สื่อต่างชาติหลายสำนักต่างคาดการณ์ ว่า นายโจ ไบเดน ตัวแทนพรรคเดโมแครต คว้าชัยชนะในรัฐสมรภูมิสำคัญ อย่าง รัฐเพนซิลเวเนีย ซึ่งมีคะแนนคณะผู้แทน 20 คะแนน ส่งผลทำให้นายไบเดน มีคะแนนจากคณะผู้เลือกตั้ง 273 คะแนน ทะลุเป้า 270 เสียง ที่จำเป็นต่อการได้รับชัยชนะเป็นประธานาธิบดีคนที่ 46 ของสหรัฐฯ
นอกจากนี้ยังประเมินด้วยว่า นายไบเดนจะคว้าชัยชนะในรัฐเนวาดา ที่มีคะแนนคณะผู้แทน 6 คะแนน ทำให้คะแนนคณะผู้แทนทั้งหมดของนายไบเดนอยู่ที่ 279 คะแนน เอาชนะประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ [MOS]คู่แข่งจากพรรครีพับลิกันไปได้สำเร็จ
สำหรับนายไบเดน วัย 77 ปี สร้างประวัติศาสตร์ได้รับคะแนนมหาชน (Popular Vote) มากที่สุดในประวัติศาสตร์การเมืองสหรัฐฯ ด้วยคะแนนโหวตกว่า 74 ล้านเสียง นอกจากนี้ยังจะสร้างสถิติเป็นประธานาธิบดีที่อายุมากที่สุดในประวัติศาสตร์ของสหรัฐฯ ขณะที่นางกมลา แฮร์ริส จะได้เป็นรองประธานาธิบดีหญิงคนแรกของประเทศ
'ไบเดน' แตะเส้นชัย เปิดสาเหตุ 4 รัฐ ตัดสิน ปธน.สหรัฐฯคนใหม่ ยังนับคะแนนไม่เสร็จ
วิเคราะห์ 4 รัฐสำคัญ 6 คะแนนสุดท้าย ตัดสิน “ไบเดน” ปธน.สหรัฐฯคนใหม่
หลังจากทราบผล นายไบเดน เปิดเผยผ่านทวิตเตอร์ ระบุว่า “อเมริกา ผมรู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่ง ที่ได้รับเลือกให้เป็นผู้นำประเทศอันยิ่งใหญ่ของเรา งานที่ยากลำบากรอคอยเราอยู่ข้างหน้า แต่ผมสัญญาว่า ผมจะเป็นประธานาธิบดีของชาวอเมริกันทุกคน ไม่ว่าคุณจะลงคะแนนให้ผมหรือไม่ก็ตาม และผมจะรักษาศรัทธาที่คุณมอบให้”
ด้านอดีตประธานาธิบดีบารัค โอบามา ร่วมแสดงความยินดีต่อชัยชนะของนายไบเดน อดีตเพื่อนร่วมงานในฐานะรองประธานาธิบดี 2 สมัย โดยระบุว่า ผมรู้ว่าเขาจะปฏิบัติหน้าที่โดยคำนึงถึงผลประโยชน์สูงสุดของชาวอเมริกันทุกคนเป็นหลัก ไม่ว่าจะโหวตให้เขาหรือไม่ก็ตาม เช่นเดียวกับนางฮิลลารี คลินตันที่ทวิตข้อความระบุว่า ผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งได้ใช้สิทธิ์ออกเสียงแล้ว และพวกเขาได้เลือก “โจ ไบเดน” และ “กมลา แฮร์ริส” เป็นประธานาธิบดีและรองประธานาธิบดีคนต่อไป [
ทั้งนี้ ทันทีผลการเลือกตั้งเป็นที่ชัดเจน บรรดาผู้สนับสนุนนายไบเดน ต่างออกไปรวมตัวกันตามท้องถนนในมหานครนิวยอร์กและอีกหลายเมืองทั่วประเทศ เพื่อร่วมเฉลิมฉลองชัยชนะครั้งนี้อย่างคึกคัก
Photo : Jim WATSON / AFP