วันนี้ ( 21 ก.ค. 58 )สำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชน (กสม.) แห่งชาติได้เผยแพร่ประกาศผลการสรรหากรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ที่คณะกรรมการสรรหาได้มีการประชุมพิจารณาคัดเลือกในวันนี้ โดยระบุว่าคณะกรรมการสรรหาได้พิจารณาเลือกบุคคลจากผลงาน หรือประสบการณ์ด้านการคุ้มครองสิทธิเสรีภาพของประชาชนเป็นที่ประจักษ์
กรอบแนวคิดในการดำเนินงานของผู้สมัครหากได้รับเลือกเป็นกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ การมีส่วนร่วมของผู้แทนจากองค์การเอกชนด้านสิทธิมนุษยชน ตามมาตรา 256 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2550
โดยคำนึงถึงสัดส่วนชายหญิง ตามมาตรา 5 แห่งพระราชบัญญัติคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ พ.ศ. 2542 และการเป็นบุคคลจากภาคส่วนต่างๆ ที่หลากหลาย ซึ่งมีผู้ได้รับการคัดเลือก จำนวน 7 คน ประกอบด้วย
1. นางฉัตรสุดา จันทร์ดียิ่ง เลขานุการศาลเยาวชนและครอบครัว จ.สมุทรปราการ
2. นายบวร ยสินทร อดีตแกนนำเครือข่ายราษฎรอาสาปกป้องสถาบัน
3. นางประกายรัตน์ ต้นธีรวงศ์ นักเคลื่อนไหวด้านสิทธิสตรี
4. นายวัส ติงสมิตร ผู้พิพากษาอาวุโสในศาลฎีกา สำนักงานศาลยุติธรรม
5. รศ.น.พ.ศุภชัย ถนอมทรัพย์ อาจารย์พิเศษ (แพทย์) คณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี
6. นายสุรเชษฐ์ สถิตนิรามัย รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข
7. นางอังคณา นีละไพจิตร นักเคลื่อนไหวสตรี ภรรยาของนายสมชาย นีละไพจิตร อดีตทนายความที่หายสาบสูญไป
ทั้งนี้คณะกรรมการสรรหา จะได้เสนอรายชื่อผู้ได้รับเลือกพร้อมความยินยอมของผู้นั้นต่อประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ทำหน้าที่ประธานวุฒิสภา เพื่อให้ดำเนินการตามมาตรา 206(2) ของรัฐธรรมนูญ 50 เสนอรายชื่อให้ที่ประชุมสนช.เห็นชอบภายใน 30 วัน หากเห็นชอบให้นำรายชื่อขึ้นทูลเกล้า แต่หากที่ประชุมสนช.ไม่เห็นชอบให้ส่งรายชื่อกลับมายังคณะกรรมการสรรหา ซึ่งถ้าคณะกรรมการสรรหายืนยันตามมติเดิมด้วยคะแนนเสียเอกฉันท์ ประธานสนช.ก็จะต้องนำรายชื่อขึ้นทูลเกล้าเพื่อทรงโปรดเกล้าแต่งตั้งต่อไป
ด้านนางวิสา เบ็ญจมะโน กรรมการสิทธิฯ เห็นว่า ขอแสดงความยินดีกับบุคคลที่ได้รับการคัดเลือกที่จะมาเป็นกสม.ชุดใหม่ เมื่อดูจากรายชื่อมีความหลากหลาย มีทั้งนักกฎหมาย แพทย์ และนักเคลื่อนไหวสิทธิมนุษยชนที่ทำงานในพื้นที่
ซึ่งเชื่อว่าผู้ที่จะเข้ามาทำหน้าที่กรรมการสิทธิมนุษยชนชุดใหม่นั้นน่าจะมีแนวคิดเกี่ยวกับเรื่องสิทธิมนุษยชนที่แตกต่างและแปลกใหม่ รวมทั้งสามารถมาสานต่องานจากกรรมการสิทธิมนุษยชน ชุดเดิมได้อย่างไม่มีปัญหา