นายศุภชัย พานิชภักดิ์ อดีตผู้อำนวยการใหญ่องค์การค้าโลก กล่าวถึงการชุมนุมภายในประเทศส่งผลกระทบต่อภาพรวมของเศรษฐกิจหรือไม่ โดยระบุว่า ในขณะนี้ทั่วโลกมีปัญหาไม่แตกต่างไปจากประเทศไทย ทั้งปัญหาที่เกิดจากภาวะโรคระบาดที่ไปกระทบต่อสภาพเศรษฐกิจ ทำให้ประชาชนมีความอดทนต่อการบริหารประเทศของรัฐบาลน้อยลง ซึ่งในต่างประเทศก็มีการชุมนุมประท้วงกันไม่ต่างจากประเทศไทย จึงอยากให้มองว่าการชุมนุมในบ้านเราเป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนาระบอบประชาธิปไตยร่วมกันต่อไปในอนาคต เนื่องจากระบอบประชาธิปไตยมีความขัดแย้งกันได้ แต่ก็ต้องขอให้อยู่ในขอบเขต เพราะหากความขัดแย้งอยู่นอกขอบเขต จะนำไปสู่สิ่งที่เราไม่ต้องการให้เกิดขึ้น ซึ่งส่วนตัวเชื่อว่า ประชาชนส่วนใหญ่เข้าใจดี ถึงขอบเขตว่ามีอะไรอยู่บ้างและหากทุกอย่างอยู่ในขอบเขต ก็ไม่น่าจะมีผลกระทบอะไร ส่วนคนที่จะเข้ามาลงทุนในประเทศไทย ก็ต้องเข้าใจว่าสิ่งเหล่านี้เป็นส่วนหนึ่งของระบอบการปกครองของเรา เป็นประชาธิปไตยของไทย
สำหรับ ปัญหาเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นในปัจจุบันไม่ได้เกิดจากการบริหารงานที่ผิดพลาดของรัฐบาลใดรัฐบาลหนึ่ง แต่มันเป็นปัญหาที่เกิดขึ้นจากโรคภัย ซึ่งหากเรามีวินัยแก้ไขปัญหาโรคภัยได้ การฟื้นคืนเศรษฐกิจมันจะเป็นไปโดยธรรมชาติ ขอให้อดทน ส่วนรัฐบาลก็ต้องพยายามไปหาทรัพยากรมาอุดหนุนให้คนตกงานน้อยที่สุด และทำให้ธุรกิจล้มน้อยที่สุด และหลังจากฟื้นตัวของเศรษฐกิจแล้วสิ่งที่ต้องเร่งแก้ไข คือ การรักษาเสถียรภาพของการเงินการคลังของประเทศให้ดีขึ้น
ขณะที่กลุ่มที่เรียกตัวเองว่ากลุ่มราษฎร ได้นัดรวมตัวชุมนุม ในวันอาทิตย์ที่ 8 พฤศจิกายน หรือ วันพรุ่งนี้ ในเวลา 16.00 น. บริเวณอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ก่อนเคลื่อนขบวน
ด้านแหล่งข่าวจากฝ่ายความมั่นคง เปิดเผยถึงกรณีกลุ่มราษฎร นัดชุมนุมในวันพรุ่งนี้ เพื่อทำกิจกรรมที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย รวมทั้งจะมีการเคลื่อนขบวน โดย เรื่องการปฏิบัติหน้าที่ดูแลสถานการณ์จะมีเจ้าหน้าที่ตำรวจทำหน้าที่เป็นหลักปฏิบัติตามกรอบกฎหมาย โดยเฉพาะพ.ร.บ.การชุมนุมสาธารณะ พ.ศ.2558 ซึ่งจะใช้กำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดควบคุมฝูงชนจำนวน 15 กองร้อย คอยสลับผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนกันเข้ามาทำหน้าที่ประจำจุดต่างๆรอบพื้นที่การชุมนุม เพื่อดูแลความปลอดภัย รวมถึงมีเจ้าหน้าที่ตำรวจจราจรคอยดูแลอำนวยความสะดวกด้วย โดยทางเจ้าหน้าที่จะเน้นย้ำผู้ชุมนุมว่าห้ามชุมนุมใกล้เขตพระราชฐานในรัศมี 150 เมตรอย่างเด็ดขาด เพราะคาดว่ากลุ่มผู้ชุมนุมจะเคลื่อนขบวนไปยังลานพระบรมรูปทรงม้า
ส่วนกรณีที่มีข้อกังวลว่าจะเกิดการเผชิญหน้าระหว่างกลุ่มคณะราษฎรกับกลุ่มศูนย์รวมประชาชนปกป้องสถาบัน (ศปปส.) ที่สวมใส่เสื้อเหลืองนัดชุมนุมในวันเดียวกัน และใช้บริเวณใกล้เคียงกัน ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจะนำแผงเหล็กไปกั้นระหว่างกลาง พร้อมทั้งนำกำลังไปตั้งแถวเพื่อลดการเผชิญหน้า รวมทั้งจะพูดคุยขอให้ทางกลุ่มศปปส.ขยับออกห่างจุดชุมนุมของกลุ่มคณะราษฎร แต่คาดว่าจะไม่มีปัญหาอะไร เพราะทั้งสองกลุ่มถือว่าเป็นปัญญาชน
ในส่วนของเจ้าหน้าที่ทหาร พล.อ.ณรงค์พันธ์ จิตต์แก้วแท้ ผบ.ทบ. พล.อ.ธรรมนูญ วิถี ผู้ช่วยผบ.ทบ. และพล.ท.เจริญชัย หินเธาว์ แม่ทัพภาคที่ 1 จะร่วมกันติดตามสถานการณ์โดยมีเจ้าหน้าที่ทหารของศูนย์ปฏิบัติการกองทัพบก ติดตามการชุมนุมตั้งแต่ก่อนเริ่มจนถึงหลังประกาศยุติการชุมนุม
ภาคเอกชน เผยพ.ร.ก.ฉุกเฉินกระทบความเชื่อมั่นเศรษฐกิจไทย