แน่นอนงานนี้เรื่องความสามารถเฉพาะตัว ทีมริเวอร์เพลต คงจะเหนือกว่าแต่ทีมเวิร์กการจ่ายบอลที่แม่นยำและการฉวยจังหวะเข้าทำโดยเฉพาะลูกตั้งเตะของ ซานเฟรซเซ ก็ไม่ธรรมดาเช่นกันงานนี้มีลุ้นล้มยักษ์ผ่านเข้ารอบชิงชนะเลิศเลยทีเดียว
"คาร์ลอส ซานเซช" จอมทัพริเวอร์เพลต
เกมนี้เจ้าถิ่นขุนพลธนูม่วง กุนซือ ฮาจิเม่ โมริยาสุ น่าจะส่ง ฮิซาโต ซาโตะ กองหน้าตัวเก๋าวัย 33 ลงยืนแดนหน้าโดยมี ดักลาส เป็นตัวกระชากลายเลื้อย ส่วนกราบขวาจะใช้ มิฮาเอล มิคิช เป็นตัวทำเกมเหมือนเดิม ส่วนทีเด็ดในลูกเตะมุมก็ต้องเป็น สึกาซะ ชิโอตานิ ที่มักจะอยู่ถูกที่ถูกเวลาเสมอยิงไปแล้วสองประตู ลูกโขกส่วนสูงของ คาซูฮิโกะ ชิบะ ก็ไม่ธรรมดา เรื่องการต่อบอลทีมแชมป์เจลีกทำได้เนียนตาไม่เป็นรองทีมคู่แข่งแน่นอน
ริเวอร์เพลต ชุดนี้นำทีมมาโดยกุนซือ มาร์เซโล่ กายาร์โด้ อดีตนักเตะดังจอมทัพของทีมเป็น มาร์เซโล กอนซาโล่ กับมิดฟิลด์จอมเก๋า คาร์ลอส ซานเซช จากอุรุกวัย กองหน้ายังใช้จอมเก๋า ฮาเบียร์ ซาบิโอล่า กับ โรดริโก้ โมร่า กองหน้าอุรุกวัย และตัวจี๊ดดาวรุ่ง ลูคัส อลาริโอ ที่จะแจ้งเกิดในศึกสโมสรโลกครั้งนี้
ทีเด็ดทีขาดเป็น ริเวอร์เพลต แน่นอนถือเป็นมวยหมัดหนักแตะถ้าเจาะแนวรับเจ้าถิ่น ซานเฟรซเซ ไม่เข้าเกมยืดเยื้ออะไรก็เกิดขึ้นได้ ติดตามลุ้นให้ดีโดยเฉพาะแฟนบอลไทยลีกบ้านเราต้องตามดูฟอร์มซานเฟรซเซ ฮิโรชิม่า เพราะปีหน้าใน ACL อยู่ร่วมกลุ่มเดียวกับ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด เกมนี้จะเป็นเกมห้าดาวที่แฟนบอลทั่วโลกไม่ควรพลาด