นายจอช เออร์เนส โฆษกทำเนียบขาว แถลงยืนยันว่า ขณะนี้รัฐบาลสหรัฐและรัสเซียได้บรรลุข้อตกลงยุติการสู้รบบางส่วนในซีเรีย ซึ่งจะเริ่มมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันเสาร์ที่ 27 ก.พ. นี้ ตามเวลาท้องถิ่น โดยข้อตกลงหยุดยิงนี้เป็นผลจากการหารือกันทางโทรศัพท์ระหว่างประธานาธิบดีบารัค โอบามา ของสหรัฐ และประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน ของรัสเซีย และจะมีผลกับทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องกับวิกฤตสงครามซีเรีย ยกเว้นกลุ่มรัฐอิสลาม หรือ ไอเอส และแนวร่วมอัล-นุสรา ที่เป็นเครือข่ายของกลุ่มก่อการร้ายอัล-กออิดะห์ ซึ่งสหรัฐและชาติพันธมิตร รวมถึงรัสเซีย จะยังคงใช้ปฏิบัติการโจมตีทางอากาศเพื่อกวาดล้างต่อไป
ขณะที่นานาชาติต่างออกมาชื่นชมและขานรับข้อตกลงดังกล่าว โดยเฉพาะนายบันคี-มูนเลขาธิการสหประชาชาติ ที่กล่าวแสดงยินดี พร้อมระบุว่านี่เป็นสัญญาณแห่งความหวังที่รอคอยมานาน และเรียกร้องให้ทุกฝ่ายปฏิบัติตาม
ด้านประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน ของรัสเซีย ออกแถลงว่า การทำข้อตกลงในครั้งนี้ ถือเป็นก้าวสำคัญที่จะนำไปสู่การยุติการนองเลือด และยังอาจเป็นตัวอย่างให้กับปฏิบัติการต่อต้านก่อการร้ายอื่นๆ ขณะที่ผลสำรวจความคิดเห็นของชาวรัสเซีย ปรากฎว่า ประชาชนกว่า 60% เห็นด้วยกับปฏิบัติการทางทหารของรัสเซีย รวมถึงท่าทีของนายปูตินต่อวิกฤตซีเรีย
ขณะที่รองนายกรัฐมนตรี นูมาน เคอร์ตุลมุส (Numan Kurtulmus) ของตุรกี แถลงว่ารัฐบาลตุรกีขานรับข้อตกลงดังกล่าวเช่นกัน และหวังว่ากองทัพรัสเซียจะหยุดโจมตีทางอากาศทางตอนเหนือของซีเรีย