สืบเนื่องจาก คดี ชูวงษ์ ก.ล.ต.ออกประกาศ ฉบับ ที่ 135 / 2558 ลงวันที่ 23 ธ.ค.58 โดยได้ตรวจสอบและลงโทษผู้แนะนำการลงทุน 3 ราย มีผลตั้งแต่วันที่ 25 ธ.ค. 58 ได้แก่
1.นางสาวอุรชา วชิรกุลฑล ขณะกระทำผิดสังกัด บริษัทหลักทรัพย์ เออีซี จำกัด (มหาชน) (บล. เออีซี) โดยเพิกถอนการให้ความเห็นชอบเป็นผู้แนะนำการลงทุน เป็นเวลา 10 ปี มีผลตั้งแต่วันที่ 22 ธ.ค.58
2.นายนัฐพล เฉลิมพจน์ สังกัด บล. เออีซี โดยพักการให้ความเห็นชอบเป็นผู้แนะนำการลงทุน เป็นเวลา 6 เดือน
3.นางสาวพัชรีย์ ธัชธำรงชัย ขณะกระทำผิดสังกัด บล.เออีซี โดยพักการให้ความเห็นชอบเป็นผู้แนะนำการลงทุน เป็นเวลา 1 เดือน
นอกจากนี้ยังขยายผลการตรวจสอบเพิ่มเติมที่บล.เออีซี พบระบบงานสำคัญบกพร่องหลายจุด โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องเกี่ยวกับการตรวจสอบเพื่อทราบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับลูกค้า (Know-Your-Customer / Customer Due Diligence: KYC/CDD) โดยคณะกรรมการเปรียบเทียบมีคำสั่งเปรียบเทียบ บล. เออีซี เป็นเงิน 1,101,000 บาท
รวมทั้ง ก.ล.ต. ได้ดำเนินการลงโทษผู้บริหารบริษัทรายนายธาดา จันทร์ประสิทธิ์ และรายนายพิสิทธิ์ ปทุมบาล โดยพักการให้ความเห็นชอบการเป็นบุคลากรในธุรกิจตลาดทุนของผู้บริหาร รายละ 6 เดือน มีผลตั้งแต่วันที่ 29 ธ.ค.58 เนื่องจากละเลยการตรวจสอบดูแลระบบงานดังกล่าว
ทั้งนี้ ก.ล.ต.ระบุว่าการปรับลงโทษผู้บริหาร ผู้แนะนำการลงทุนครั้งนี้ไม่สามารถบอกได้ว่าเกี่ยวข้องกับการเสียชีวิตของนายชูวงษ์ แซ่ตั๊ง
โดยกรณีของนางสาวอุรชา มีพฤติกรรมจัดการโอนหุ้นในบัญชีของลูกค้ารายหนึ่งเข้าบัญชีของมารดาตนเองโดยได้รับประโยชน์จากการรับโอนหุ้นดังกล่าวผ่านการเตรียมการไว้อย่างเป็นขั้นตอน ตั้งแต่การเปิดบัญชีของมารดาโดยไม่เปิดเผยความสัมพันธ์ให้บริษัททราบ จัดการเกี่ยวกับการโอนหุ้นโดยไม่ได้มีหน้าที่เกี่ยวข้องโดยตรงและไม่ได้เป็นผู้แนะนำการลงทุนที่ดูแลบัญชีลูกค้าดังกล่าว จัดการให้ฝ่ายปฏิบัติการของบริษัทยืนยันการโอนหุ้นกับบุคคลที่น่าเชื่อว่าไม่ใช่ลูกค้าเจ้าของบัญชี และดำเนินการเพื่อให้เพิ่มหมายเลขโทรศัพท์เข้าไปในระบบข้อมูลของลูกค้า ซึ่งไม่ปรากฏข้อเท็จจริงว่าลูกค้าได้แจ้งกับผู้แนะนำการลงทุนที่ดูแลบัญชีเพื่อขอเพิ่มหมายเลขโทรศัพท์ดังกล่าวในระบบของบริษัท เพื่อให้การโอนหุ้นสำเร็จ
การกระทำของนางสาวอุรชาเป็นการไม่ปฏิบัติหน้าที่หรือให้บริการด้วยความซื่อสัตย์สุจริต กระทำมิชอบต่อทรัพย์สินของผู้ลงทุน ใช้บัญชีซื้อขายหลักทรัพย์ของผู้ลงทุนซื้อขายหลักทรัพย์เพื่อตนเองหรือบุคคลอื่น ยุ่งเกี่ยวกับทรัพย์สินของผู้ลงทุนโดยการเบิกถอนโอนย้ายหลักทรัพย์ของผู้ลงทุน และไม่ปฏิบัติตามจรรยาบรรณและมาตรฐานในการประกอบวิชาชีพที่กำหนดโดยสมาคมบริษัทหลักทรัพย์ไทย*1 ก.ล.ต. จึงสั่งเพิกถอนการให้ความเห็นชอบเป็นผู้แนะนำการลงทุนด้านหลักทรัพย์รายนางสาวอุรชาและกำหนดระยะเวลาในการรับพิจารณาคำขอความเห็นชอบเป็นบุคลากรในธุรกิจตลาดทุน เป็นเวลา 10 ปี มีผลตั้งแต่วันที่ 22 ธ.ค.58
อ่านเพิ่มเติมได้ที่
http://www.sec.or.th/th/Pages/News/Detail_News.asp...