สถานการณ์ภัยแล้งในจังหวัดเชียงราย ยังทวีความรุนแรงอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดทหารจากหน่วยพัฒนาการเคลื่อนที่ 35 สำนักงานพัฒนาภาค 3 หน่วยบัญชาการทหารพัฒนา นำรถผลิตน้ำประปาสนาม เข้าไปผลิตน้ำเพื่ออุปโภคบริโภคให้กับ ชาวบ้านในหมู่บ้านนาเจริญ หมู่ 9 ตำบลป่าซาง อำเภอเวียงเชียงรุ้ง หลังจากพื้นที่ประสบปัญหาภัยแล้งอย่างรุนแรงจนขาดแคลน้ำกินน้ำใช้ ซึ่งในการช่วยเหลือชาวบ้านนั้น ทางเจ้าหน้าที่จะได้จัดรถผลิตน้ำเข้ามาในหมู่บ้านสัปดาห์ละ 2 วัน เพื่อบรรเทาความเดือนร้อนในระยะนี้
ขณะที่กลุ่มเกษตรกรชาวนาในตำบลทุ่งน้อย อำเภอโพทะเล จังหวัดพิจิตร พลิกวิกฤติเป็นโอกาสในช่วงฤดูแล้งและราคาข้าวตกต่ำ หันมาปลูกข่าตาแดงในแปลงนา ซึ่งถือเป็นพืชเศรษฐกิจและเป็นพืชเครื่องเทศที่มีความนิยมสูงในการนำมาเป็นส่วนประกอบในหลากหลายเมนูอาหาร อีกทั้งเป็นพืชที่ทนแล้ง ต้านทานโรคได้ดีดูแลง่าย และที่สำคัญมีสรรพคุณเป็นที่ตลาดต้องการสูง ใช้ระยะเวลาเพาะปลูกเพียง 8 เดือน ก็ให้ผลผลิตสามารถขุดจำหน่ายได้ โดยสามารถเก็บผลผลิตได้ไม่น้อยกว่า 1,500 กิโลกรัมต่อ 1 ไร่ ขายได้กิโลกรัมละ 40-50 บาท โดยมีพ่อค้าแม่ค้าจากตลาดไทและตลาดมุมเมืองมารับซื้อเอง สร้งรายได้ถึงตันละ 40,000 -45,000 บาท
เช่นเดียวกับบ้านดงเมือง อำเภอร่องคำ จังหวัดกาฬสินธุ์ ซึ่งเป็นพื้นที่โครงการพัฒนาแก้มลิงหนองเลิงเปือย อันเนื่องมากจากพระราชดำริ ชาวบ้านได้ปรับเปลี่ยนพื้นที่ทำการเกษตรผสมผสานและเกษตรอินทรีย์ ตามแนวปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว โดยการปลูกพืชผักกว่า 50 ชนิด และเสี้ยงสัตว์จนเกิดผลประสบผลสำเร็จอย่างเป็นรูปทำให้ชีวิตและครอบครัวมีรายได้และดำรงชีวิตอย่างพอเพียง ซึ่งถือเป็นศูนย์เรียนรู้ในการทำแปลงเกษตรต้นแบบที่สามารถสู้กับวิกฤติภัยแล้งให้กับเกษตรกรหลายอื่นๆได้เป็นอย่างดี