เมื่อคืนที่ผ่านมา ทรัมป์ประกาศว่าจะเริ่มลงพื้นที่หาเสียงอีกครั้ง โดยที่แรกที่จะไปคือ รัฐฟลอริดา ผลตรวจโควิดเป็นลบ แปลว่าไม่มีเชื้อแล้ว ที่สำคัญคือ เขามีภูมิต้านทานโควิดแล้วด้วย จึงไม่มีปัญหาที่จะไปหาเสียง
ปัญหาก็คือ 1. ยังไม่ชัดเจนว่าทรัมป์ปลอดจากโควิดแล้วหรือไม่ เพราะทีมแพทย์ไม่ยอมบอกว่าผลตรวจเป็นลบครั้งสุดท้ายคือเมื่อไหร่และ 2. ที่ทรัมป์บอกว่า ตัวเองมีภูมิต้านทานแล้ว จะไปไหนก็ได้ อันนี้ก็มีปัญหา เพราะจนถึงขณะนี้ยังไม่มีหลักฐานการแพทย์ยืนยันชัดเจนว่า มีภูมิแล้วจะติดโควิดอีกไม่ได้
ทรัมป์ออกมาประกาศแบบนี้หลังจากคณะแพทย์ประจำทำเนียบขาวระบุเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมาว่า เขาไม่มีความเสี่ยงในการแพร่เชื้อโควิดไปให้คนอื่นๆแล้ว
โดยก่อนที่จะประกาศกลับไปหาเสียง ทรัมป์ได้ทวีตข้อความด้วยว่า “คณะแพทย์ประจำทำเนียบขาวอนุญาตให้ผมออกจากทำเนียบขาวโดยสมบูรณ์เมื่อวานนี้ ซึ่งหมายความว่า ผมจะไม่ติดโรคโควิด-19 อีกแล้ว และก็จะไม่แพร่เชื้อให้ผู้อื่นด้วย ช่างเป็นความรู้สึกดีที่ได้รู้เรื่องนี้”
ประเด็นสำคัญก็คือ 1. จริงหรือเปล่าที่ทรัมป์ปลอดจากเชื้อแล้วโดยสิ้นเชิง เพราะมีข้อมูลอย่างหนึ่งที่ยังคลุมเครือ และแพทย์ประจำทำเนียบขาวก็ไม่เคยบอกชัดเจนว่า ทรัมป์มีผลตรวจเป็นลบครั้งสุดท้ายเมื่อไหร่ และ 2. ถึงแม้มีภูมิต้านทานแล้วก็ไม่มีใครรู้ว่า ภูมิต้านทานนั้นจะอยู่ได้นานขนาดไหน โอกาสติดเชื้อใหม่ยังมีอยู่
พอทรัมป์ทวีตแบบนี้ทวิตเตอร์ขึ้นแถบเตือนข้อความของปธน.ทรัมป์ทันที โดยชี้แจงว่าข้อความบนทวิตเตอร์ของปธน.ทรัมป์ถือเป็นการละเมิดกฎเกณฑ์เกี่ยวกับการเผยแพร่ข้อมูลที่เป็นอันตรายและเป็นเท็จเกี่ยวกับโรคโควิด-19
นอกจากการขึ้นแถบเตือนแล้ว ทวิตเตอร์ได้จำกัดการเข้าถึงข้อความดังกล่าว เพื่อให้เป็นไปตามกฎของทวิตเตอร์ ถึงแม้คนจะยังไม่รู้แน่นอนว่า ตกลงอาการของประธานาธิบดีเป็นอย่างไร หายจากโควิดขาดแล้วหรือไม่ และทีมแพทย์ก็ไม่ได้ให้ข้อมูลที่เพียงพอ ที่รู้แน่ๆคือ ทรัมป์จะเริ่มออกหาเสียง พบปะผู้คนแล้ว โดยจะไปที่รัฐฟลอริดาในวันจันทร์ก็คือวันนี้ หลังจากนั้นจะไปรัฐเพนซิลเวเนียและไอโอวา ทำไมถึงต้องรีบไปหาเสียง คำตอบง่ายๆคือ ตอนนี้ไบเดนนำห่างไปทุกที ดูจากโพลล่าสุดที่ทำโดยวอชิงตันโพสต์และ ABC News โจ ไบเดน ได้รับความนิยมทั้งประเทศที่ 54 ขณะที่ทรัมป์อยู่ที่ 42 (Double Digit แล้ว ก่อนป่วยไบเดนนำอยู่ที่เลขหลักเดียว) ทรัมป์ก็เลยต้องรีบไป
ก่อนตอบคำถามปูพื้นฐานการเลือกตั้งอเมริกานิดนึงก่อน การไปหย่อนบัตรเลือกตั้ง ประชาชนไม่ได้หย่อนบัตรเลือกผู้นำโดยตรง แต่ลงคะแนนเสียงเลือกกลุ่มคนที่เรียกว่า คณะผู้เลือกตั้ง หรือ Electoral College แต่ละรัฐมีจำนวนคณะผู้เลือกตั้งไม่เท่ากัน มากน้อยขึ้นอยู่กับจำนวนประชากร แต่รวมแล้วทั้งประเทศมี 538 เสียง ถ้าผู้สมัครคนใดได้คะแนนจากคณะเลือกตั้งเกิน 270 เสียง ก็จะเป็นผู้ครองเก้าอี้ประธานาธิบดี แล้วจำนวนเสียงโหวตของประชาชนที่เข้าคูหากาบัตร จะนำมาคำนวณเป็นจำนวนผู้เลือกตั้งอย่างไร
คำตอบคือ ‘ไม่ต้องคำนวณ’ เพราะในรัฐนั้นถ้าใครได้คะแนนมากกว่าก็ได้เสียงของคณะผู้เลือกตั้งไปหมด เรียกว่า Winner-Take-All หรือ ผู้ชนะกินรวบ ยกเว้นในสองรัฐที่ใช้ระบบต่างออกไป คือรัฐเมน และเนแบรสกา
อีกอันหนึ่งที่ต้องปูเป็นพื้นฐานคือ ในบรรดา 50 รัฐ ขอแบ่งเป็น 3 กลุ่ม
กลุ่มแรกคือ รัฐแฟนพันธุ์แท้ คือ ยังไม่ก็เลือกเดโมเครตหรือรีพับลิกันแน่ๆ กลุ่มที่สองคือ รัฐที่มีความโน้มเอียง จะเอียงไปหาเดโมเครตหรือรีพับลิกันก็ได้ กลุ่มที่ 3 คือ รัฐแกว่ง หรือ Swing State คือ ยังไม่แน่ใจ ผู้ท้าชิงตำแหน่งจาก 2 พรรคจะให้ความสำคัญกับรัฐในกลุ่มที่ 2 และ 3 กลับมาที่คำถามว่า ทำไมทรัมป์เลือกไปฟลอริดาหลังหายป่วย ไปฟลอริดาเพราะเป็นรัฐ Swing State (กลุ่มที่ 3) ที่สำคัญคือ เป็น Swing State ที่มีคะแนนคณะผู้เลือกตั้งมากที่สุดคือ 29 เสียง เป็นรัฐที่ทำให้ทรัมป์ชนะการเลือกตั้งเมื่อคราวที่แล้ว
แล้วถอดฟลอริดาออก ทรัมป์คะแนนเหลือน้อยกว่า 270 ทันที ที่สำคัญถ้าไปดูโพลตอนนี้โจ ไบเดน มีคะแนนนำอยู่ในรัฐนี้ ทรัมป์ยอมไม่ได้ เพราะถ้าไบเดนได้ฟลอริดา โอกาสกลับทำเนียบขาวของทรัมป์น้อยมาก
อีกรัฐสำคัญที่ทรัมป์จะไปหลังจากฟลอริดาคือ เพนซิลเวเนีย รัฐนี้เอียงมาทางเดโมเครตตลอด อย่างน้อยก็คือการเลือกตั้ง 6 ครั้งก่อน การเลือกตั้งปี 2016 ที่ทรัมป์เอาชนะฮิลลารี่คลินตันไปได้อย่างเฉียดฉิว แต่ระบบการเลือกตั้งของสหรัฐทำให้ทรัมป์ได้คะแนนผู้เลือกตั้งในรัฐนี้ไปทั้งหมดคือ 20 คน เพนซิลเวเนียคือ ไพ่ตายที่ทำให้ทรัมป์เอาชนะฮิลลารี่ คลินตันไปได้
ส่วนเมื่อวานนี้โจ ไบเดนมาที่รัฐเพนซิลเวเนีย เพื่อที่จะเอารัฐนี้คืนจากรีพับลิกันให้ได้ ที่น่าสังเกตุคือ ประเด็นที่ใช้ในการหาเสียงประเด็นหลักในการหาเสียงของไบเดนคือ การสร้างงานให้คนที่นี่ เพราะรัฐนี้มีโรงงานปิด คนตกงานเยอะเพราะมีการย้ายฐานการผลิตจากการเปิดเขตการค้าเสรี คนตกงานที่ส่วนใหญ่เป็นผู้ชายผิวขาวโกรธแค้นมากที่ถูกทิ้ง ทรัมป์จับคนกลุ่มนี้ได้และเอาชนะไปอย่างเฉียดฉิว
ส่วนทรัมป์ที่ยังออกไปหาเสียงไม่ได้ เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา ก็มีการเชิญผู้สนับสนุนมาที่ทำเนียบขาวแทน โดยทรัมป์ออกมายืนอยู่ที่ระเบียงเพื่อหาเสียงกับคนกลุ่มนี้ ในตอนแรกทรัมป์สวมใส่หน้ากากอนามัย ก่อนที่จะถอดออก เพื่อกล่าวปราศรัยต่อฝูงชนสั้นๆว่า สหรัฐอเมริกาจะเอาชนะไวรัสที่น่าหวาดกลัวจากจีนได้ด้วยยาและเทคโนโลยีในการรักษาที่สุดยอดของสหรัฐ เป็นที่น่าสังเกตุว่า บรรดาผู้สนับสนุนที่มาที่ทำเนียบขาวถึงแม้จะสวมหน้ากากอนามัยก็จริง แต่กลับไม่มีใครเว้นระยะห่างเลย
โควิดจะเป็นประเด็นสำคัญที่ทำให้คนตัดสินใจเลือกใครเป็นผู้นำ ทรัมป์ถูกวิจารณ์หนักว่ารับมือกับโควิดไม่ได้และจากโพลคือเขาเสียคะแนนไปเยอะจากเรื่องนี้ ตอนนี้ก็เลยพยายามดึงคะแนนกลับ โดยโฆษณาหาเสียงตัวใหม่ที่ออกมาก็มีการเอาเรื่องที่เขาติดโควิดมาพูดถึง แต่ก็ถูกวิจารณ์อีก
แคมเปญล่าสุด สร้างกำลังใจให้ผู้คนดี เพียงแต่ว่ามีจุดที่เป็นประเด็นก็คือ ส่วนที่นายแพทย์แอนโทนี เฟาซี ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคระบาดที่คนทั้งประเทศให้ความเคารพ พูดถึงทรัมป์ในแคมเปญว่า ไม่เคยเห็นใครทำงานหนักขนาดนี้มาก่อน
อันที่จริงคลิปนี้ถูกตัดมาจากการสัมภาษณ์กับช่อง Fox News เมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา โดยเฟาซีพูดถึงทีมแพทย์และเจ้าหน้าที่สาธารณสุขที่ทำงานหนักเพื่อป้องกันไวรัส ไม่ได้พูดถึงทรัมป์ แต่พอตัดมาแบบนี้เลยชวนให้ผู้คนเข้าใจผิดว่าหมายถึงทรัมป์ แน่นอนว่าหลังแคมเปญนี้ถูกเผยแพร่ออกไป คุณหมอเฟาซีเองก็ไม่พอใจ โดยระบุว่าตลอดการทำงานมา 50 ปี ตัวเขาไม่เคยพูดยกย่องนักการเมืองคนไหน แคมเปญนี้จึงจงใจบิดเบือนความเห็นของเขาอย่างมาก
การเลือกตั้งครั้งนี้น่าจะเป็นการเลือกที่ดุเดือดที่สุดในประวัติศาสตร์สหรัฐ เป็นการเลือกตั้งเกิดขึ้นท่ามกลางความแตกแยกของคนต่างเชื้อชาติ สีผิวและแนวคิดทางการเมือง เป็นการเลือกตั้งที่เกิดขึ้นท่ามกลางโรคระบาดที่จะทำให้คนจำนวนมากต้องใช้วิธีการโหวตทางไปรษณีย์ที่คาดว่าจะมีปัญหาขลุกขลักในวันที่ต้องนับคะแนน มีการคาดการณ์ว่าการใช้สิทธิ์ทางไปรษีย์จะถูกทรัมป์นำมาเป็นข้ออ้างในการไม่ยอมรับผลการเลือกตั้งถ้าเขาแพ้ มีการพูดก่อนหน้านี้แล้วว่า เดโมเครตจะโกงการเลือกตั้งหนนี้ ในทางหนึ่ง การเลือกตั้งครั้งนี้คนตื่นตัวมากที่สุด คาดว่าคนจะมาใช้สิทธิ์มากขึ้นโดยเฉพาะถ้าเทียบกับเมื่อครั้งที่แล้วคือปี 2016
หลายรัฐมีการเปิดให้เลือกตั้งล่วงหน้าแล้ว ประชาชนออกมาใช้สิทธิ์กันอย่างมากมายโดยเฉพาะในรัฐ Swing State อย่างเพนซิลเวเนีย นี่คือบรรยากาศการมาใช้สิทธิ์ในฟิลาเดเฟีย เมืองหลักของรัฐ