ประเทศฝรั่งเศสอยู่ภายใต้การประกาศภาวะฉุกเฉิน และการบังคับใช้มาตรการรักษาความปลอดภัยอย่างเข้มงวด ตั้งแต่ถูกแนวร่วมกลุ่มก่อการร้ายไอเอส โจมตีหลายจุดในกรุงปารีส เมื่อวันที่ 13 พฤศจิกายนที่ผ่านมา ซึ่งในตอนนั้นรัฐบาลฝรั่งเศสได้ระบุว่าจะคงประกาศภาวะฉุกเฉินไปอีก 3 เดือน
การประกาศภาวะฉุกเฉินทำให้เจ้าหน้าที่ด้านความมั่นคง เจ้าหน้าที่ตำรวจ และทหาร มีอำนาจเพิ่ม และสามารถตรวจสอบอาคารต้องสงสัยได้ทุกเมื่อ และ สามารถสั่งกักบริเวณผู้ต้องสงสัยได้
มานูเอล วาลส์ นายกรัฐมนตรีฝรั่งเศส ได้ให้สัมภาษณ์ในประเด็นนี้กับสำนักข่าว BBC ที่งานประชุม World Economic Forum ที่กรุงดาวอส ประเทศ Switzerland ว่า กรอบเวลา 3 เดือนที่กำหนดเอาไว้ตอนแรก ดูท่าจะไม่พอแล้ว โดยจะมีการขยายออกไปอย่างไม่มีกำหนด เนื่องจากภัยก่อการร้ายในตอนนี้ยังไม่ลดลง
และภาวะฉุกเฉินนี้จะยังคงมีผลบังคับใช้จนกว่า สงครามกับกลุ่มก่อการร้ายไอเอสทั่วโลกจะเสร็จสิ้น
นายกรัฐมนตรีฝรั่งเศส กล่าวอีกว่า นอกจากภัยก่อการร้ายแล้วยุโรปยังต้องเผชิญกับวิกฤตผู้อพยพ ที่ทำให้ทั่วทวีปยุโรปมีความเสี่ยงเพิ่มขึ้น โดยเขาย้ำว่ายุโรปไม่มีศักยภาพพอที่จะรับผู้อพยพทุกคนที่ลี้ภัยสงครามในตะวันออกกลางได้
ขณะเดียวกัน ในวันนี้ นางอังเกลลา แมร์เคิล นายกรัฐมนตรีเยอรมนี เองก็กำลังจะร่วมพูดคุยกับ ผู้นำตุรกี ที่กรุงเบอร์ลิน ในประเด็นความร่วมมือในการสะกัดเส้นทางผู้อพยพ ที่เดินทางเข้าสู่สหภาพยุโรปผ่านประเทศตุรกีด้วย