PPTVHD ยันจุดยืนเสนอข่าวถูกต้อง เป็นกลาง รอบด้าน หลัง กสทช.เรียกชี้แจง


โดย PPTV Online

เผยแพร่




PPTVHD ยันจุดยืนนำเสนอข่าวถูกต้อง เป็นกลาง รอบด้าน หลัง กสทช.เรียกชี้แจง สภาวิชาชีพกิจการการแพร่ภาพและการกระจายเสียง (ประเทศไทย) ชี้สื่อทำหน้าที่กำกับดูแลกันเองอยู่แล้ว สุภิญญาห่วงกสทช.ใช้อำนาจเหมาะสมหรือไม่


นับว่าเป็นกระแสข่าวในโลกโซเซียลข่าวหนึ่งที่สำคัญ เมื่อมีการเผยแพร่ว่าสถานีโทรทัศน์ช่องหนึ่งถูก กสทช.เรียกไปชี้แจง กรณีเสนอข่าว "นักศึกษาดาวดิน 14 คน" ว่ามีเนื้อหาที่อาจทำให้ประชาชนเกิดความสับสน เข้าใจผิด ก่อให้เกิดความแตกแยกในสังคม ซึ่งในการออกอากาศเนื้อหารายการอาจจะขัดกับประกาศคณะรักษาความสงบแห่งชาติฉบับที่ 97/2557 เรื่องการให้ความร่วมมือกับการปฏิบัติงานของ คสช.และการเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารและประกาศ คสช.ฉบับที่ 103 และอาจขัดต่อมาตรา 37 แห่งพรบ.การประกอบกิจการการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ พ.ศ.2551 ซึ่งปรากฎว่าเป็นการนำเสนอข่าวของสถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอส ที่วานนี้ (2 ก.ค.58) นายวันชัย ตันติวิทยาพิทักษ์ รองผู้อำนวยการ องค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย ผู้บริหารไทยพีบีเอส ยอมรับว่าเรื่องดังกล่าวเป็นเรื่องจริง โดยเกิดจากรายงานเรื่อง "วิเคราะห์ความเคลื่อนไหวกลุ่มนักศึกษาภายใต้การบริหารประเทศ คสช." ออกอากาศทางรายการที่นี่ไทยพีบีเอสเมื่อวันที่ 25 มิ.ย.2558 โดยสถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอสได้เข้าชี้แจงต่อคณะอนุกรรมการฯ กสทช.แล้วเมื่อวันที่ 29 มิ.ย.2558 และยืนยันว่าการนำเสนอข่าวดังกล่าวเป็นไปตาม พ.ร.บ.องค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย พ.ศ.2551 ว่าด้วยการส่งเสริมเสรีภาพในการรับรู้ข่าวสารเพื่อสร้างสังคมประชาธิปไตย


แน่นอนว่าข่าวนี้ได้ทำให้เกิดคำถามถึงเรื่องของการทำหน้าที่ กสทช. แต่ก็ไม่ใช่เพียงแค่สถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอส เพราะยังมีสถานีโทรทัศน์อีก 2 ช่องที่คณะอนุกรรมการฯ ของกสทช.ได้เรียกไปชี้แจงการนำเสนอข่าวด้วย คือสถานีโทรทัศน์ช่อง 3 และ PPTV HD


ในส่วนของสถานีโทรทัศน์ PPTV HD นั้น ทางกสทช.ได้มีหนังสือลงวันที่ 26 มิ.ย.58 ส่งถึงกรรมการผู้จัดการบริษัทบางกอก มีเดีย แอนด์ บรอดคาสติ้ง จำกัด (สถานีโทรทัศน์ PPTV HD) ให้ไปชี้แจงต่อคณะอนุกรรมการกำกับผังรายการฯ กรณีเสนอรายงานพิเศษเรื่อง "เจรจาลับ ดับไฟใต้" ที่ออกอากาศในรายการ "เข้มข่าวค่ำ" วันที่ 23 มิ.ย.58 จม. โดยมีเนื้อหาว่าข่าวที่ PPTV HD นำเสนออาจทำให้ประชาชนสับสน เข้าใจผิด ก่อให้เกิดความแตกแยกในสังคม ขัดประกาศ คสช.ฉบับที่ 97/2557, ฉบับที่ 103/2557 และขัดต่อมาตรา 37 แห่ง พ.ร.บ.การประกอบกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ พ.ศ.2551


นายเขมทัตต์ พลเดช กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท บางกอก มีเดีย แอนด์ บรอดคาสติ้ง ผู้บริหารสถานีโทรทัศน์ดิจิตอล PPTV HD ให้สัมภาษณ์ว่านโยบายการนำเสนอข่าวของ PPTV HD นั้น ยึดหลัก 5 ประการสำคัญที่ PPTV HD ยึดมั่นมาโดยตลอด ได้แก่

1.การนำเสนอข่าวจะต้องเป็นกลาง ไม่อิงฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง และต้องมีการนำเสนอความคิดเห็นอย่างรอบด้าน

2.เนื้อหาในการทำข่าวจะต้องเป็นเนื้อหาที่มีความหลากมิติเพื่อให้ประชาชนคิดตาม แต่ไม่ใช่การชี้นำทางสังคม

3.วิธีการนำเสนอข่าวจะต้องมีความน่าสนใจ โดยมีการใช้กราฟิค และภาพเข้าเสริม

4.มีจริยธรรมตามบทบัญญัติการเป็นสื่อมวลชนที่ดี

5.มีความฉับไว


เมื่อทางคณะอนุกรรมการด้านผังรายการและเนื้อหารายการ สำนักงาน กสทช.ได้ส่งหนังสือมาที่ PPTV HD ดังกล่าว ในฐานะที่เป็นผู้อำนวยการสถานีฯ ได้วิเคราะห์ และมีการหารือกับกองบรรณาธิการข่าวถึงเนื้อหาข่าวที่มีการนำเสนอ และที่ผ่านมาก็ไม่มีทั้งฝ่ายความมั่นคง ฝ่ายรัฐบาล สมาคมนักข่าว และสภาวิชาชีพสื่อมวลชนต่างๆ มาบอกว่าเป็นการนำเสนอข่าวที่ผิด หรือมีเนื้อหากระทบต่อความมั่นคงแต่อย่างใด จึงคิดว่าข่าวนี้มีลักษณะการนำเสนอข่าวที่ถูกต้องแล้ว เพราะเป็นการนำเสนอข้อมูลทั้ง 2 ด้านไม่ได้อิงฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง และเนื้อหาของข่าวที่นำเสนอในรายการ "เข้มข่าวค่ำ" ก็เป็นเนื้อหาที่พูดถึงเรื่องสันติวิธี โดยไม่ได้ว่าใคร ซึ่งเป็นการนำเสนอข่าวอย่างถูกต้องตามหลักของการสื่อสารมวลชนที่ดี


นายเขมทัตต์ กล่าวต่อว่า เมื่อพิจารณาดูแล้วว่าเป็นข่าวที่นำเสนออย่างถูกต้อง วานนี้ (2 ก.ค.58) จึงได้เข้าไปปรึกษาหารือกับสภาวิชาชีพกิจการการแพร่ภาพและการกระจายเสียง (ประเทศไทย) ซึ่งทางสภาวิชาชีพฯ ได้ให้คำแนะนำว่า กรรมการฯ ได้พิจารณาแล้ว มีความสอดคล้องกับหลักกฎหมายที่ให้สื่อกำกับดูแลกันเอง จึงรับเรื่องไว้ และหาก กสทช.จะเรียกชี้แจง ทางกรรมการสภาวิชาชีพฯ จะขอเข้าร่วมการชี้แจงดังกล่าวด้วย เนื่องจากสถานีโทรทัศน์ต่างๆ ต่างก็เป็นสมาชิกของสภาวิชาชีพฯ ทั้งนี้เมื่อสภาวิชาชีพฯ รับเรื่องนี้ไว้พิจารณาแล้ว ก็จะนำกรณีของสถานีโทรทัศน์ PPTV HD เข้าไปหารือกันในสภาวิชาชีพฯ ด้วย


อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้านี้ นางสาวสุภิญญา กลางณรงค์ คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ได้โพสต์ข้อความผ่านทวิตเตอร์วันที่ 1 ก.ค.2558 โดยระบุว่ารู้สึกเครียดกับการที่ กสทช.เรียกไทยพีบีเอสเข้าชี้แจงกรณีรายงานข่าว 14 นักศึกษาดาวดิน โดยเห็นว่า กสทช.ควรตั้งหลักถ่วงดุลให้สื่อ ไม่ใช่อะไรก็ขัดความมั่นคง โดยสภาพการณ์เรื่องสิทธิเสรีภาพขณะนี้ถูกจำกัดมากอยู่แล้ว หากยิ่งจำกัดมากไปกว่านี้จะไม่ดีทั้งต่อ กสทช. รัฐบาล และสังคมไทยเองในที่สุด ซึ่งควรศึกษาประวัติศาสตร์ หลักการ เหตุผลกันให้มาก ตั้งสติกันให้มาก โดยเฉพาะคนที่ต้องใช้อำนาจแบบ กสทช.และอื่นๆ โดยพันธกิจ กสทช.ซึ่งเป็นองค์กรของรัฐที่เป็นอิสระ เพื่อกำกับดูแลสื่อให้เป็นอิสระจากการเมือง


ล่าสุด นางสาวสุภิญญา กล่าวกับ PPTVHD ถึงความเหมาะสมในการเรียกเข้าชี้แจงว่า โดยหลักการแล้วควรให้สื่อดูแลกำกับกันเองก่อน หากเป็นเรื่องของความเป็นกลาง และจริยธรรม ส่วนกรณีของ Thai PBS หรือ PPTVHD ก็ควรในฝ่ายนโยบายเป็นผู้ดูแลกำกับ


ทั้งนี้หากถามว่ากรณีที่เกิดขึ้นขัดต่อหลักกฎหมายหรือไม่ก็ไม่ขัด เนื่องจาก กสทช. เป็นผู้ดูแล หากได้รับเรื่องร้องเรียน แต่ทว่าขณะนี้สิ่งที่เกิดขึ้นอยู่ในสถานการณ์ไม่ปกติ โดยผู้ร้องเรียนมาจากฝ่ายความมั่นคง จึงทำให้ต้องพิจารณา แต่ กสทช. ก็ควรทบทวนตนเองว่าใช้อำนาจเกินกว่าเหตุ หรือเหมาะสมหรือไม่


อย่างไรก็ตามบรรยากาศการเรียกสื่อเข้าชี้แจงเหล่านี้ จะทำให้สื่อเกิดการเกรงในการทำหน้าที่นำเสนอ ซึ่งก่อนหน้านี้มี ThaiPBS VoiveTV NewsTV และ BrightTv ได้ถูกเรียกให้มาชี้แจงเช่นกัน สำหรับการเรียกสื่อชี้แจงนั้น ผู้บริหารจะต้องมา หรือส่งมอบตัวแทนมา ไม่เช่นนั้นจะถือว่าผิดกฎหมาย



TOP ประเด็นร้อน
วิดีโอยอดนิยม
เรื่องที่คุณอาจพลาด

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ