ผ่านมา 2 ปี เรียกว่าศึกทีวีดิจิทัลค่อนข้างดุเดือด บางรายแสดงให้เห็นเด่นชัดว่า ไปไม่ไหว และอีกหลายรายฟันธงได้ว่ากำลังคิดหนัก วันนี้ประเด็นสำคัญที่ถูกพูดถึงในวงการทีวีดิจิทัลมาถึงจุดที่ว่า การคืนใบอนุญาตดิจิทัลทีวีจะทำอย่างไร และยิ่งเทคโนโลยีกำลังเปลี่ยนแปลงเข้าสู่ยุค 4G ทีวีดิจิทัลจะอยู่ได้อย่างไร
2 ปีที่ผ่านมาต้องเรียกว่า ผู้ประกอบการทีวีดิจิทัล โดยเฉพาะรายใหม่ๆ ถึงกับ “จุก” กระทั่ง 7 ช่องทีวีดิจิทัลรวมตัวกันฟ้องศาลปกครองกรณีคู่สัญญา ไม่ได้ทำตามข้อสัญญาอย่างจริงจัง และวันนี้ก็ยังอยู่ในกระบวนการยุติธรรม ขณะที่กระบวนการแก้ปัญหาเพื่อให้ประชาชนมีทางเลือกใหม่ในการเข้าถึงเนื้อหาของทีวีดิจิทัลยังล่าช้า
นายเขมทัตต์ พลเดช กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ และผู้อำนวยการสถานี สถานีโทรทัศน์ PPTV HD ให้สัมภาษณ์รายการ “ลับคมธุรกิจ” สถานีวิทยุ FM 90.5 ว่า วันนี้ (8 ก.พ.59) กสทช.มีการประชุมเรื่องของการคืนช่องของสถานีโทรทัศน์ไทยทีวี แต่ต้องบอกว่าการคืนใบอนุญาตที่จริงถือว่าเป็นขั้นสุดท้ายที่ผู้ประกอบการอยากจะทำ เพราะตั้งแต่การประมูลเมื่อปลายปี 2556 ผู้ประกอบการทุกรายต่างมุ่งมั่นจะประกอบกิจการทีวีดิจิทัลให้ประสบความสำเร็จ ประมูลสูงกว่าราคากลางมาก แต่พอทำไปแล้ว 2 ปีกลับพบว่าการทำสัญญากลับไม่เป็นไปตามที่รัฐทำสัญญาไว้กับผู้ประกอบการ
คือพอประมูลเสร็จจ่ายค่าสัมปทาน 50% คูปองแลกกล่อง ราคาของกล่องก็ต่ำกว่าปกติ ไม่จูงใจผู้บริโภค กลไกในการแลกคูปองก็ไม่เสถียร ซึ่งทั้งหมดไม่ใช่เจตนารมย์ของผู้ประกอบการ แต่เราทำเจตนารมย์ที่ต้องการให้ผู้บริโภคเข้าถึงข้อมูลข่าวสารที่มากขึ้น ที่ผ่านมาทางผู้ประกอบการจึงมีการเสนอให้มีการเลื่อนอายุสัมปทาน เพื่อเอาเงินมาพัฒนาเนื้อหารายการ
“ถ้าไม่ไหวจริงๆ จะปล่อยให้ผู้ประกอบการเลือดไหลต่อไปหรือ แล้วอนาคต กสทช.จะไปทำช่องพลับบลิคทีวีอีก หรือทีวีชุมชนจะทำได้อย่างไร” นายเขมทัตต์ กล่าว
ทั้งนี้ทางผู้ประกอบการได้คิดเรื่องการคืนใบอนุญาต 2 แนวทาง
แนวทางที่ 1 ชำระค่างวดให้หมดแล้วค่อยคืน จ่ายให้รัฐเต็มจำนวน โดยไม่ผิดสัญญากับแบงก์
แนวทางที่ 2 ใบอนุญาตยังมีมูลค่าอยู่ คืนใบอนุญาตในปีที่ 2 -3 งั้นปีที่ 4/5/6 ไม่ต้องจ่าย กสทช.เอาใบอนุญาตมาเก็บไว้ก่อน ซึ่งผู้ประกอบการมองว่าการคืนคลื่นความถี่ หรือมูลค่าของรัฐ ไม่ได้ทำให้รัฐเสียประโยชน์
แต่หลายฝ่ายก็ยังมองว่า รายได้ของรัฐน้อยลง
“ผมมองว่าถ้าหากจะมีการคืนใบอนุญาต ต้องมีสูตรการคำนวณที่รัฐจะเสียประโยชน์น้อยที่สุด แต่ประชาชนได้ประโยชน์ แต่หากรัฐไม่ยอม จะให้จ่ายครบทุกปี ก็ต้องบอกว่ารัฐก็ไม่ได้ทำตามสัญญาทั้งหมด ที่ผ่านมา 2 ปีก็ไม่เห็นผล ก็กระจุกตัวอยู่กับช่องเดิมๆ วิธีคิดแบบเดิมๆ วันนี้จึงไม่ใช่ปัญหาทางกฎหมายแล้ว เป็นเรื่องความจริงใจ กับสิ่งที่จะเกิดในอนาคต” กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ สถานีโทรทัศน์ PPTV HD กล่าว
สำหรับเรื่องการฟ้องร้อง ขณะนี้อยู่ในขั้นตอนของศาลเรียกไต่สวนนัดที่ 2 ซึ่งผู้ประกอบการยังยืนกรานให้แก้ปัญหา 5-6 จุดที่ร้องเรียนไว้ ซึ่งยังไม่ได้รับการแก้ เช่น คูปอง แม้จะขยายไปแล้ว แต่เทคโนโลยีเปลี่ยน คนก็ไม่มาเปลี่ยน รัฐก็เสียค่าพิมพ์คูปองไปไม่มีประโยชน์
“กสทช.พิมพ์ตั้งเป้า 14 ล้านใบ ส่งไป 8 ล้านใบ คนแลก 5-6 ล้านกล่อง คิดเป็น 60-70% แต่ไม่ได้หมายถึงเขาติดตั้งที่ทีวีเขาเลย เพราะเขาต้องไปติดตั้งเสาอากาศอีก ซึ่งส่วนนี้การประชาสัมพันธ์ทั่วถึงหรือไม่ ที่สำคัญคือต้องเข้าใจพฤติกรรมผู้บริโภคในแต่ละพื้นที่ เข้าใจด้วยว่าเค้าเคยชินกับอะไร เค้าเคยชินแบบไหน ต้องเข้าใจก่อน ตรงนี้สำคัญมาก”
แถมยุคนี้ยังเป็นยุค 4G ผู้บริโภคดูทีวีดิจิทัลได้เลยไม่ต้องติดกล่อง ติดจานดาวเทียม พฤติกรรมผู้บริโภคในส่วนนี้ผู้ประกอบการแต่ละรายก็ต้องลงไปศึกษาเอง โดยเฉพาะการรับชมช่องทีวีดิจิทัล ความจริงแล้วรับชมได้หรือไม่
ขณะที่ปัญหาอีกส่วนที่สำคัญคือเรื่องของโครงข่าย หรือ มักซ์ (MUX) หน่วยงานกำกับคือ กสทช. แจ้งว่าเป็นหน้าที่ผู้ประกอบการกับผู้ประกอบการโครงข่ายเอง
“เราบอกว่า กสทช.เหมือนเถ้าแก่ในการแต่งงาน ถ้าหากว่าโครงข่ายมีการคิดราคาสูงเกินจริง จะมีวิธีช่วยผู้ประกอบการไหม เขาก็บอกว่าทางโครงข่ายสามารถกระจายไป70-80% แล้ว แต่ในเชิงภาครับ ประชาชนบอกรับไม่ได้ เรื่องนี้จะแก้ยังไง เราพยายามบอกว่าลดให้เราหน่อยได้ไหม ไม่งั้นเราต้องไปเช่าดาวเทียมเพื่อแบคอัพ เราต้องสำรวจประชาชนว่ารับได้มากแค่ไหน ทุกช่องทำหมด ภาคประชาชนบอกว่ารับได้น้อยมาก” นายเขมทัตต์ กล่าว
กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ สถานีโทรทัศน์ PPTV HD กล่าวต่อว่า จากการศึกษาเรื่องการรับชมของผู้บริโภคของสถานีฯ นั้น พบว่าโครงข่ายภาคพื้นดิน ประชาชนยังรับสัญญาณไม่ค่อยได้ อีกทั้งการรับชมผ่านทางจานดาวเทียมก็ยังเป็นที่นิยม เพราะคุ้นเคย และมีจำนวนช่องที่รับชมได้เป็น 100 ช่อง ประชาชนกว่า 67% ยังรับชมโทรทัศน์ผ่านจานดาวเทียม แล้วเช่นนี้จะแก้ปัญหานี้อย่างไรอย่างเป็นระบบ
อย่างไรก็ตามในวันที่ 10 ก.พ.59 นี้ กสทช.จะมีการประชุมเรื่องปัญหาทีวีดิจิทัล ซึ่งวาระหลักจะเป็นเรื่องของการพิจารณา การเลื่อนการชำระค่าใบอนุญาตงวดที่3 การขยายใบอนุญาต ลดค่าโครงข่าย รายละเอียดของการคืนใบอนุญาต และอื่นๆ จะเป็นเรื่องการเรียงช่อง การประชาสัมพันธ์ การวัดเรตติ้ง การแจกคูปอง
“แจกคูปอง ต้องหาวิธีแก้ปัญหา เป็นแจกกล่องเลยได้ไหม จะได้ลดขั้นตอนลงมาให้ง่ายขึ้น”
ทั้งนี้ นายเขมทัตต์ กล่าวว่าไม่แน่ใจว่าสถานีไหนอยากคืนคลื่นกับทาง กสทช.บ้าง แต่รู้ว่ามี 2 แนวคิด คือ
1.หงุดหงิดกับคู่สัญญาไม่ทำตามข้อสัญญา
2.ในเชิงธุรกิจเงินไหลออกทุกวัน ต้องหยุด ต้องถอยมาดูลาดเลา แล้วอาจไปลงทุนธุรกิจอื่น
ยอมรับว่ามีคนที่คิดเช่นนี้จำนวนหนึ่ง
สำหรับสถานีโทรทัศน์ PPTV HD นายเขมทัตต์กล่าวว่า จะมีการเดินหน้าทำทีวีดิจิทัลต่อไปอย่างแน่นอน และจะมีการลงทุนเพิ่ม แต่ก็อยากให้ กสทช.เร่งแก้ปัญหา หรือทำตามสัญญาที่ให้ไว้กับผู้ประกอบการทีวีดิจิทัล
สำหรับเทคโนโลยี 4G มองว่าเป็นพัฒนาการ เป็นพาร์ทเนอร์ ไม่ได้มองเป็นคู่แข่ง