นายกรัฐมนตรี ยืนยันหนักแน่นว่า ตำแหน่งประธาน ป.ป.ช.คนใหม่ เป็นการเลือกกันเองของ กรรมการ ป.ป.ช.ทั้ง 9 คน ไม่เกี่ยวข้องกับรัฐบาล ซึ่งเป็นไปตามกฎหมาย ป.ป.ช. และอย่างที่ทราบกัน การเลือกประธาน ป.ป.ช.ครั้งนี้ เกิดขึ้นหลังนายปานเทพ กล้าณรงค์ราญ ประธานคนเดิมหมดวาระ เพราอายุเกิน 70 ปี และเพิ่งมีประกาศ คสช.ให้พ้นจากตำแหน่งเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว หลังต่ออายุมาหลายเดือน
มาดูกันก่อนว่า ป.ป.ช. แต่ละคณะ มี 9 คน คณะนี้ หมดวาระไป 5 คน รวมทั้ง นายปานเทพ กล้าณรงค์ราญ ประธานป.ป.ช.ด้วย ทำให้ต้องสรรหามาใหม่ 5 คน ตามรายชื่อดังนี้ ส่วนอีก 4 คน คือ กรรมการชุดเดิม
แน่นอนว่า ตำแหน่งว่าที่ประธาน ป.ป.ช.คนใหม่ ของ พล.ต.อ.วัชรพล ประสารราชกิจ มาจากการเลือกกันเองของ คณะกรรมการ ป.ป.ช.ทั้ง 9 คน ตามที่ พลเอกประยุทธ์ นายกรัฐมนตรี ชี้แจง ว่า เป็นการเลือกกันเองของ กรรมการ ป.ป.ช. แต่ที่น่าสนใจ คือ มีกรรมการ 5 คนใหม่ รวมทั้งพล.ต.อ.วัชรพล ถูกสรรหามาโดยสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ซึ่งถ้ามองย้อนกลับไป จะพบว่า สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ก็มาจากการแต่งตั้งเช่นกัน
มาดูอีก 4 คน ที่เข้ามาดำรงตำแหน่งพร้อม พล.ต.อ.วัชรพล บอกได้คร่าวๆว่า ประวัติ ที่มาแต่ละคน น่าสนใจ
นายวิทยา อาคมพิทักษ์ เคยดำรงตำแหน่งรองเลขาธิการ ป.ป.ช. ถือเป็นคนเก่าแก่ ใน ป.ป.ช. เริ่มทำงานตั้งแต่ ปี2525 จนล่าสุดไปดำรงตำแหน่งกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน (คตง.)
นางสุวณา สุวรรณจูฑะ ปลัดกระทรวงยุติธรรม เคยเป็นอธิบดีกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ ปี 2549 เป็นรองปลัดกระทรวงยุติธรรม ปี 2554 และเมื่อปี 2557เป็นอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) แทนนายธาริต เพ็งดิษฐ์ หลังการรัฐประหาร จนมาเป็นปลัดกระทรวงยุติธรรม และยังเป็นกรรมการสรรหาสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) ด้วย
นายสุรศักดิ์ คีรีวิเชียร อดีตอธิบดีผู้พิพากษาศาลอาญากรุงเทพใต้ และอดีตประธานศาลอุทธรณ์ เป็นอดีตตำรวจ ก่อนจะเปลี่ยนสายงานมาเป็นผู้พิพากษา ปัจจุบันเป็นผู้พิพากษาอาวุโสในศาลฎีกา
พล.อ.บุณยวัจน์ เครือหงส์ อดีตผอ.สำนักตรวจสอบภายในกองทัพบก จบปริญญาตรีวิทยาศาสตร์บัณฑิต โรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า เมื่อปี 2554 เป็น ผอ.สำนักงบประมาณกลาโหม ปัจจุบันเป็นประธานกรรมการติดตาม ตรวจสอบ และประเมินผลการดำเนินการและการบริหารงาน กสทช. หรือซูเปอร์บอร์ด กสทช.
"การถูกจับตาว่าเป็นคนสนิท พล.อ.ประวิตร ไม่คิดว่าเป็นปัญหา ไม่กังวล ยินดีให้ทุกฝ่ายเฝ้าระวัง โดยส่วนตัวชอบที่ประชาชนสนใจจะได้ช่วยกันตรวจสอบ"
พล.ต.อ.วัชรพล ประสารราชกิจ ว่าที่ประธาน ป.ป.ช.ปฏิเสธไม่ได้ว่า ตำแหน่งผู้นำขององค์กรตรวจสอบการทุจริตคนใหม่ ที่มีประวัติใกล้ชิดคนในรัฐบาล ท่ามกลางกระแสการต่อต้านทุจริตในทุกโครงการของทุกรัฐบาล ทำให้มีเสียงวิจารณ์ตามมา
นายมานะ นิมิตรมงคล เลขาธิการองค์กรต่อต้านคอรัปชั่น บอกกับ PPTV ว่า ที่ผ่านมาการทำงานของป.ป.ช. มักถูกมองว่าไม่เป็นกลาง โดยเชื่อมโยงกับประเด็นการเมือง เป็นจุดอ่อนของการต่อต้านคอรัปชั่น ทำให้ขาดความชอบธรรม ป.ป.ช. จึงต้องพยายามลบภาพเหล่านี้ไปให้ได้ แต่ "ว่าที่ประธาน" คนล่าสุด กลับมีภาพที่ถูกมองว่า ใกล้ชิดกับคนในรัฐบาล ดังนั้น พล.ต.อ.วัชรพล ต้องพิสูจน์ตัวเองอย่างหนัก เพราะ "ประธาน" จะมีความหมายอย่างยิ่งต่อความน่าเชื่อถือขององค์กรนี้
ทีมข่าว PPTV พยายามติดต่อ พล.ต.อ.วัชรพล เพื่อสอบถามแนวทางการทำงานท่ามกลางคำวิจารณ์เรื่องความเป็นกลาง แม้ พล.ต.อ.วัชรพล จะไม่ให้สัมภาษณ์ เพราะต้องรอพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้ง แต่ พล.ต.อ.วัชรพล ก็บอกว่า พร้อมจะพิสูจน์ตัวเอง
"การถูกจับตาว่าเป็นคนสนิท พล.อ.ประวิตร ไม่คิดว่าเป็นปัญหา ไม่กังวล ยินดีให้ทุกฝ่ายเฝ้าระวัง โดยส่วนตัวชอบที่ประชาชนสนใจจะได้ช่วยกันตรวจสอบ" สำหรับคดีสำคัญที่อยู่ในความดูแลของคณะกรรมการป.ป.ช. ซึ่งคณะกรรมการชุดใหม่นี้จะต้องสานงานต่อจากคณะกรรมการชุดเดิม มีมากกว่า 10,000เรื่อง ในจำนวนนี้มีเรื่องที่อยู่ในความสนใจของประชาชนไม่น้อย วันนี้ PPTV หยิบยกบ้างเรื่องบ้างประเด็นมาให้ดูกันว่ามีเรื่องอะไรบ้าง
เรื่องแรก คือ คดีที่เกี่ยวข้องกับโครงการรับจำนำข้าว การตรวจสอบทุจริตการขายข้าวแบบรัฐต่อรัฐ หรือ จีทูจี ซึ่งผู้ถูกกล่าวหา คือ บุญทรง เตริยาภิรมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ในสมัยรัฐบาลยิ่งลักษณ์ ชินวัตร
คดีพิจารณาร่างพ.ร.บ.นิรโทษกรรม โดยมิชอบ ในสมัยรัฐบาลยิ่งลักษณ์ ชินวัตร คดีทุจริตการจัดซื้อเครื่องตรวจสอบวัตถุต้องสงสัย GT200 ซึ่งผู้ถูกกล่าวหา คือ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ในขณะดำรงตำแหน่งผู้บัญชาการทหารบก คดีทุจริตการก่อสร้างโรงพักทดแทน 396 แห่งทั่วประเทศ ซึ่งผู้ถูกกล่าวหา คือ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ ในขณะดำรงตำแหน่งเป็นรองนายกรัฐมนตรี ในสมัยรัฐบาลนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ รวมถึง การตรวจสอบทุจริตในการใช้จ่ายเงินก่อสร้างอุทยานราชภักดิ์ หลังนายวีระ สมความคิดเลขาธิการเครือข่ายประชาชนต้านคอร์รัปชั่น เข้ายื่นหนังสือให้ตรวจสอบพล.อ.อุดมเดช สีตบุตร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม ในฐานะประธานผู้รับผิดชอบการก่อสร้าง