“หมวดจรูญ” แถลงขอโทษ “ครูปรีชา” คดีหมิ่นประมาทด้วยการโฆษณา


โดย PPTV Online

เผยแพร่




“หมวดจรูญ” ตั้งโต๊ะแถลงขออภัย “ครูปรีชา” คู่กรณีหวย 30 ล้านบาท ในคดีหมิ่นประมาท หลังศาลสามารถไกล่เกลี่ยกัน ให้ทั้งคู่ หาทางออกร่วมกัน

ศาลสั่ง “หมวดจรูญ” ตั้งโต๊ะแถลงขอโทษ ปมหมิ่นประมาท “ครูปรีชา”

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ยกฟ้องหมวดจรูญ คดีลอตเตอรี่ 30 ล้าน

เมื่อวันที่ 17 ธ.ค.2563 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า คดีที่ครูปรีชา ใคร่ครวญ ฟ้องร.ต.ท.จรูญ วิมูล อดีตข้าราชการตำรวจ ในข้อหาหมิ่นประมาทด้วยการโฆษณา จากนั้น ศาลชั้นต้นมีคำพิพากษายกฟ้อง ร.ต.ท.จรูญ แต่ต่อมาครูปรีชา ได้ยื่นคำร้องต่อศาลอุทธรณ์ ซึ่งศาลอุทธรณ์ได้กลับคำสั่งศาลชั้นต้นว่าคดีมีมูลและรับเป็นคดีอาญา แต่ก่อนจะมีการสืบพยานศาลได้ให้คู่กรณีทั้ง 2 ฝ่าย ไกล่เกลี่ยหาทางออกร่วมกัน สุดท้ายคู่กรณีระหว่างครูปรีชากับหมวดจรูญนั้นสามารถไกล่เกลี่ยกันได้โดยให้หมวดจรูญ ตั้งโต๊ะแถลงข่าวเพื่อขอโทษครูปรีชา ออกสื่อภายในวันที่ 16 ธ.ค.63 ตามที่ได้เสนอข่าวไปแล้ว

ซึ่งเมื่อเวลา 20.45 น. เมื่อวานนี้ (16 ธ.ค.2563) ร.ต.ท.จรูญ วิมูล พร้อมด้วยนายษิทรา เบี้ยบังเกิด ทนายความ ได้ตั้งโต๊ะขออภัยนายปรีชา ใคร่ครวญ หรือครูปรีชา ผ่านสื่อมวลชน ที่บ้านพักส่วนตัว โดยหมวดจรูญ ได้พูดขออภัยนายปรีชา ใคร่ครวญ โดยใช้ถ้อยคำตามที่ตกลงกันไว้ว่า “ตามที่ข้าพเจ้าเคยให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าวเมื่อวันที่ 3 มิถุนายน 2562 ว่า คนที่เลวโดยสันดาน การศึกษามันช่วยไม่ได้หรอกนะ การศึกษาก็ช่วยไม่ได้ หากข้อความที่ให้สัมภาษณ์ดังกล่าวทำให้นายปรีชา ใคร่ครวญ ได้รับความเสียหาย ข้าพเจ้าขออภัย”

ทั้งนี้นายษิทรา ระบุว่า คดีนี้ครูปรีชาจะต้องไปถอนฟ้องตามที่ได้กำหนดกันเอาไว้ เรื่องนี้ไม่มีใครถูก และไม่มีใครผิด ซึ่งคุณลุงจรูญได้กล่าวขออภัย ส่วนครูปรีชาก็ไปถอนเรื่องออก ซึ่งก็จบไปแล้วอีกเรื่องหนึ่ง

ส่วนในวันนี้ จะมีการไต่สวนคดีที่ ลุงจรูญ ฟ้องครูปรีชาและทนายความส่วนตัว ในข้อหาร่วมกันฟ้องเท็จ  ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างไต่สวน  หลังจากไต่สวนแล้วเสร็จ ศาลก็คงจะมีคำสั่งว่าคดีจะมีมูลหรือไม่ ถ้าหากมีมูลก็จะเข้าสู่ชั้นพิจารณา เอาหลักฐานของทั้งสองฝ่ายมานำเสนอต่อศาล หากศาลมีคำพิพากษาว่ามีความผิด ครูปรีชาและทนายความก็จะได้รับโทษ แต่หากศาลพิพากษาว่าไม่ผิด ก็ยกฟ้องไป

ส่วนเรื่องคดีหวย 30 ล้าน ฝ่ายของครูปรีชา ได้มีการขอขยายฎีกาอยู่ ส่วนศาลชั้นต้นหรือศาลอุทธรณ์จะรับคำร้องอนุญาตให้ฎีกาหรือไม่ จะต้องรอให้ส่งฎีกาไปก่อน จึงจะรู้ว่าศาลอนุญาตหรือรับรองหรือไม่ หากไม่รับรองคดีก็จบลงที่ศาลอุทธรณ์ แต่ถ้าหากรับรองคดีก็ขึ้นสู่ศาลฎีกา ซึ่งจะต้องใช้เวลาอีกพอสมควร

PR-โปรแกรมผลบอล_B PR-โปรแกรมผลบอล_B
TOP ประเด็นร้อน
วิดีโอยอดนิยม
เรื่องที่คุณอาจพลาด

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ