เนปาล หลังแผ่นดินไหว "อาฟเตอร์ช็อค" ที่ต้องการมากกว่า "คำสวดภาวนา"

โดย PPTV Online

เผยแพร่

บันทึกเรื่องราวจากทีมข่าว PPTVHD36 จากประเทศเนปาล กับเรื่องราวของ “เนปาล” หลังแผ่นดินไหว อีกมุมที่หลายคนยังไม่รู้...




ทันทีที่ก้าวออกจากนามบินตรีภูวัน กรุงกาฐมาณฑุ ของเนปาล "นาบิน สุเบดี" เพื่อนชาวเนปาลที่พาเราลุยทำงานเมื่อตอนแผ่นดินไหวราว 6 เดือนก่อน เข้ามาสวมกอดพวกเราทันที เขาดีใจที่เรากลับมา ..



" นาบิน" อยากให้เราช่วยกลับมาที่นี่อีกครั้ง เขาอยากให้เราช่วยสื่อสารออกไป ว่า "เนปาล" กำลังลำบากถึงขั้นวิกฤต



ผมไปเยือนเนปาลครั้งแรกในชีวิต หนึ่งวันหลังเกิดแผ่นดินไหวที่คร่าชีวิตผู้คนไปหลายพันคน ผมไม่เคยได้เห็นว่ามรดกโลกที่นี่สวยงามเพียงใด เพราะวันที่ผมเดินเข้ามา ทุกอย่างก็กลายเป็นเพียงเศษซากประวัติศาสตร์เท่านั้น ... ที่ผมจำได้ติดตา มีเพียงซากปรักหักพังของสิ่งก่อสร้างที่เคยยิ่งใหญ่ระดับที่คนทั้งโลกต้องขวนขวายมาดู



ซากที่คงเหลืออยู่ เป็นเช่นเดียวกับแววตาสิ้นหวังบนใบหน้าของชาวเนปาล เพราะ "ท่องเที่ยว" คือ มรดกชิ้นใหญ่ ที่บรรพบุรุษมอบไว้ให้ดินแดนแห่นี้ ผ่านมรดกโลก ที่พังทลายลงไปแล้ว



แต่...เมื่อกลับมาที่นี่อีกครั้งในวันนี้ ผมก็พบว่า 7 เดือนที่ผ่านมา ไม่ได้ช่วยเยียวยาอะไร แววตาสิ้นหวังยังคงอยู่ และอาจจะเลวร้ายกว่าเดิม



รถของเราวิ่งออกมาจากสนามบิน ผ่านถนนที่คุ้นตา เมื่อหลายเดือนก่อน ผู้คนจำนวนมากไปกางเต๊นท์นอนในสวนสาธารณะ เพราะหวาดกลัวอาคารจะถล่มลงมาซ้ำจากอาฟเตอร์ช็อค .. มาวันนี้ สวนสาธารณะไร้เต๊นท์พักแรม คนกลับเข้าบ้าน ความหวาดกลัวทั้งหลายดูจะเจือจางไปแล้ว ... แต่รถประจำทางสองสามคันที่วิ่งสวนมาดูแปลกตาเกินไป



"ไม่มีกระจกหน้า" คือสิ่งผิดปกติที่เห็นได้ทันที รถเหล่านี้เสียกระจกไประหว่างที่วิ่งลงใต้ไปยังชายแดนติดกับประเทศอินเดีย เพราะถูก "ผู้ประท้วง" ใช้หินขว้างปาจนแตก ... แต่ไม่มีใครซ่อมแซมกระจกพวกนี้ อย่างดีก็แค่นำพลาสิกใสมาติดไว้ชั่วคราวและเปลี่ยนไปวิ่งผ่านพื้นที่ประท้วงในช่วงกลางคืน เพื่อให้มีตำรวจคอยคุ้มกันระหว่างทาง เพราะตอนกลางวัน ไม่มีกำลังตำรวจเพียงพอที่จะคุ้มกันได้




เมื่อเข้ามาในเขตเมืองกาฐมาณฑุ แน่นอนว่า เมืองที่คึกคัก วุ่นวายกลับคืนมาจากแผ่นดินไหวแล้ว แต่ก็ไม่ได้แปลว่า ชีวิตคนที่นี่ดีขึ้น ...



ถ้าเราเห็นรถยนต์มากมาย จอดทิ้งอยู่ริมถนนเป็นทางยาวหลายกิโลเมตรในกาฐมาณฑุ ย้อนขึ้นไปหัวแถวก็คือปั๊มน้ำมันที่ไม่เปิดให้บริการ พวกเขานำรถมาจอดเข้าคิวเติมน้ำมัน ทั้งที่ไม่รู้ว่าเมื่อไหร่ปั๊มจะเปิดให้บริการ ...ส่วนรถที่วิ่งอยู่บนถนน ใช้น้ำมันเถื่อน ที่มีผู้ลักลอบนำมาขายในราคาแพงกว่าปกติ 3 เท่า "เชื้อเพลิง" ราคาลิตรละ 100 บาท …. ผลจาก "การประท้วง"




เราพักที่ย่าน Thamel แหล่งท่องเที่ยวสำคัญใจกลางกาฐมาณฑุ ที่นี่เปรียบได้กับถนนข้าวสารของเนปาล เป็นแหล่งจับจ่ายของชาวต่างชาติ มีสินค้าสำหรับพิชิตยอดเขาเอเวอร์เรสต์ มีของที่ระลึกเชิงวัฒนธรรม ที่พัก เกสต์เฮาส์ และแน่นอน มีร้านอาหาร ..


เราเลือกกินอาหารท้องถิ่นที่นี่ ด้วยความหิว จึงสั่งเมนูง่ายๆ อย่างโรตี แกงกะหรี่ไก่ มาซาลา ผัดหมี่ และ โมโม่ หรือที่คนไทยเรียกว่า "เกี๊ยวซ่า" นั่นเอง .... ผ่านไปราว 1 ชั่วโมง อาหารยังไม่ถูกนำมาเสริฟ .... จึงนึกขึ้นได้ว่า "ไม่มีแก๊สหุงต้ม" ต้องใช้ฟืนในการหุงหาอาหาร เราขอเข้าไปดูในครัว จึงเห็นกับตาว่าแม้ร้านอาหารในย่านธุรกิจใจกลงเมืองหลวงของประเทศ ก็ยังต้องใช้ "ไม้" เป็นเชื้อเพลิงทำอาหาร




"ไม้" ที่ขายกันในราคากิโลกรัมละ 5 บาท คือเชื้อเพลิงหลักในการทำอาหารที่เนปาลในช่วง 2 เดือนที่ผ่านมา.. ผลจาก "การประท้วง"



"การประท้วง" มีขึ้นตามแนวชายแดนรอยต่อระหว่าง เนปาลกับอินเดีย เกิดขึ้นจากกลุ่มชนเผ่าที่อาศัยอยู่ตามแนวชายแดน ไม่พอใจนโยบายของรัฐบาลเนปาล ที่เปลี่ยนรูปแบบการปกครองเป็นระบบสหพันธรัฐ แยกเนปาลออกเป็น 7 รัฐ



ถ้าเปรียบเนปาลเป็นสี่เหลี่ยมผืนผ้า แนวนอน ให้ลองลากเส้นแนวตั้งแบ่งสี่เหลี่ยมผืนนี้ ออกเป็น 4 เหลี่ยม 7 ชิ้น แต่ชนเผ่ากลุ่มนี้อาศัยอยู่ตามแนวนอนด้านล่างเป็นทางยาวตลอดรอยต่อกับอินเดีย จึงรู้สึกว่า การแบ่งรัฐตามแนวตั้ง จะทำให้พวกเขากลายเป็น "ชนกลุ่มน้อย" ในทุกๆรัฐ และจะไม่มีอำนาจต่อรองใดๆในเวทีการเมืองท้องถิ่น ... กลุ่มชนเผ่าที่ติดกับอินเดีย จึงก่อการประท้วง ... ผลพวงหนักหนาสาหัสที่ตามมา คือ "น้ำมัน" และ "แก๊ส" ไม่สามารถถูกส่งมาจากอินเดียได้


"เนปาล" จึงเข้าสู่วิกฤตขาดแคลนพลังงานและเชื้อเพลิงอย่างหนักทันที



นาบิน บอกเราว่า นี่อาจเป็นวิกฤตที่หนักหนาสาหัสกว่า "แผ่นดินไหว" ซะอีก นี่ป็น "อาฟเตอร์ช็อค" ที่อาจจะยืดเยื้อยาวนาน ยังไม่มีวี่แววของการแก้ไข พวกเขาต้องซื้อน้ำมันลิตรละ 100 บาท ใช้ไม้จากต้นทุนเดิม คือ ป่า ในประเทศมาทำอาหาร ด้วยการซื้อไม้กิโลกรัมละ 5 บาท ในขณะที่ยอดนักท่องเที่ยว สิ่งที่เป็นรายได้หลักของประเทศมาตลอด วูบหายไปพร้อมกับความหวาดกลัวแผ่นดินไหว และหายไปพร้อมกับซากปรักหักพังของมรดกโลกขึ้นชื่อทั้งหลาย


ในวันที่ผู้คนมีค่าแรงขั้นต่ำวันละ 100 บาท คนจบปริญญาตรี มีเงินเดือน 1 หมื่นบาท ... แววตาของผู้คน ที่สะท้อนความสิ้นหวังตั้งแต่แผ่นดินไหวครั้งใหญ่ จึงยังไม่หายไปหน้าใบหน้าของพวกเขา..



เรากลับมาที่นี่ เพื่อบอกโลกอีกครั้ง ว่า "เพื่อน" ที่เราต่างเคย "ภาวนา" ให้พวกเขาสู้ต่อไปจากภัยพิบัติใหญ่เมื่อหลายเดือนก่อน "กำลังจะหมดแรงสู้" จากอาฟเตอร์ช็อคลูกนี้




เรื่อง: สถาพร พงษ์พิพัฒน์วัฒนา

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ