นายฌอง ฌองบง (Jan Jambon) รัฐมนตรีกระทรวงกลาโหมเบลเยียม แถลงในวันนี้ว่า การตัดสินใจระงับกฏ Schengen เป็นการชั่วคราวของเบลเยียมครั้งนี้ มีขึ้นเพื่อรับมือกระแสผู้อพยพ ที่อาจจะทะลักเข้าประเทศ หลังจากประเทศฝรั่งเศสกำลังพิจารณาย้ายค่ายผู้อพยพกาเลส์ (Calais) ทางภาคเหนือของประเทศ
ผู้อพยพที่อาศัยอยู่ที่ค่ายดังกล่าวนี้ คาดว่าน่าจะมีจำนวนมากถึง 4,000 คน และตอนนี้เหตุผลทำให้ยังไม่มีการย้ายที่ตั้งของค่ายนี้ คือ เจ้าหน้าที่ฝรั่งเศสยังไม่สามารถรับรองที่อยู่ของเยาวชนที่ปราศจากผู้ปกครองได้ทุกราย ซึ่งฝรั่งเศสน่าจะมีท่าทีที่ชัดเจนเกี่ยวกับค่ายแห่งนี้ในวันพฤหัส หรือไม่ก็วันศุกร์ หากมีคำสั่งย้ายจริง ผู้อพยพจะต้องเลือกว่าจะย้ายไปอยู่ที่ค่ายไหนระหว่าง บนเรือบรรทุกสินค้าที่ถูกเปลี่ยนให้เป็นค่ายที่อยู่อาศัย รองรับได้กว่า 1500 คน กับค่ายอื่นๆ อีกกว่า 98 แห่งในประเทศฝรั่งเศส
ทางการเบลเยียมเกรงว่าหากทางการฝรั่งเศสมีคำสั่งย้ายผู้อพยพจากค่ายแห่งนี้ไปที่อื่น อาจจะมีผู้อพยพจำนวนไม่น้อยที่เลือกที่จะเดินทางข้ามพรมแดนเข้ามาในประเทศเบลเยียมเพื่อเดินทางต่อไปยังประเทศอังกฤษนอกจากนี้ ทางการเบลเยียมได้สั่งเจ้าหน้าที่ตำรวจให้ไปประจำการอยู่ตามจุดข้ามชายแดนต่างๆ จำนวนระหว่าง 250 ถึง 290 นาย
สำหรับกฏ Schengen ถือเป็นกฏหลักข้อหนึ่งของสหภาพยุโรป ในการอนุญาตให้ประชาชนชาวยุโรปกว่า 26 ประเทศเดินทางข้ามพรมแดนอย่างเสรีทั่วสหภาพยุโรป หัวใจของกฏหมายข้อนี้คือการเปิดเสรีการเคลื่อนย้ายแรงงานรวมถึงประชาชนนักท่องเที่ยวและเม็ดเงิน ซึ่งนี่เป็นการระงับกฏ Schengen จากภายในสหภาพยุโรป ต่างจากการปิดชายแดนที่ ฮังการี หรือที่ ออสเตรีย ซึ่งเรียกได้ว่าเป็นประเทศที่มีชายแดนติด หรือว่าใกล้กันกับประเทศที่เป็นรัฐกันชน เช่น ชาติยุโรปตะวันออกไปจนถึงตุรกี
นายฟาบรีซ เล็จเจอรี (Fabrice Leggeri) ผู้อำนวยการสำนักงานฟรอนเท็กซ์(Frontex) ซึ่งเป็นหน่วยงานควบคุมชายแดนอียู อธิบายว่าการระงับกฏ Schengen ในประเทศด้านในของยุโรปนั่นเกิดจากความล้มเหลวของการควบคุมชายแดนของชาติรอบนอกอียู ซึ่ง นายฟาบรีซ ยังกล่าวเตือนถึงภัยที่แฝงมากับผู้อพยพด้วยนั่น คือ ภัยก่อการร้าย เช่นเดียวกับที่เกิดขึ้นที่กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส เมื่อวันที่ 13 พฤศจิกายน ปีที่แล้ว