นาย มานูเอล วาลส์ นายกรัฐมนตรีฝรั่งเศส กล่าวระหว่างการประชุมสภา เพื่อพิจารณาขยายเวลาการประกาศภาวะฉุกเฉินว่าประเทศฝรั่งเศส อาจถูกวินาศกรรมอีกครั้งและกลุ่มก่อการร้ายอาจจะใช้อาวุธเคมีหรืออาวุธชีวภาพในการโจมตี
นอกจากนี้ สภาฝรั่งเศสยังลงมติผ่านกฎหมายเพิ่มอำนาจเจ้าหน้าที่รัฐบาลสามารถเข้าถึงข้อมูลส่วนตัวต่างๆของประชาชนได้ โดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อดักฟังความเคลื่อนไหวของผู้ต้องสงสัยก่อการร้าย แม้มีเสียงประท้วงว่าละเมิดสิทธิส่วนตัว และวิตกว่าจะทำเหมือนกับสหรัฐฯ ที่ดักฟังข้อมูลผู้คนจำนวนมากในทุกด้าน
สำหรับความคืบหน้าเหตุคนร้ายยิงปะทะเจ้าหน้าที่ตำรวจในย่านแซงต์ เดอนีส์ ชานกรุงปารีส ประเทสฝรั่งเศส ในวันนี้ ผู้เชี่ยวชาญด้านนิติเวชยังอยู่ระหว่างการตรวจสอบศพของชายที่เสียชีวิตจากเหตุดังกล่าวว่าเป็น นาย อับเดลฮาห์มิด อาบาอุด ซึ่งเป็นผู้วางแผนก่อวินากรรมหรือไม่ ขณะที่หนังสือพิมพ์ เลอ ปารีเซียง ของฝรั่งเศส รายงานว่า หญิงสาวที่ระเบิดฆ่าตัวตาย ระหว่างปะทะกับตำรวจเมื่อวานนนี้ เป็นน้องสาว ของ นาย อาบาอุด
ส่วนที่ประเทศสหรัฐอมริกา นาย บิล เดอ บลาซิโอ นายกเทศมนตรีนครนิวยอร์ค กล่าวว่าได้รับทราบเกี่ยวกับคลิปวิดีโอที่กลุ่มไอเอสขู่วางระเบิด นครนิวยอร์คแล้ว แต่ยืนยันว่าขณะนี้ยังไม่มีสัญญาณบ่งบอกภัยคุกคามใดๆ ที่แน่ชัด ขณะที่กรมตำรวจนิวยอร์ค ได้ชี้แจงว่า วีดีโอดังกล่าวมีการจัดทำไว้นานแล้ว แต่ก็เป็นสิ่งที่ตอกย้ำว่า นิวยอร์คยังเป็นเป้าหมายลำดับต้นๆ ของกลุ่มหัวรุนแรง
เหตุวินาศกรรมกรุงปารีสในคืนศุกร์ 13 กลายเป็นตัวเปลี่ยนเกม และเปลี่ยนใจบรรดาชาติมหาอำนาจเกี่ยวกับนโยบายซีเรียจากที่เคยแยกกันเดินเกมซีเรียในแบบของตัวเอง ตอนนี้เริ่มเห็นสัญญาณชัดเจนว่าทุกฝ่ายพร้อมจับมือกัน
แน่นอนว่าคนที่แสดงท่าทีตอบโต้ไอเอสมากที่สุดก็คือ ประธานาธิบดีฝรั่งเศส ฟรองซัวส์ ออลลองด์ ฝรั่งเศสจากที่เคยเป็นเพียงผู้สนับสนุนสหรัฐฯ ในการโจมตีทางอากาศถล่มไอเอส วันนี้ลุกขึ้นมาเล่นบทบาทผู้ประสาน ส่งเทียบเชิญไปยังทุกฝ่ายให้มาร่วมมือกันอย่างเป็นกิจจะลักษณะครั้งใหญ่ อันจะนำไปสู่การจัดการกับไอเอสขั้นเด็ดขาด เพราะฝรั่งเศสรู้ดีว่าการที่สหรัฐฯและรัสเซียต่างคนต่าง "เดินเกมของตัวเอง" ในซีเรียนั้น ยากที่จะจัดการกับไอเอสได้อย่างถอนรากถอนโคน
"ออลลองด์" ชี้ว่าแม้แต่ละประเทศไม่ได้มีวิสัยทัศน์ ความต้องการ หรือพันธมิตรเดียวกัน แต่ขณะนี้ทุกฝ่ายล้วนตกอยู่ในความเสี่ยงจากกองกำลังติดอาวุธที่คุกคามโลกทั้งใบ ดังนั้นฝรั่งเศสจะมีบทบาทสำคัญในการนำทุกชาติมาร่วมแก้ไขปัญหานี้ โดยเขาจะเดินทางไปพบประธานาธิบดีบารัค โอบามา ของสหรัฐฯในวันอังคารที่จะถึงนี้ และไปพบประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน แห่งรัสเซียในอีกสองวันถัดไป เพื่อพบหารือเกี่ยวกับความจำเป็นในการเปิดปฏิบัติการร่วมอย่างเร็วที่สุด
นอกเหนือจากปฏิบัติการระดับนานาชาติ ขณะนี้เองฝรั่งเศสยังคงตอบโต้ไอเอสชนิดตาต่อตาฟันต่อฟัน โดยหลังเหตุก่อวินาศกรรมหลายจุดในวันศุกร์ที่ 13 พฤศจิกายน ฝรั่งเศสขยายการโจมตีฐานที่มั่นไอเอสอย่างหนักหน่วงยิ่งขึ้น นอกจากนั้น ประธานาธิบดียังออกมาแถลงเรียกร้องให้ประชาชนออกไปใช้ชีวิตตามคาเฟ่ ร้านอาหาร และพิพิธภัณฑ์ตามปกติ ระบุว่าฝรั่งเศสจะสูญเสียความเป็นตัวตนหากปราศจากสิ่งเหล่านี้
ประธานาธิบดีบารัค โอบามา ของสหรัฐอเมริกา ประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน ของรัสเซีย "เห็นพ้องให้มีการเปลี่ยนผ่านอำนาจในซีเรียหลังหยุดยิง โดย UN เป็นคนกลางไกล่เกลี่ยระหว่างผู้นำกับฝ่ายต่อต้าน" ส่วนสหรัฐฯและรัสเซียนั้น อย่างที่เราทราบกันว่าทั้งสองฝ่ายต่างก็กล่าวอ้างว่ามีวัตถุประสงค์ในการทำลายไอเอสเหมือนกัน แต่ปฏิบัติการของสองฝ่ายแตกต่างกันชัดเจน อันเป็นผลมาจากจุดยืนที่สวนทางกันเรื่องการอยู่ในตำแหน่งประธานาธิบดีซีเรียของ บาชาร์ อัล อัสซาด รัสเซียหนุนหลังอัสซาดด้วยเหตุผลว่า คนภายนอกไม่มีสิทธิไปแทรกแซงโค่นล้มผู้นำของประเทศอื่น
ขณะที่สหรัฐฯ ยืนยันว่าอัสซาดต้องลงจากตำแหน่ง เป็นจุดยืนที่เจรจากี่ครั้งก็ไม่เคยตกลงกันได้ ล่าสุดมีการเปิดเวทีหารือเรื่องสันติภาพซีเรียที่กรุงเวียนนาของออสเตรีย โดยมีซาอุดิอาระเบีย ตุรกี อิหร่านร่วมด้วย คุยกันมานานร่วมเดือนติดอยู่ที่ข้อนี้ข้อเดียว แต่ล่าสุด สองผู้นำพบกันในเวที G20 ที่ตุรกี และเห็นพ้องกับแนวทางสันติภาพซีเรีย ขณะที่ฝ่ายปฏิบัติการในพื้นที่ก็เริ่มประสานงานกันมากขึ้น รัสเซียมีการแจ้งสหรัฐฯก่อนส่งเครื่องบินออกไปทิ้งระเบิด รัสเซียเองหลังประกาศล้างแค้นไอเอสเมื่อพบหลักฐานว่าเที่ยวบิน 7K9268 ของสายการบินเมโทรเจ็ทถูกวางระเบิด ก็เชื่อกันว่าปฏิบัติการทางอากาศของรัสเซียจะมุ่งเป้าไปที่ไอเอสชัดเจนมากขึ้น
ด้านอังกฤษ ก็เห็นถึงภัยคุกคามจากไอเอสเช่นกัน นายกเดวิด คาเมรอน ระบุว่าอยากเสนอญัตติให้สภาโหวตรับรองปฏิบัติการกวาดล้างกลุ่มไอเอสในซีเรียอีกครั้ง หลังสองปีก่อน สภาเคยปฏิเสธปฏิบัติการในซีเรียแต่อนุมัติปฏิบัติการในอิรัก คาดว่าคาเมรอนจะนำแผนปฏิบัติการทางยุทธศาสตร์ เสนอต่อสภาช่วงวันคริสต์มาสที่จะถึงนี้
หากเป็นไปตามนี้ เท่ากับว่ามหาอำนาจสำคัญของโลกเช็คชื่อเข้าร่วมปฏิบัติการกวาดล้างไอเอสแทบทั้งหมด นักวิเคราะห์บางรายเชื่อว่า อาจมีเยอรมนีเข้าร่วมด้วย หลังเผชิญเหตุการณ์ที่สนามกีฬาฮันโนเวอร์สองวันก่อน
ฟังจากสุ้มเสียงของบุคคลสำคัญผู้กุมชะตากรรมโลกแบบนี้แล้ว ดูเหมือนว่าทิศทางในการต่อสู้กับการก่อการร้าย คือการตอบโต้ชนิดตาต่อตา ฟันต่อฟัน