ปัจจุบันพบว่าผู้ประกอบการ SMEs ได้รับผลกระทบต่อการดำเนินธุรกิจในหลายด้าน โดยเฉพาะปัญหาภาระหนี้สินและการเข้าถึงแหล่งเงินทุน จนส่งผลกระทบต่อการบริหารจัดการธุรกิจในหลายๆ ด้าน ไม่ว่าจะเป็นด้านการผลิต การบริหารจัดการ และการขยายตลาด
จากข้อมูลของสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) ระบุว่า ผู้ประกอบการ SMEs กว่าร้อยละ 38 ไม่เคยได้รับอนุมัติสินเชื่อจากสถาบันการเงิน เนื่องจากคุณสมบัติไม่ผ่านตามเกณฑ์ข้อกำหนด โดยเฉพาะการขาดหลักทรัพย์ค้ำประกัน ไม่มีแผนธุรกิจที่ดี และการขาดประวัติการชำระเงิน ตลอดจนอุปสรรคจากการเป็นผู้ประกอบการหน้าใหม่
"เพื่อบรรเทาปัญหาในระยะสั้น ด้านการเงินหมุนเวียนให้กับผู้ประกอบการ SMEs กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม หรือ กสอ. ได้สั่งการไปยังศูนย์ส่งเสริมอุตสาหกรรมภาคทั้ง 11 แห่งทั่วประเทศ ให้เร่งพิจารณาคำขอกู้ โครงการเงินทุนหมุนเวียนระยะสั้น ซึ่งขณะนี้มีงบประมาณกว่า 70 ล้านบาท ให้กับผู้ประกอบการโดยเร็ว" ดร.สมชาย หาญหิรัญ อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม กล่าว
ดร.สมชาย บอกว่า ขณะนี้ กสอ. ได้พิจารณาช่วยเหลือเงินทุนหมุนเวียนระยะสั้น แก่ผู้ประกอบการไปแล้ว 51 ราย รวมเป็นจำนวนเงินกว่า 10 ล้านบาท และมีคำกู้ที่อยู่ในระหว่างขั้นตอนดำเนินการอีกกว่า 7 ล้านบาท ทั้งนี้ เพื่ออำนวยความสะดวก และเพิ่มโอกาสการอนุมัติเงินทุนจากสถาบันการเงิน จึงได้สั่งการให้ศูนย์ส่งเสริมอุตสาหกรรมภาค ที่มีอยู่ 11 แห่งทั่วประเทศ ทำหน้าที่เป็นแกนกลางในการประสานงาน กับสถาบันการเงินในพื้นที่โดยตรง ซึ่งจะสามารถช่วยสร้างความเชื่อมั่นแก่สถาบันการเงิน และเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงแหล่งเงินทุนให้แก่ผู้ประกอบการมากขึ้น
ทั้งนี้ ตั้งแต่ต้นปี กสอ. ได้เป็นตัวกลางส่งต่อข้อมูลไปยังธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (SME BANK) ซึ่งเป็นหนึ่งในสถาบันการเงิน 20 แห่งที่ตกลงทำความร่วมมือกับ กสอ. แล้วกว่า 600 กิจการ รวมเป็นวงเงินกว่า 2.6 พันล้านบาท ได้รับการอนุมัติสินเชื่อไปแล้ว 349 กิจการ เป็นวงเงินทั้งสิ้นเกือบ 1.3 พันล้านบาท