ตั้งแต่มีการปลดล็อคให้ผู้บริโภคสามารถย้ายค้ายมือถือได้ เรามักได้ยินอยู่เสมอว่า ค่ายต่างๆจะมีการมานำเสนอ “โปรพิเศษ” ให้คนที่ต้องการจะย้ายค่ายโดยเฉพาะ แต่ไม่เป็นที่เปิดเผย เพราะ “โปรลับ”นั้นจะให้เฉพาะคนที่แจ้งว่าจะดำเนินการย้ายค่ายมือถือโดยเฉพาะ และข้อเสนอนั้น ต้องบอกว่าเป็นข้อเสนอที่ต้องร้อง “อู้หู” เพราะมีตั้งแต่เพิ่มเวลาการใช้งาน-คตวามเร็วอินเทอร์เน็ต ค่าโทรฟรีเพิ่มขึ้น กระทั่งลดค่าโทร 50%
โปรลับนี้ หมายถึง “ดี” แบบสุดๆ กับคนที่ได้รับ ถ้าไม่สนว่าสัญญาณบริการของค่ายนั้นๆ จะเสถียรหรือดีกว่าค่ายอื่นๆหรือไม่ เพราะได้ใช้ของ “เท่ากัน” กับคนอื่น ในราคาที่ “ถูกกว่ามาก”
ด้วยเหตุนี้ จึงมีกระแสรณรงค์ในโซเซียลเน็ตเวิร์ค ตลอดจน Chang.org เพื่อเรียกร้องความเป็นธรรมในเรื่องดังกล่าว โดยผู้ชายคนนี้ “ฌามร ชิงดวง”
นายฌามร ชิงดวง” ผู้รณรงค์ให้ค่ายมือถือหยุดเสนอโปรลับ เปิดเผยกับรายการ “เป็นเรื่อง เป็นข่าว” 4 ก.พ.59 ว่า ได้ยินข่าวโปรลับจากเพื่อน และพันทิป.คอม จึงได้ทดลองโทรไปคอนเซ็นเตอร์ของค่ายมือถือเพื่อแจ้งว่าจะย้ายค่ายมือถือ จึงได้รับการเสนอโปรลับ จากทีมงานพิเศษที่เรียกว่า “เชฟทีม” ที่ติดต่อกลับมาเพื่อเสนอราคาค่าบริการแบบพิเศษให้
“หลังจากผมวางสายจากคอลเซนเตอร์ปกติก็ประมาณสัก1-2ชั่วโมงก็มีโทรศัพท์โทรเข้ามาเพิ่งมารู้ที่หลังเขาเรียกว่า “เซฟทีม” คือคุยกับลูกค้าให้อยู่กับค่ายต่อ วันนั้นผมได้โปรโทร 850 นาที กับเน็ตอีก 10 GB ราคา 650บาทจากเดิมผมใช้ประมาณ1.5 GB โทร 200 นาที ค่าโทรเป็นพันครับ ต้องซื้อเน็ตทอปอัพตลอดเวลาเพราะใช้เน็ตหมด คือได้รับออฟเฟอร์นั้น โอเคมันมีจริง” นายฌามรกล่าว
ในเมื่อตนเองก็ได้ประโยชน์ แล้วรณรงค์ทำไม?
“จริงๆแล้วด้วยความที่มันก็โอเคนั้นออฟเฟอร์นั้นผมก็ควรจะรับก็ได้แต่คือผมมีความรู้สึกว่าแล้วที่ผ่านตลอดใช้ค่ายนึงอยู่ซัก4-5ปีแล้ว เราเสียอะไรอยู่ เราเสียอะไรเป็น 1,000 บาท อยู่ ที่ผ่านมามันคืออะไร แล้วทำไมตอนนี้เราจะย้ายค่ายทำไมคุณให้ได้ที่ผ่านมาทำไมไม่ดูแลลูกค้าเก่าหรือลูกค้าพริวิเลจพวกนี้ คุณควรจะดูแลลูกค้ากลุ่มนี้เป็นพิเศษรึเปล่าออฟเฟอร์โปรอะไรพวกนี้ในขณะที่เขายังแฮปปี้อยู่ไม่ใช่เขาไม่แฮปปี้แล้วคุณก็ค่อยมาออฟเฟอร์” นายฌามร กล่าว
นี่เป็นเหตุผลหลักที่ ฌามร ออกมารณรงค์ให้ “โปรลับ” เหล่านี้ต้องขึ้นมาเป็นประโยชน์ของคนทุกคน ไม่ใช่แค่ของเฉพาะคนที่ต้องการจะย้ายค่าย
“จริงๆมันก็มี 2 มุม มันก็มีมุมที่เราต้องพูดอะไรแบบนี้บ้าง มีคนหรือกลุ่มคนขึ้นมาเรียกร้องบ้าง บางคนที่ไม่สนับสนุนก็บอกว่ามันเป็นธุรกิจเสรีรึเปล่า คือผมไม่ได้มองแบบนั้นไง ผมมองว่าในเมื่อเกิดกสทช.ขึ้นมาแล้วธุรกิจพวกนี้จะต้องถูกควบคุมด้วยกสทช. ผมเลยคิดว่าโปรพวกนี้น่าจะผิดกฎของ กสทช.” นายฌามร กล่าว
ขณะที่ นพ.ประวิทย์ ลี่สถาพรวงศา กล่าวว่า ที่ผ่านมา กสทช.ไม่เคยได้รับเรื่องร้องเรียนเรื่องนี้มาก่อน แต่รู้จักจากโครงการรณรงค์ครั้งนี้
“ที่ผ่านมาเราไม่เคยมีการได้รับร้องเรียนเรื่องนี้เลยเข้าใจว่าคนที่ได้รับโปรลับก็มีความสุขเพราะได้ของถูกส่วนคนที่ไม่รู้ก็ไม่รู้จะร้องอะไร ต้องถามก่อนว่าโปรลับนี้ถูกหรือผิดกฎหมายเรียนอย่างนี้ครับสิทธิผู้บริโภคขั้นพื้นฐานคือสิทธิในการรับรู้ข้อมูลข่าวสารเขาถึงจะเลือกได้ถูก ดังนั้นถ้ามีของอยู่10ชิ้นเขาชอบชิ้นไหนก็หยิบมาได้แต่ถ้าซ่อนไปซัก5ชิ้นเขาก็เลือกได้จาก5ชิ้นที่อยู่บนโต๊ะแต่ที่ซ่อนไว้5ชิ้นใต้โต๊ะเขาไม่รู้” นพ.ประวิทย์ กล่าว
อย่างไรก็ตาม ปกติ กสทช.ออกคำสั่งให้ทุกค่ายมือถือส่งโปรโมชั่นต่างๆ มาให้ดู เพื่อเปิดเผยให้เป็นธรรม หากโปรโมรชั่นไหน ค่ายมือถือทำไปแล้วไม่ส่งให้ กสทช. ถือว่ามีความผิด เป็นการปกปิดข้อมูล เป็นการกระทำที่ผิดกฎหมาย
“ถ้ามีโปรซึ่งไม่เคยประชาสัมพันธ์ไม่เคยแจ้งกสทช.แน่นอนว่าเป็นการปกปิดแล้วก็ผิดกฎหมาย ดังนั้นโดยหลักแล้ว ผู้บริโภคควรจะรู้ทั้งหมดแล้วเลือกสิ่งที่ตรงกับตัวเองได้ แต่ที่ให้ เข้าใจ มันเหมือนบริษัทเขามีถังน้ำอยู่แล้วรูมันจะรั่วก็คอยแปะรูที่รั่วด้วยการลงทุนมากหน่อยส่วนรูที่ไม่รั่ว ก็ช่างมัน เรื่องที่เขาไม่อยากเสียรายได้ เขาเชื่อว่าคนที่ยังไม่ย้ายค่ายเป็นรายได้ที่นอนอยู่ในอวยของเขาอยู่แล้วไม่หนีไปไหน ดังนั้นไปดูแลคนที่จะหนีดีกว่า” นพ.ประวิทย์ กล่าว
นพ.ประวิทย์ เปิดเผยเพิ่มว่า สถิติการย้ายค่ายส่วนใหญ่จะเกิดหลังการประมูลต่างๆ ยกตัวอย่างตอนประมูล3Gก็ย้ายค่ายจาก2G ไป 3Gเช่นเดียวกันตอนนี้พอประมูล 4G เสร็จ ก็จะมีการพยายามย้ายค่ายจาก 2G หรือ 3G ไป 4G หลังจากประมูลไปซัก1-2ปีก็จะซาลงตรงนี้ต้องบอกว่าการย้ายค่ายระอุในช่วงนี้พอดี เรียกว่าสงครามย้ายค่ายเกิดในช่วงนี้พอดี ซึ่งในทางการตลาดแล้วถือว่าไม่ใช่เรื่องที่ผิด แต่ต้องเปิดเผย และต้องพิสูจน์ว่าไม่ใช่การทุ่มตลาด คือ การทำโปรโมชั่นที่ราคาต่ำกว่าทุน
“ในทางการตลาดทำได้ถ้าไม่ผิดกฎหมายงั้นหลักการก็คือว่าโปรนี้ต้องเปิดเผย อันที่สองเนี่ยต้องพิสูจน์ก่อนว่าพวกนี้ไม่ใช่การทุ่มตลาดคือการทำโปรราคาต่ำกว่าทุนกลายเป็นว่าเขาจ่ายแพงแบบนี้ เพื่ออุ้มคนที่จะหนีย้ายค่ายแล้วได้ของถูกต่ำกว่าทุนถ้าลักษณะนั้นจะเกิดปัญหา ปัญหาที่ 1 มันผิดกฎหมายตรงที่ว่า บริการลักษณะและประเภทเดียวกันต้องคิดอัตราเดียวกันถ้าฉันคิดแตกต่างคนนี้ 50% คนนี้ 100% ผิดกฎหมายนะครับ อันที่2สำคัญกว่าสมมุติเราประมูล 4G มีรายใหม่เกิดขึ้นแล้วค่ายเก่าลูกค้าอยากย้ายออกพวกนี้ก็กลัวลูกค้าไปค่ายใหม่ก็เลยลดราคากระหน่ำแล้วราคานั้นเป็นราคาต่ำกว่าทุนอันนั้นคือการกีดกันทางการค้าผิดกฎหมายดังนั้นเราต้องพิสูจน์ก่อนโปรลับมันต่ำกว่าทุนไหมถ้าใช่เนี่ยเป็นการผิดกฎหมาย2กระทง” นพ.ประวิทย์ กล่าว
ทั้งนี้ นพ.ประวิทย์ เชื่อว่า สงครามราคาที่เกิดขึ้นอยู่ในเวลานี้ของค่ายมือถือต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นโปรโมชั่นที่เปิดเผย หรือโปรโมชั่นลับน่าจะมีมากขึ้น เพราะมีค่ายใหม่เข้ามาในท้องตลาด
สำหรับการดำเนินการของ กสทช. นพ.ประวิทย์ กล่าวว่า หลังจากนี้ 1.กสทช.จะให้แต่ละบริษัทรายงานโปรทุกโปรที่มีอยู่เทียบกับรายงานฉบับเดิมว่ามีอะไรซุกซ่อนอยู่ไหม 2.กสทช.จะเรียกประชุมทุกค่ายมือถือ ว่ามีความเหมาะสมมีวิธีอย่างไรที่จะคุ้มครองผู้บริโภคคือทั้งคนที่อยากย้ายค่ายและไม่อยากย้ายค่ายทุกคนต้องเข้าถึงโปรโมชั่นที่มีอัตราเป็นธรรมไม่ใช่กลุ่มนึงเข้าถึงอีกกลุ่มนึงเข้าไม่ถึงอย่างนี้
อ่านเพิ่มที่ ...
กสทช.ชี้ โปรลับยิ่งถูก โปรปกติอาจเอาเปรียบผู้บริโภค http://bit.ly/1X7NKK9