ราย แบ่งพื้นที่กันดูแล การ์ดส่วนใหญ่เป็นทหาร ตำรวจ ผสมพลเรือน ต่อมามีนายทหารเด็กเข้ามารับช่วงดูแล หลังนายทหารใหญ่เหล่านั้นทยอยเสียชีวิตไปจนหมด ปัจจุบันสถานบันเทิงขนาดกลางและใหญ่ใช้บริการของอดีตนายทหารและเครือข่าย ซึ่งปัจจุบันหันเหมาเล่นการเมืองระดับชาติ