นายเสรี วังส์ไพจิตร รองประธานสหพันธุ์กีฬาเชียร์ลีดดิ้งประจำประเทศไทย และเลขาธิการสมาคมเชียร์ลีดดิ้งประจำประเทศไทย มาต้อนรับและกล่าวแสดงความยินดีคณะตัวแทนประเทศไทย พร้อมระบุว่าชัยชนะ 2 รางวัลเชียร์ลีดดิ้งกลุ่ม 5 คนแบบผสม และรองชนะเลิศประเภทเชียร์ลีดดิ้งต่อตัวคู่ไม่เหนือความคาดหมายเชื่อว่าชนะอยู่แล้ว
แต่เชียร์ลีดดิ้งทีม 16 คนแบบผสม มีความหวังในใจว่าจะชนะให้ได้ ซึ่งทีมญี่ปุ่นก็เล่นได้ดีมาก แต่ด้วยความที่ทางทีมไทยเล่นท่ายาก จึงได้รับชัยชนะและเป็นที่น่ายินดีอย่างยิ่งที่ได้ชัยชนะในทีม 16 คนแบบผสมนี้ด้วย
ผศ.ดร.วินัย อวยพรประเสริฐ ผู้จัดการทีมเชียร์ลีดดิ้ง ม.รังสิต กล่าวกับทีมข่าว New Media PPTVHD ว่า การแข่งขันชิงแชมป์โลก จะมีลักษณะเฉพาะคือไม่ใช่ทีมที่มาหาประสบการณ์ เนื่องจากค่าใช้จ่ายสูง เพราะฉะนั้นแต่ละทีมที่ส่งเข้าร่วมการแข่งขันต้องประเมินแล้วว่าเข้าแข่งขันประเภทใดถึงมีโอกาสชนะ เช่น การแข่งขันในครั้งนี้มี 10 รายการ ทางทีมเลือกส่ง 3 รายการที่คิดว่ามีความหวัง ส่วนรายการอื่นมองว่าส่งไปแล้วไม่มีความหวังเอาไว้ไปหาประสบการณ์ในเวทีเล็กน่าจะดีกว่า ซึ่งการไปแข่งขันครั้งนี้มีท่าบังคับ กับท่าฟรี ซึ่งท่าบังคับทุกทีมต้องมี และเวลาที่เหลือคุณจะใส่อะไรลงไปเพื่อให้ได้คะแนน ซึ่งคะแนนมีทั้งในส่วนของระดับความยาก ในเรื่องเทคนิค และเรื่องของการแสดง
ผศ.ดร.วินัย กล่าวต่อว่า ทางทีมเชียร์ลีดดิ้งสร้างระบบกันมาเกือบ 20 ปี ทั้งทักษะและความสามารถของโค้ช กฎระเบียบที่ใช้กับนักกีฬา สร้างมา 20 ปี และทำให้เข้มข้นขึ้น ซึ่งที่ผ่านมาตนได้เข้ามาเป็นที่ปรึกษาแล้วเข้ามาผ่าตัดทีมครั้งใหญ่ ซึ่งผลงานก็เป็นที่ประจักษ์
"แพ้ชนะไม่เป็นไร ที่สำคัญคือเราเล่นได้ตามที่ซ้อม และเราเอาชนะใจตัวเอง "
ผู้จัดการทีมเชียร์ลีดดิ้ง ม.รังสิต กล่าวว่า ในเรื่องของความกดดันขณะไปแข่งขั้นนั้น ตามประสบการณ์ในระดับอินเตอร์ทีมเชียร์ลีดดิ้งไปตั้งแต่ 2004 ซึ่งปีนี้เข้าปีที่ 12 แล้ว เพราะฉะนั้นเรื่องประสบการณ์ไม่ห่วง และไม่ได้ตั้งความหวังเป็นพิเศษ เนื่องจากสิ่งที่รู้ คือระดับทักษะของทีมได้ขึ้นไปทาบระดับโลกแล้ว
ส่วนการแข่งขันจริงทุกทีมพลาดได้ เพราะฉะนั้นเราบอกนักกีฬาตลอดว่า "แพ้ชนะไม่เป็นไร ที่สำคัญคือเราเล่นได้ตามที่ซ้อม และเราเอาชนะใจตัวเอง " บางครั้งนักกีฬาเข้าแข่งขันพอกดดันก็จะพลาด เลยบอกเขาว่า คุณก็สนุกเหมือนตอนที่ซ้อมนี่แหล่ะ เราซ้อมมาดีแล้ว เราไม่ต้องไปกังวลทีมอื่น พร้อมให้กำลังใจซึ่งกันและกัน แม้แต่การแข่งขันทุกประเภท ก่อนแข่งเราก็ให้กำลังใจทีมคู่แข่งของเราว่า ขอให้โชคดี เราจะพูดกับทุกทีมว่า good luck หรือถ้าเป็นแต่ละประเทศ อย่างไต้หวัน เราก็พูดว่า แต้อิ๋ว ซึ่งแปลว่าเติมกำลัง เติมน้ำมันหน่อย หรือเจอทีมอื่นอย่างญี่ปุ่นก็ไฟว์ติ้ง
"ทุกทีมเราให้กำลังใจกัน รู้ว่าทุกทีมซ้อมกันมาหนัก การแข่งขันอย่างประเภทดับเบิ้ล หรือสมอล์กรุ๊ป มิกซ์ แข่งกันเพียงแค่นาทีครึ่งเท่านั้นเอง ส่วนเชียร์มิกซ์แข่งกันแค่ 2 นาทีครึ่ง ซึ่งเมื่อเทียบกับสิ่งที่ทุกทีมทุ่มเทกันไปแล้ว เทียบกันไมได้ ทุกทีมลุ้นให้กันประสบความสำเร็จ แต่ทีมไหนที่ไม่พลาด หรือทีมไหนทำดีกว่า ทีมนั้นก็ชนะไป" ผู้จัดการทีมเชียร์ลีดดิ้ง ม.รังสิต กล่าว
ซ้อมท่ายากทำไทยจารึกประวัติศาสตร์คะแนนนำ "ญี่ปุ่น"
ผศ.ดร.วินัย กล่าวว่า เนื่องจากเป็นชมรมเชียร์ลีดดิ้ง ทุกคนต่างรู้ดีว่าหน้าที่คือการฝึกซ้อม และอยากจะแนะนำทีมอื่นๆที่สนใจว่า หากซ้อมสกิล หรือทักษะที่ยาก ซ้อมท่ายากเก็บไว้ในสต็อก แล้วมาประเมินดูว่าการแข่งขันแต่ละรายการทางทีมจะต้องประเมินคู่แข่งว่าเขาไปในระดับไหน แล้วจะหยิบท่าไหนที่ซ้อมแล้วเชี่ยวชาญเอาไปสู้ ซึ่งที่ผ่านมาทางทีมก็ประเมินตอนซ้อมก่อนแข่ง รวมถึงดูตัวของนักกีฬา สกิลของนักกีฬา ทำให้พอรู้ว่าจะเอาระดับไหนไปสู้กับเขา และพอแข่งขันวันแรกจะประเมินได้ว่าคะแนนทางทีมนำ หรือ ตาม เพราะตามกติการอบแรกคือจะใช้การจับฉลาก ทีมไหนจับฉลากก่อนก็ไปเล่นก่อน แต่ว่าวันที่สองเอาคะแนนวันแรกมาเรียบลำดับกัน ทีมที่ได้คะแนนน้อยสุดจะแข่งก่อน
"จากการแข่งขันวันแรกเราไม่รู้ว่าจะเป็นยังไง โดยเฉพาะเชียร์มิกซ์ วันแรกเราแข่งทีมแรก เพราะไม่รู้ว่าญี่ปุ่นจะมาไม้ไหน เพราะตอนซ้อมมีกั๊กมีอะไรกันไม่ได้ เปิดกันหมดอยู่แล้ว ปรากฎว่าเราทำได้ค่อนข้างดี แล้วญี่ปุ่นเขาพลาด ก็กลายเป็นว่าคะแนนเรานำญี่ปุ่น ซึ่งถือเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ที่เรามีคะแนนำญี่ปุ่น ส่วนมากเราจะตาม" ผศ.ดร.วินัย กล่าว
ล้วงลึกท่าเต้น ย้ำจุดแข็งสร้างซิกเนอเจอร์ เล่นสกิลยาก!
ผู้จัดการทีมเชียร์ลีดดิ้ง ม.รังสิต กล่าวต่อว่า ในส่วนของท่าเล่นจะมีทีมงานช่วยกันคิด ยอมรับว่าก่อนหน้านี้ท่าที่เล่นกันง่ายๆ แต่ในปัจจุบันก็ไม่ง่าย ต้องสร้างท่าซิกเนเจอร์ ซึ่งเป็นท่าโดดเด่นของทีม โดยเฉพาะท่าซุปเปอร์แมน ที่โยนจากข้างๆมาแล้วก็ลอยขึ้นมากางแขนข้างบน ซึ่งทีมใช้ท่านี้ครั้งแรกที่เวทีซีคอน ปี 2003 จากนั้น 2004 มาใช้ที่นอตติ้งแฮม แล้วหายไป พอหายไปมีก๊อบปี้ เลยทำให้ต้องนำกลับมาใช้อีกครั้ง จากนี้ก็มีภาพซิกเนอเจอร์ที่มีท่ายากขึ้นเรื่อยๆ เป็นท่าที่โยนขึ้นกลางแขน แม้ตอนไปชิงแชมป์โลกก่อนหน้านี้ก็ใช้แบบโยนขึ้นไปเฉยๆ
ผู้จัดการทีมเชียร์ลีดดิ้ง ม.รังสิต ทำท่าประกอบ พร้อมเล่าให้ทีมข่าวฟังว่า แต่แข่งขันครั้งนี้เป็นท่านี้เหมือนกัน แต่โยนรีเวิร์ดขึ้นไป มีการพลิกตัวขึ้นไป ครั้งนี้ดีกว่าคือควงสว่านแบบเครื่องบิน โยนจากข้างหลังและโยนขึ้นไป และกางแขน ซึ่ง คนชอบมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรามีธงที่โบกเปิด พอธงเปิดแล้วมีควงเครื่องบินมา
"จุดแข็งที่ทำให้ทีมชนะครั้งนี้คือสกิลเรายากมาก และเรามีท่าซิกเนเจอร์ทั้งหลายเป็นสกิลที่ยากมากทั้งนั้น เช่น ท่าสตั้น ต้องเข้าใจก่อนว่าเชียร์ลีดดิ้งมี 2 แบบ กับ 2 สกิลที่ใช้ เช่น คนหนึ่งที่ยืนบนบ่าอีกคนหนึ่งแต่ของเราจะชูทขึ้น หรือท่าสองมือคนอื่นจับเอวแล้วยกขึ้นไป แต่ของเราตีลังกา กลับหลังแล้วกระโดดขึ้นไปและชูทขึ้น บางท่าเราก็ยกแขนเดียวแสดงถึวพละกำลังที่มหาศาลและความนิ่งของนักกีฬา ก็ต้องแยกให้ออกระหว่างเทคนิค กับภาพสำเร็จ อย่างทีมอื่นเขาต่อตัวคนอื่นอาจจะขึ้นธรรมดา แต่ของเราโยนเกลียวขึ้นไปสองรอบ ซึ่งระดับความยากจะต่างกัน หรือการต่อตัวจับ ของเราต่อตัวจับทางอากาศซึ่งกรรมการที่ทักษะสูงเขาจะรู้ทันที แต่คนดูอาจจะไม่เข้าใจ เช่นท่าเดียวมีเวลาหายใจ แต่ท่าชุดต้องใช้พละกำลังมหาศาลเปลี่ยนหลายชุดแสดงถึงทักษะความแข็งแรง ความเร็ว พลัง" ผศ.ดร.วินัย กล่าว
ส่วนจุดอ่อนของทีมผศ.ดร.วินัย กล่าวว่า ก็มีมากพอสมควร แต่พยายามกำจัดไปเรื่อยๆ เช่น เปรียบเทียบชัดสุดคือ ญี่ปุ่น วินัยเขาสูงมาก ใจเขาเยี่ยมมาก นักกีฬาญี่ปุ่นพอตกมาปุ๊บจะรีบลุกขึ้นมาแล้วไปต่อเลย แล้วเล่นท่าต่อไป ซึ่งทางทีมเราก็มาถึงจุดนี้แล้วเช่นเดียวกัน เวลาดูเราดูทุกทีม ดูจุดดี จุดเด่นแต่ละทีมเป็นอย่างไร หากเราสามารถนำมาปรับใช้ได้เราก็เอามา ซึ่งในเวทีโลกเป็นอย่างนี้อยู่แล้ว อะไรดีกว่าก็หยิบเข้ามา
"ขณะเดียวกันต้องเข้าใจว่ากีฬาชนิดนี้สำคัญคือเสียงเชียร์ เพราะเป็นกีฬานำเชียร์ คุณจะเล่นยังไงก็ตามหากคนเชียร์ไม่สนับสนุน คุณก็ยากที่จะชนะ ฉะนั้นในวันรอบชิงบอกกับนักกีฬาก่อนแข่งว่า เชื่อเถอะคะแนนสูสี ให้ใครชนะก็ได้ เราโชคดีที่ได้แข่งทีหลัง ทีมที่เขาแข่งก่อนตามเรา เขาก็ต้องเพิ่มระดับความยาก เพราะถ้าเขาใช้ระดับความยากเท่าเดิม เขาทำสมบูรณ์ เขาจะแพ้เราทีมรองจะต้องเสี่ยงอะไรบางอย่าง หรือไม่งั้นใจเขาต้องหินมาก รอเราเล่นแบบเดิม แต่รอเราพลาด สมมติว่าคะแนนนำ เราสามารถเล่นท่าเดิมเรานิ่ง เราทำได้ เสียงเชียร์ดัง กรรมการไม่สามารถตัดสินเป็นอื่นได้ ซึ่งประสบการณ์ตรงนี้เรามีตั้งแต่ ปี 2004 กรรมการกระซิบบอกเลยว่าสองทีมนี้ให้ทีมไหนชนะก็ได้ แต่ถ้าเสียงเชียร์ทีมไทยดังกว่า เขาก็ให้เราเฉียนชนะทีมสหรัฐฯ 1.5 คะแนนจาก 600 คะแนน เรียกว่า แต้มบวกจากเสียงเชียร์" ผศ.ดร.วินัย กล่าว
นักกีฬายํ้าเป็นชัยชนะสูงสุดแล้ว!
นายชาญณรงค์ กุลศิริ หนึ่งนักกีฬาทีมเชียร์ลีดดิ้ง กล่าวว่า หลังไปแข่งได้แชมป์กลับมานั้น ถามว่ามั่นใจไหม ตนมั่นใจพอสมควรด้วยท่า แต่ด้วยคู่แข่งคือไม่เคยชนะเขาในประเภทเชียร์ลีด เลยคิดกันว่า โอเค ไม่เป็นไรแพ้ชนะช่างมันเราไปแข่งพอ เราชนะใจตัวเอง เราทำให้ได้อย่างที่ซ้อม และทำให้ดีกว่าที่ซ้อมและทำให้ดีที่สุดก็พอ ซึ่งชัยนะครั้งนี้ถือว่าสูงสุดแล้ว คือจะมีอีกประเภทที่ยังได้เหรียญเงิน แม้ว่าก่อนหน้านี้คุยกัยเล่นๆในทีมว่า 3 เหรียญทองเลยไปรอบนี้
สำหรับเส้นทางก้าวสู่เชียร์ลีดดิ้งแชมป์โลก หนึ่งนักกีฬาทีมเชียร์ลีดดิ้ง กล่าวว่า ตั้งแต่แรกตนเป็นนักกีฬาเชียร์ลีดดิ้งตั้งแต่ระดับมัธยม และมาแข่งที่ ม.รังสิตเนื่องจากการชักชวนแล้วก็มาคัดตัว จนติดเข้ามาร่วมกับทีม ซึ่งเล่นมาแล้ว 6 ปี รวมถึงตอนฝึกซ้อมทางทีมก็ซ้อมทั้งปีมาตลอด แต่ว่ามีช่วงพีคคือสองสามเดือนก่อนจะไป ครั้งนี้วางท่าและซ้อมท่า ภายในสองนาทีครึ่งท่าที่ใช้ต้องในระดับสกิลที่สูงขึ้นไปอีก และซ้อมจนกว่าจะติด แล้วค่อยมาประกอบกันทีละท่า โดยตอนเช้าจะไปเรียนกันตามปกติ หลัง 5 โมงก็ซ้อมจน 5 ทุ่มเที่ยงคืน
รับกดดันแต่ต้องทำให้ดีที่สุด ปลื้มเสียงตบมือทั่วฮอลล์หลังแสดงเสร็จ
นายชาญณรงค์ กล่าวต่อว่า "ก็เหมือนจะกดดันอยู่ แต่ว่าไม่ได้กดดันมาก แต่เราก็ไปทำของเราให้ดีที่สุดไปรับผิดชอบหน้าที่ของเราที่ไปในครั้งนี้ให้ดีที่สุดก็พอ ถ้าเราทำดีที่สุดแล้ว จุดๆนั้นแข่งเสร็จคนทั้งฮอลล์ในฮอลล์ใหญ่ลุกตบมือทั้งหอเลย รู้สึกเราทำได้แล้ว แค่นี้ ซึ่งทุกคนดีใจหมด แม้ว่าคะแนนจะยังไม่ประกาศว่าได้หรือไม่ได้ เราก็ดีใจไปด้วย เราทำได้แล้ว จะแพ้จะชนะก็ช่างมันแล้ว"
สุดท้ายหนึ่งนักกีฬาทีมเชียร์ลีดดิ้ง กล่าวกับทีมข่าวว่า "เราต้องใช้สกิลและท่าที่ยากกว่านี้ เพราะเชียร์ลีดดิ้งเป็นกีฬาที่ต้องพัฒนาตลอด ทุกอย่างจะต้องเพิ่มขึ้น จากหนึ่งจะต้องเป็นสอง จากสองต้องเป็นสาม อัพเลเวลขึ้นเรื่อยๆ หากเราจะต้องก้าวต่อไป เราต้องพัฒนาเพิ่มขึ้นไปอีก จุดแข็งเราครั้งนี้ ใจของเรารวมกันเป็นหนึ่ง และเราส่งกำลังใจให้กันตลอด"
(function(d, s, id) { var js, fjs = d.getElementsByTagName(s)[0]; if (d.getElementById(id)) return; js = d.createElement(s); js.id = id; js.src = "//connect.facebook.net/en_US/sdk.js#xfbml=1&version=v2.3"; fjs.parentNode.insertBefore(js, fjs);}(document, 'script', 'facebook-jssdk'));ชัยชนะ[ร่วมกันแชร์ความสำเร็จ] ที่สุดแห่งชัยชนะ ............... คือการชนะใจตัวเอง ชนะตัวเองให้ได้ก่อน ก่อนที่จะไปชนะคนอื่นภูมิใจไปด้วยกัน กับ TEAM THAILAND แชมป์โลกเชียร์ลีดดิ้ง แชมป์โลกเชียร์ลีดดิ้งกลุ่มเล็ก และรองแชมป์โลกต่อตัวคู่ ปีล่าสุด 2 เหรียญทอง 2 เหรียญเงินทั้งหมด เพื่อคนไทย เพื่อวงการเชียร์เมืองไทย ยิ่งดู ยิ่งมีความสุข
Posted by Thailand Federation of Cheerleading on Tuesday, November 24, 2015
โดย ภัทร์ธีรา แก้วบุญเรือง New Media PPTVHD
ขอบคุณภาพ : Thailand Federation of Cheerleading
PPTV PHOTO: สมศักดิ์ เนตรทอง