วันนี้ ( 29 ก.ค. 58 )โครงการหมู่บ้านจัดสรรแห่งนี้ อยู่ระหว่างเร่งก่อสร้างบ้านพักอาศัย ราคาระหว่าง 7 ถึง 11 ล้านบาท ในลักษณะแบ่งเป็นโซน หลังตัดสินใจยังไม่ลงทุนก่อสร้างคอนโดมิเนียม อีก 2 โครงการ ตามแผน เพราะวิธีการนี้ นอกจากจะสามารถลดความเสี่ยงที่ไม่ต้องทุ่มเงินลงครั้งละมากๆได้
ก็ยังทำให้สามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้ากลุ่มบน ซึ่งเป็นกลุ่มที่ทางบริษัทเจ้าของโครงการ เชื่อว่า ยังมีกำลังซื้อ เพราะไม่ได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว เท่ากับลูกค้ากลุ่มที่สามารถซื้ออสังหาริมทรัพย์ราคาระหว่าง 1 ถึง 3 ล้านบาทได้
ข้อมูลจากสมาคมอสังหาริมทรัพย์ไทย ระบุว่า ลูกค้าเกือบทั้งหมด อาศัยสินเชื่อธนาคารในการซื้อที่อยู่อาศัย ไม่ต่างผู้ประกอบการที่ต้องอาศัยเงินกู้ในการลงทุน การอนุมัติสินเชื่อของธนาคารให้กับทั้งบริษัทและลูกค้า ที่ต้องพิจารณาคุณสมบัติผู้กู้และตั้งหลักเกณฑ์เข้มงวดกว่าปกติตลอดปีที่ผ่านมา ก็เป็นเหตุผลที่ทำให้บริษัทต่างๆต้องปรับแผนกลยุทธ์ให้สอดคล้องกับสถานการณ์
ในมุมมองของนายกสมาคมอสังหาริมทรัพย์ แม้สภาพเศรษฐกิจไทยในเวลานี้จะส่งผลกระทบต่อธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ แต่จะไม่ร้ายแรงเท่าวิกฤตฟองสบู่ เมื่อปี 2540 เพราะผู้ปล่อยสินเชื่อมีบทเรียนในการอนุมัติ เช่นเดียวกับผู้ประกอบการที่ไม่ฝืนกับกำลังซื้อในภาวะเช่นนี้